ชีวิตที่พอเพียง :๒๔๒๑. กินอาหารเช้า ๕ อย่าง


เช้าวันปีใหม่ไทย ๑๓ เมษายน ๒๕๕๘ ผมนั่งอ่านหนังสือที่ระเบียงข้างบ้านตามปกติ สาวน้อยเอาจานอาหารเช้ามาให้ ๑ จาน กับถ้วยน้ำจิ้ม พร้อมกับบอกว่าเป็นการรวบรวมของเหลือจากเมื่อวาน แต่เมื่อผมพิเคราะห์ดู ก็บอกตัวเองว่า เป็นของอร่อย ๕ อย่าง

ผมนับอาหารในจานได้ ๕ อย่าง คือ ข้าวกล้องช่อราตรี ปลูกที่วิทยาเขตเขาทอง นครสวรรค์ ราวๆ ๒ ช้อน กุนเชียงที่ผมซื้อมาจากสุรินทร์เมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒ ท่อนเล็กๆ (เหลือจากมื้อเย็นวาน) ไข่ดาวลูกเล็กๆ ๒ ใบ แตงกวาผ่าซีก ๒ ผล และมะเขือเทศ ผลเล็กๆ ผ่าซีก ๒ ผล และมีถ้วยน้ำจิ้มเป็นซีอิ๊วหวานแนบมาด้วย

แต่ผมไม่แตะซีอิ๊วหวานเลย ผมบอกสาวน้อยหลายครั้งแล้วว่า ผมเลิกกินอาหารแบบเติมสิ่งปรุงรสและจิ้มน้ำจิ้ม หัดกินอาหารตามรสธรรมชาติ หรือตามที่ปรุงสำเร็จมาแล้ว แต่สาวน้อยรู้มากว่าสี่สิบปีว่า ผมชอบกินไข่ดาวกับซีอิ๊วหวาน เขายังยึดมั่นกับตัวผมเมื่อหลายปีก่อน ไม่เข้าใจว่าผมกำลังฝึกกินอาหารรสธรรมชาติอยู่ เขาไม่เข้าใจว่าผมกำลังฝึก "การเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง" (Transformative Learning) ในตนเอง ผ่านการกินอาหาร

ผมกินอาหารในจานทีละอย่าง เพื่อรับรู้รสอาหารแต่ละอย่าง เริ่มจาก กุนเชียงหมูชนิดพิเศษ ตราห้าดาว ต้นตำรับเมืองสุรินทร์ ที่รู้ว่าอร่อยสุดยอดมาตั้งแต่เมื่อวาน ตามด้วยข้าวกล้องช่อราตรี ที่ตอนหุงส่งกลิ่นหอม แต่ตอนกินได้กลิ่นหอมน้อยมาก แต่เคี้ยวนุ่มกรุบอร่อย รสดี ต่อด้วยไข่ดาวที่ผมกินโดยไม่เติมสิ่งปรุงรสใดๆ ทั้งสิ้นมาเป็นเวลาประมาณ ๑ ปี ได้รสไข่ดาวที่อร่อย นั่นคือการกินเรียงคำนะครับ คั่นด้วยผักสองชนิด ที่ต่างก็ให้รสชาติตามตัวของเขา

กินอาหารสลับคำไปเรื่อยๆ ด้วยสติรับรู้รสที่แตกต่าง ๕ แบบ และสติว่ากินน้อยอายุยืน ร่างกายแข็งแรง

คนแก่ส่วนต่างๆ ของร่างกายเปลี่ยนไป ต่อมรับรสที่ลิ้นก็เปลี่ยน ความไวต่อกลิ่นของจมูกก็ลดลงไป เวลานี้ ผมกินผักก็รับรู้รสและกลิ่นของผักแต่ละชนิด ผักสลัดช่วยให้ผมได้รับรู้และเรียนรู้รส ความกรอบ/เหนียว และกลิ่น ของผักสดแต่ละชนิด และฝึกให้พอใจในผักแต่ละชนิด ตามที่เขาเป็น เพื่อนำมาฝึกให้พอใจในลูก ภรรยา และมิตรสหาย ตามแบบที่เขาเป็น

ทั้งหมดนั้น เป็นการฝึกฝน การเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง ที่สุดท้ายคือ เปลี่ยนสู่สภาพไร้ชีวิต



วิจารณ์ พานิช

๑๓ เม.ย. ๕๘


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)