ผู้เขียนได้อ่านเจอบทความ “ความเป็นครูในศตวรรษที่ 21” ได้ข้อคิดหลายประเด็นที่ตรงและโดนใจมาก ที่สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน ได้ทำการวิจัยเมื่อปี 2557 ที่สรุปว่า เยาวชนส่วนใหญ่อยากให้ครูเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเรียนการสอนของระบบการศึกษาในปัจจุบัน เพราะหลักสูตรการสอนเน้นเนื้อหา ทฤษฎีมากกว่าการนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เมื่อดูเพื่อนร่วมชะตากรรมกับเราวิจารณ์มาแล้วเราลองหันกลับมาดูตัวเองบ้างที่ปัจจุบันหลักสูตรของเราต้องให้เด็กเรียนมากถึง 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย ในบรรดาชั่วโมงเรียนในแต่ละวันเราเรียนรู้ในกลุ่มสาระหลัก 8 กลุ่มสาระเฉลี่ย 5-6 ชั่วโมง อีก 1-2 ชั่วโมง เป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมเพื่อสังคม นั่นแสดงว่าเด็กต้องอยู่กับห้องเรียน 25-30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ทีเดียว

ศาสตราจารย์กิตติคุณสุมน อมรวิวัฒน์ กล่าวว่าครูต้องปรับเปลี่ยนการสอน ไม่มุ่งที่ทฤษฎี แต่ต้องเปลี่ยนบริบทการเรียนการสอนให้นักเรียนรู้จักหาคำตอบและตั้งคำถามด้วยตนเอง ในขณะที่ครูต้องปรับเปลี่ยนในเรื่องความรู้ด้วยว่าในแต่ละวันมีอะไรมาใหม่บ้าง โดยใช้สื่อที่มีอยู่รอบตัว คิดบวก มีเหตุผล คิดสร้างสรรค์ หัดมีจินตนาการเสียบ้าง รู้ว่าตัวเองมีอะไรดีบ้าง แต่อย่าอวดตัว และให้เชื่อว่าเด็กทุกคนเกิดมามีทุนติดตัวมาไม่เท่ากัน เป็นหน้าที่ของครูที่จะต้องเสริมเติมเต็มให้กำไรชีวิตแก่เด็ก ให้มีทักษะชีวิตที่มากขึ้น

ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ ประธานกรรมการคุรุสภา กล่าวว่าครูไทยในยุคศตวรรษที่ 21 ควรมีคุณลักษณะ 7 ประการ คือ

  • สร้างและบูรณาการความรู้ได้
  • มีความคิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์
  • มีวิสัยทัศน์และตกผลึกทางความคิดเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เรียน
  • ครูต้องรู้และเข้าใจเทคโนโลยีใหม่ มีทักษะใหม่ๆ พร้อมทั้งชี้แนะข้อดีและข้อเสียให้ผู้เรียนได้
  • มีทักษะการสอนเด็กให้เติบโตเต็มศักยภาพและสร้างผลงานใหม่ๆ
  • ต้องเข้มแข็งในจรรยาบรรณ คุณธรรม จริยธรรม และชักชวนให้คนอื่นๆ ทำเพื่อสังคม
  • มีบทบาทนำด้านการสอนและวิชาชีพ พัฒนาคุณภาพของโรงเรียนและในวิชาชีพร่วมกับผู้บริหาร

มากขึ้น

        นั่นแสดงให้เห็นว่าครูเราจะนิ่งเฉยไม่ได้แล้ว ต้องมีความพร้อม เสาะแสวงหาความรู้ใหม่ๆ ที่ไม่ใช่เฉพาะทฤษฎีหรือเนื้อหาในสาระของตนเองเท่านั้น ต้องรู้เท่าทันเด็กยุคใหม่และตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ต้องขุด (หรือที่เรียกว่าการวิเคราะห์ผู้เรียน) หาความสนใจหรือความรู้เดิมของเด็กออกมาเพื่อให้เขานำมาต่อยอด (เรียนรู้) สร้างสรรค์เป็นผลผลิตให้ได้  ตลอดจนต้องมีความหนักแน่น เข้มแข็ง เสียสละให้มากขึ้น เพราะหลายฝ่าย หลายวงการเหลือเกินที่มักจะคาดหวังกับเรา(ครู) คิดดูแล้วก็หนักเหมือนกันนะครับกับสภาพสังคมก้มหน้า สังคมในยุคดิจิตอล สังคมที่ไม่ค่อยใส่ใจในความเป็นอยู่ของกันและกัน แต่ใส่ใจกับสิ่งที่ไกลตัวแบบนี้