ไม่ได้เขียนบันทึกในหัวเรื่องที่ว่าด้วยการรักษาไวรัสตับอักเสบซีมาร่วม 4 เดือน นึกไม่ออกว่าบันทึกถึงไหนแล้ว เลยย้อนกลับไปอ่านบันทึกเก่าถึงขั้นตอนการส่งประวัติไปให้ประกันสังคมใหม่ ทั้งๆที่รู้อยู่ว่ายังไงก็ไม่สามารถเบิกในส่วนที่เหลือได้
อยากจะสรุปหัวข้อบันทึกนี้ว่า ที่ผู้เขียนหายจากไวรัสตับอักเสบซีได้เป็นเพราะความเชื่อ ความตั้งใจที่จะรักษาตัวเองเพื่อคนที่อยู่ข้างๆเรา เพื่ออนาคตของลูก
ความเชื่อ ที่ว่าการแพทย์ของระบบประกันสังคมก็สามารถรักษาผู้ป่วยที่ยาที่ใช้รักษาอยู่นอกยาหลัก สามารถรักษาได้ด้วยการดิ้นรนของผู้ป่วยผู้ไม่ยอมแพ้ รักษาหายขาดได้ด้วยการเอาใจใส่ของเจ้าหน้าที่ประกันสังคมที่คอยประสานงานให้จนเป็นด่านแรกที่ให้ความหวังในการรักษา
ความเชื่อ ในตัวแพทย์ในโรงพยาบาลระบบประกันสังคม ที่มีแพทย์ผู้มีจรรยาบรรณมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือ มุ่งมั่นที่จะรักษาผู้ป่วยไวรัสซีจริงๆจังๆ มากกว่าเพียงแค่รักษาตามอาการเหมือนผู้ป่วยทั่วไปเท่านั้น ซึ่งยังมีอยู่ในระบบประกันสังคม
ความเชื่อ ในตัวเองที่จะรักษาด้วยความอดทนต่อสภาพอาการข้างเคียงของยาที่ใช้ฉีดรักษา อดทนต่อการยอมสละหน้าที่การงานที่ควรจะได้ เพื่อรักษาอย่างจริงจังโดยลืมกับตำแหน่งหัวโขนที่มาล่อให้วิ่งตาม
ความเชื่อ ในความไม่แน่นอนของสังขาร ความไม่เที่ยงของชีวิต
แม้นรักษาหายขาดได้
แต่ก็ไม่รอดพ้นไปได้กับกฎความเป็นจริงในข้อนี้
ภาพประกอบ วัดชวดลากข้าว อ.บางพลีใหญ่ จ.สมุทรปราการ
......................

เกิด แก่ เจ็บ ตาย คือสัจธรรม ที่ไม่ต้องกังวลจ้ะ
ทำวันนี้ให้ดีที่สุดสำหรับชีวิตของเรา และคนรอบข้างจ้ะ
เป็นกำลังใจให้นะจ๊ะ
ชีวิต.ต้องสู้เจ้าค่ะ...รักษาสุขภาพ..ค่ะ
...เป็นหนึ่งกำลังใจค่ะ
ยินดีด้วยค่ะ
คุณพิชัยควรเขียนเล่าให้ละเอียดและเผยแพร่ให้มากๆนะคะ เพราะเชื่อว่ามีคนที่ยอมแพ้และไม่ได้รับการช่วยเหลือจัดการอีกไม่น้อย จนกว่าการรักษาโรคนี้จะแพร่หลายและค่าใช้จ่ายถูกกว่านี้ในอนาคต ต่างประเทศเขามีการประเมินกันแล้วค่ะว่า การรักษาให้ถูกต้องแต่เนิ่นๆโดยรัฐเป็นผู้จัดการจะคุ้มค่ากว่าในระยะยาว
-สวัสดีครับ
-เป็นกำลังใจให้นะครับ
-ผู้ป่วยคนไหนได้อ่านบันทึกการรักษาของท่านคงมีกำลังใจขึ้นมากนะครับ
-ขอบคุณครับ