วิชาพัฒนานิสิต (๒๑) : ว่าด้วยการเขียนโครงการเพื่อการพัฒนานิสิต

หยิบยกหลักคิดอื่นๆ มาให้นิสิตได้ทำความเข้าใจ เช่น PDCA KM W6H.. ตลอดจนการนำวาทกรรมทางการวิจัยมาหนุนเสริมการเรียนรู้ในโครงการเพื่อการพัฒนานิสิต เช่น ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ อันเป็นวาทกรรมที่สัมพันธ์กับการดำเนินงานภายใต้ระบบ PDCA

การเรียนการสอนรายวิชาการพัฒนานิสิต เมื่อวันที่ 17-18 มิถุนายน 2558 เป็นการเรียนการสอนเรื่อง “หลักการและแนวคิดในการเขียนโครงการเพื่อการพัฒนานิสิตมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมชาย แก้ววังชัย เป็นผู้จัดการเรียนรู้




ก่อนการบรรยายต้นชั่วโมง


ก่อนการเรียนรู้ในภาคทฤษฎี ทีมกระบวนกร ยังคงทำหน้าที่หนุนเสริมการเรียนรู้เฉกเช่นทุกครั้ง นับตั้งแต่แจก “ใบงาน” ตรวจเช็คการแต่งกาย จับไมค์ทักทายกึ่งทบทวนเนื้อหาการเรียนรู้เล็กๆ น้อยๆ พร้อมกับการนำสื่อ/คลิปมาเปิดให้นิสิตได้ดูได้ชมร่วมกัน

ครั้งนี้-นำมาเปิด 2 เรื่อง ทั้ง 2 เรื่องเป็น “งานเก่า” ที่จัดทำขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.2554 ประกอบด้วยเรื่องการเยี่ยมค่ายและเรื่องจดหมายจากมหาวิทยาลัยถึงคนไกลที่อยู่ทางบ้าน -

ทั้ง 2 เรื่องมีบรรยากาศของการเรียนรู้ที่ต่างกัน แต่ให้มุมมองแนวคิดที่ยึดโยงถึงกันได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณธรรมด้านจิตอาสาผ่านการออกค่ายอาสาพัฒนา ซึ่งเป็นค่ายที่เน้นการเรียนรู้คู่บริการ และเป็นเรื่องเกี่ยวกับความกตัญญูต่อบิดามารดา โดยเรื่องหลังนี้ครบรสในแบบบันเทิงเริงปัญญา




แนวทางการเขียนโครงการเพื่อการพัฒนานิสิต

กระบวนการเรียนรู้ในวันนี้ หลักๆ แล้วเป็นเรื่องแนวทางการเขียนโครงการเพื่อการพัฒนานิสิตล้วนๆ เพราะการเขียนโครงการ จะเป็นเสมือนต้นน้ำของการเรียนรู้ในรายวิชานี้ เนื่องจากนิสิตแต่ละคนต้องได้ฝึกเขียนเป็นรายบุคคลแล้วในนามกลุ่มยังต้องระดมความคิดสร้างโครงการฯ สู่การเรียนรู้คู่บริการ (Service Learning) ตามแนวคิดการเรียนรู้นอกชั้นเรียน 3 มิติ คือ

  • ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Learner-Centered)
  • เรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning)
  • ชุมชนเป็นห้องเรียน (Community-Based Learning)


ผศ.ดร.สมชาย แก้ววังชัย



เช่นเดียวกับการสะท้อนให้นิสิตได้เข้าใจถึงประเภทของโครงการเพื่อการพัฒนานิสิตที่มี 4 ด้าน ที่ประกอบด้วย บำเพ็ญประโยชน์ ศิลปวัฒนธรรม นิสิตสัมพันธ์และวิชาการ กีฬาและนันทนาการ พร้อมๆ กับการเชื่อมโยงให้รู้ว่าหากเป็นระบบและกลไกการเรียนรู้กิจกรรมนอกหลักสูตรตามตัวชี้วัดการประกันคุณภาพการศึกษาฯ จะมีทั้งหมด 5 ด้าน (5 ระบบและกลไก) โดยเพิ่มเรื่อง คุณธรรมจริยธรรม เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ในทางทฤษฎีของการเรียนการสอนเกี่ยวกับการเขียนโครงการเพื่อการพัฒนานิสิต ไม่ถึงขั้นยึดมั่นในรูปแบบและองค์ความรู้ที่ว่าด้วย "การเขียนโครงการ" ตามข้อบังคับที่ว่าด้วย “กิจกรรมนิสิต” ของมหาวิทยาลัยมหาสารคามอย่างเคร่งครัดเสียทั้งหมด แต่มุ่งสู่เนื้อหาแบบกว้างๆ และบูรณาการศาสตร์ เพื่อให้นิสิตสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งในการเขียนโครงการในชมรม (กิจกรรมนอกหลักสูตร) การเขียนโครงการในหลักสูตร (กิจกรรมในหลักสูตร) ที่อาจมีทั้งที่เป็นกิจกรรมทั่วไป และกิจกรรมที่เป็น “โปรเจค” (วิจัย) ของนิสิตเอง




การบรรยายให้ความรู้และสร้างความเข้าใจดังกล่าว จึงมุ่งสร้างการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมด้วยการชวนให้นิสิตได้ขบคิดตามผู้สอนเป็นระยะๆ ซึ่งมีประเด็นการเรียนรู้หลากหลาย เช่น

  • หลักของการตั้งชื่อโครงการฯ ให้น่าสนใจ
  • หลักการเขียนหลักการและเหตุผลที่ต้องสื่อให้เห็นถึงแรงบันดาลใจ ที่มาที่ไปของโครงการ ความจำเป็นของการต้องจัดโครงการ รวมถึงภาพรวมของกรอบแนวคิดที่ใช้ในการขับเคลื่อน ตลอดจนภาพรวมของผลที่คาดว่าจะได้รับ ซึ่งถือว่า “หลักการและเหตุผล” เป็นองค์ประกอบที่เขียนยากมากที่สุดก็ว่าได้
  • หลักการขับเคลื่อนโครงการฯ ที่ต้องเน้นการมีส่วนร่วมระหว่างนิสิตกับชุมชน ซึ่งต้องเป็นโจทย์ หรือความต้องการของชุมชน มิใช่เป็นความต้องการของนิสิตแต่เพียงฝ่ายเดียว




เช่นเดียวกับการนำแนวคิดการเขียนวัตถุประสงค์ตามหลัก SMART มาสื่อสารกับนิสิตที่ประกอบด้วย

  • sensible and Specific: มีความวามเฉพาะเจาะจเป็นไปได้และมีคงในการดำเนินการโครงการ
  • Measurable: สามารถวัดและประเมินผลระดับของความสำเร็จได้
  • Attainable: ระบุถึงการกระทำที่สามรถปฏิบัติได้ มิใช่สิ่งเพ้อฝัน
  • Reasonable and Realistic : ต้องระบุให้มีความเป็นเหตุเป็นผล และสอดคล้องกับความเป็นจริง
  • Time: มีการกำหนดขอบเขตของเวลาที่จะกระทำให้สำเร็จได้อย่างชัดเจน

รวมถึงการหยิบยกหลักคิดอื่นๆ มาให้นิสิตได้ทำความเข้าใจ เช่น PDCA KM W6H.. ตลอดจนการนำวาทกรรมทางการวิจัยมาหนุนเสริมการเรียนรู้ในโครงการเพื่อการพัฒนานิสิต เช่น ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ อันเป็นวาทกรรมที่สัมพันธ์กับการดำเนินงานภายใต้ระบบ PDCA




ก่อนแยกย้ายกลับ : ทวนงาน และประเมินการเรียนรู้

ภายหลังจากการเรียนรู้ภาคทฤษฎีที่ว่าด้วยหลักการและแนวคิดการเขียนโครงการเพื่อการพัฒนานิสิตได้เสร็จสิ้นลง ทีมกระบวนกร ได้เข้ามาทวนซ้ำเนื้อหาการเรียนรู้ร่วมกับนิสิตเล็กๆ น้อยๆ พร้อมๆ กับทวนงานที่นิสิตแต่ละคนต้องกลับไปฝึกเขียนโครงการฯ (โครงการในฝัน) เพื่อส่งให้กับ ผศ.ดร.สมชาย แก้ววังชัยได้ประเมินแบบมีค่าคะแนน

รวมถึงการเตรียม (โครงการในฝัน) มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับเพื่อสมาชิกในกลุ่ม เพื่อระดมสู่การสร้างโครงการฯ ในมิติเรียนรู้คู่บริการตามครรลองโครงการ/โครงงาน (Project Base Learning : PBL) หรือการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning)



เมื่อเสร็จสิ้นการทวนเนื้อหาและการงานแล้ว ทีมกระบวนกรยังคงดำเนินการเหมือนเช่นทุกครั้ง ด้วยการให้นิสิตได้สรุปผลการเรียนรู้ลงใน “ใบงาน” เพื่อฝึกทักษะ “สุ จิ ปุ ลิ” อีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้มี 2 ประเด็นที่นิสิตต้องเขียนสะท้อน คือ ถ้าให้เขียนโครงการฯ นิสิตสนใจที่จะเขียนโครงการประเภทไหน หรือกิจกรรมอะไร และการสะท้อนว่าได้เรียนรู้อะไรบ้างในวันนี้

นี่คือส่วนหนึ่งของนิสิตที่สะท้อนคืนกลับมา

  • ได้รู้หลักการเขียนโครงการ เช่น การตั้งชื่อ การเขียนหลักการเหตุผล การเขียนวัตถุประสงค์
  • ได้รู้จักหลักการเขียนโครงการ ผ่านแนวคิด W6H.. (why what when where who whom how)
  • ได้รู้หลักของโครงการที่ดี คือ แก้ปัญหาได้ การมีส่วนร่วมของนิสิตกับชุมชน
  • ได้รู้หลักของโครงการที่สัมพันธ์กันระหว่างความต้องการของนิสิตกับความต้องการของชุมชน หรือผู้รับ
  • ได้รู้ความสัมพันธ์ของวัตถุประสงค์ เป้าหมาย กิจกรรม และผลที่คาดว่าจะได้รับ
  • ได้เข้าใจลักษณะโครงการตามแนวคิด “เรียนรู้คู่บริการ” มากขึ้น



หมายเหตุ : ภาพโดย ทีมกระบวนกร วิชาการพัฒนานิสิต

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (6)

เขียนเมื่อ 

น่าสนใจเช่นเคยครับ ;)...

เขียนเมื่อ 

ครับ อ.วัส Wasawat Deemarn

ด้วยความระลึกถึงและขอบพระคุณครับ

เขียนเมื่อ 

น้อง ๆ ได้เรียนรู้ตั้งแต่เป็นนักศึกษา ผมเชื่อแน่ว่า ทุกคนจะเข้าใจความหมาย วิเคราะห์ และตกผลึกทั้งในเรื่องงานและชีวิตได้ดีครับ

เขียนเมื่อ 

ข้อมูลที่สะท้อนกลับมา....เป็นผลลัพธ์ที่น่าภูมิใจของผู้สอนนะคะ .... ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ ทิมดาบ

อันที่จริง ต้องสารภาพตรงนี้เลยว่า วิชาพัฒนานิสิต เป็นวิชาที่ผมถอดรหัสความคิดตนเองเป็นสำคัญ หรือพูดง่ายๆ ก็คือผมยกกระบวนการในยามเป็นวิทยากรในเวทีต่างๆ มาประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนในรายวิชาดังกล่าว...

ก็ดีครับ- ไม่ต้องเดินสายอะไรมากมายแล้ว...
ตอนนี้ นั่งดูกระบวนการ ร่วมบริหารจัดการการเรียนรู้ในชั้นเรียน ก็สนุกไปอีกแบบ ครับ



เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ พี่Dr. Ple

ในทุกชั่วโมงของการเรียนการสอน จะเน้นให้นิสิตได้สรุปผลการเรียนรู้สั้นๆ ผ่านใบงานทุกครั้งครับ ใบงานเหล่านี้ จะถูกเก็บรวบรวมและสังเคราะห์เป็นระยะๆ ทั้งในรายบุคคลและภาพรวม

คงยังต้องรอดูการวัดผลผ่านการสอบกลางภาคด้วยเช่นกันครับว่านิสิตเข้าใจและสามารถทำข้อสอบได้หรือเปล่า....

แต่ทั้งปวงนั้น ขอเพียงเขามีทักษะที่จะเรียนรู้ ก็สุขใจแล้วครับ