เงินเพียง 10 บาทอาจจะถูกมองข้ามจากใครบางคน

แต่เงินเพียง 10 บาทอาจจะเป็นการต่อชีวิตใครสักคนก็ได้

ช่วงนี้ปิดเทอมหน้าที่ของข้าพเจ้าก็คือตื่นเช้าไปส่งน้องสาวไปฝึกสอน และอ่านสัมนาในช่วงปิดเทอม

และทุกวันคุณเธอจะมีเรื่องมาเล่าให้ฟังมากมาย เราก็ทำหน้าที่รับฟัง

น้องสาวข้าพเจ้าเรียนป.ตรีคณะวิทยาศาสตร์และมาต่อโทศึกษาศาสตร์

เหตุผลก็เพียงเพราะว่าเธอรักในการเป็นครู

บ่อยครั้งที่ตื่นขึ้นมาแล้วเธอยังเขียนแผนการสอน ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ฉันภูมิใจ

เธอไม่ใช่แค่สอนตามบทเรียน แต่เธอคิดแล้วคิดอีกกับการสอนในแต่ละวัน

ฉันเคยถามว่าทำไมเธอดูทุ่มเท เธอบอกว่าอยากให้เด็กได้รับความรู้มากที่สุด

ทุกวันจะมีเรื่องเล่าของเด็กที่เธอสอน และบ่อยครั้งเรื่องราวเหล่านั้นมันทำให้ฉันน้ำตาซึม

น้องสาวบอกฉันว่าข้าวที่เรากินแต่ละมื้อในร้านอาหารมื้อละหลายร้อย

แต่กับเด็กคนหนึ่งเงินแค่10บาทสามารถต่อชีวิตเค้าได้ทั้งวัน

มีเด็กชายคนหนึ่งทุกวันจะกินแต่ขนมปังในทุกๆวันที่เธอสังเหตุ วันหนึ่งเธอก็เลยเดินเข้าไปถาม

ทำไมหนูไม่กินข้าว กินแค่ขนมปังมันจะอื่มเหรอ

แต่สิ่งที่เด็กคนนั้นตอบกลับมาก็คือ แค่นี้ก็อิ่มแล้วครู ผมได้เงินมาวันละ10บาทกับข้าวโรงเรียน20บาทขึ้นไป

ผมไม่มีตังค์ซื้อหรอก คำพูดนั้นมันเหมือนแทงเข้ามากลางใจฉัน

บางครั้งฉันใช้เงินไปกับการกินข้าวในร้านอาหาร ใช้เงินไปกับช้อปปิ้ง

แต่ทว่ากับเด็กบางคนเงินแค่10บาทอาจจะมีความหมายสำหรับเขามาก

ตั้งแต่วันนั้นฉันจึงบอกกับตนเองว่าจะใช้เงินทุกบาทให้คุ้มค่าที่สุด

และเงินที่ได้มาก็จะเผื่อแผ่ให้กับเด็กๆหลายๆคนที่ยังไม่มีโอกาส

และเรื่องนี้ฉันก็ไปเล่าให้กับเด็กที่มาเรียนด้วยให้ฟัง

หนูโชคดีแค่ไหนแล้ว มีข้าวกินอื่มทุกมื้อ มีขนมให้ทาน ได้เงินไปโรงเรียนวันละ100 กว่า

มีคุณครูมาสอนตัวต่อตัว ได้เรียนห้องแอร์ ทำไมหนูไม่ใช้ความโชคดีนี้ให้เป็นประโยชน์

ตั้งใจเรียนให้มากกับโอกาสที่ได้รับ แล้วฉันก็เห็นเด็กๆเหล่านั้นเงียบไป

ดังนั้นทุกคนจงพอใจในสิ่งที่ตนมี แล้วเผื่อแผ่ให้กับคนรอบข้างบ้าง