การศึกษาไทย..ไม่มีที่ไหนในโลก

คำถามคือ..ออกยากไปเพื่อ......ในเมื่อ..คนเก่งที่ดูหนังสือสอบ..ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะสอนดีสอนเก่ง หรือเป็นคนดี และคนที่ตอบคำถามยากๆไม่ได้..ก็ใช่ว่า..เขาสอนไม่ได้ หรือไม่รู้อะไรเลย อีกทั้งอาจารย์มหาวิทยาลัยไม่รู้เลยหรือว่า ทุกคนเรียนรู้ได้..และเมื่อไปเป็นครู ..สพฐ. คุรุสภา..ยังต้องมีโครงการพัฒนาครู..อีกมากมายก่ายกอง.....

ท่านผู้ปกครอง และอีกหลากหลายอาชีพ รวมทั้งนักการศึกษาที่อ่านบันทึกนี้..คงเห็นด้วยแล้ว ที่จะให้มีการปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ ภาพความสำเร็จจากแนวคิดของคณะกรรมการระดับชาติ จะเป็นรูปเป็นร่างในปลายปี ๒๕๕๘..หลายท่านที่ไม่ได้ติดตาม อาจสงสัยว่า ปฏิรูปอะไร ..ปฏิรูปการศึกษาแล้วได้อะไร...

วันนี้..ผมขอพูดในประเด็นนี้ก่อนว่า..ทำไมถึงต้องปฏิรูปกันอย่างเร่งด่วน บางเรื่องแทบจะไม่ทันแล้ว การศึกษาบอบช้ำและเสียหายมานับครั้งไม่ถ้วน เสียทั้งเวลาและงบประมาณ แต่เอาผิดใครไม่ได้เลย..ดังตัวอย่างต่อไปนี้....

การสอบครูผู้ช่วย..เมื่อปลายเดือนเมษายน ๒๕๕๘ ที่ผ่านมาสดๆร้อนๆ มีการเปิดสอบหลายเขตพื้นที่การศึกษา และหลายวิชาเอก..มีตำแหน่งว่างมากมาย มีเลขที่อัตราเงินเดือนรอครูอยู่ที่จะบรรจุได้หลายพันคน เพียงผู้เข้าสอบ..จบป.ตรี ตามวิชาเอกนั้นๆและ มีใบประกอบวิชาชีพครู..

มีผู้เข้าสอบทั่วทุกเขตเป็นจำนวนมาก แต่สอบผ่าน ภาค ก ได้ไม่ถึงร้อยละ ๒๐.. บางเขตฯไม่มีผู้สอบได้เลยแม้แต่คนเดียว..เมื่อผ่านภาค ก ที่เป็นวิชาความรู้ความสามารถทั่วไป(พื้นฐาน) แล้ว ก็ต้องสอบภาค ข. ที่มี ๒ วิชา คือ วิชาการศึกษา และวิชาเอก... จากนั้นจะเป็น ภาค ค คือ สัมภาษณ์

ผมมีโอกาสได้เป็นคณะกรรมการออกข้อสอบภาค ข ของเขตพื้นที่ฯ โดย ผอ.เขตฯแต่งตั้งทั้งหมด ๑๑ คน ประกอบด้วย ศึกษานิเทศก์และผู้บริหารโรงเรียน..ใช้สถานที่ออกข้อสอบในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในเมืองกาญจนบุรี ที่ดูมิดชิด ไกลผู้ไกลคน สงบเงียบ ไกลจากสถานที่สอบกว่า ๓๐ กม.

เริ่มออกข้อสอบกันวันศุกร์ เวลา ๑๑.๐๐ น. จนแล้วเสร็จ เวลา ๑๘.๐๐ น. จากนั้นพักค้าง ๑ คืน จนกว่าจะมีการสอบวิชาการศึกษาในเช้าวันเสาร์..และบ่ายโมงสอบวิชาเอก..เขตพื้นที่จึงได้อนุญาตให้กรรมการออกข้อสอบกลับบ้านได้.. พร้อมจ่ายค่าตอบแทนให้ทุกคน รวมเจ้าหน้าที่ธุรการและพนักงานขับรถ..กว่า ๒๐ ชีวิต

ข้อมูล..ที่ผมทราบ..จากการออกข้อสอบวิชาภาษาไทย มีผู้ผ่านการสอบภาค ก. เพียง ๑ คนเท่านั้น ส่วนวิชาเอกอื่นๆ รวมทั้งเขต สอบได้เพียง ๗ คน ผอ.เขตจึงออกปากเตือนกรรมการทุกคนว่า อย่าออกข้อสอบยากนะ เดี๋ยวทำกันไม่ได้ เขตจะไม่ได้ครู โรงเรียนก็จะขาดครูไปอีกหลายเดือน..

"...ชยันต์ อย่าออกยากนะครับ..เดี๋ยวคนที่มาสอบ ทำไม่ได้ จะผูกคอตายเสียก่อน...แย่เลย.." ท่านผอ.เขตพูดเย้าเล่น ให้ผมคลายเครียด ผมก็เลยบอกไปว่า..."..ผมออกง่ายแล้ว..เขาจบวิชาเอกมาโดยตรง ทำได้แน่นอน ถ้าสอบไม่ได้ ผมยอมให้หักเงินเดือน เป็นเวลา ๒ เดือน.." พูดไปแล้ว ก็ยังเสียวๆเหมือนกัน ..ยังไม่รู้เลย...ว่าที่ครูผู้ช่วยคนนั้น สอบผ่านภาค ข.หรือเปล่า...

ผมออกข้อสอบเสร็จแล้ว มีโอกาสได้ผ่อนคลาย และนั่งทานอาหารอย่างหรูหรา รสชาติดีมีวิวทิวทัศน์เป็นลำธารจากแควน้อย ก็คิดว่า..ค่าที่พักและอาหารก็คงแพงอยู่ เพราะต้องการให้กรรมการฯอยู่ดีกินดีสมฐานะ..พอเห็นรถตู้ของเขตฯมารับข้อสอบ..มีข้าราชการที่ได้รับมอบหมาย ๓ ท่านแต่งกายภูมิฐาน ลงนามรับข้อสอบ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคุ้มกัน...ทุกคนที่มากับรถตู้..เขตต้องจ่ายค่าตอบแทนให้ทุกคน

และต้องจ่ายให้คณะกรรมการ ผู้คุมสอบห้องละ ๒ คนด้วย..ครับ เป็นอย่างนี้ ทุกเขตทั่วประเทศซึ่งต้องใช้เงินนับสิบล้านบาท...จึงเป็นการลงทุนที่สูงมาก

ผมจึงคิดว่า เป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ ที่มหาวิทยาลัยขื่อดังแห่งหนึ่ง ที่เป็นกรรมการออกข้อสอบ ภาค ก. ออกข้อสอบยาก จนมีผู้สอบได้น้อย รัฐสูญเสียเงินมากมาย และจะต้องมีการสอบใหม่อย่างแน่นอน..

มีเสียงสะท้อน(แก้ตัว)ว่า ได้ออกข้อสอบตามหลักสูตร ผู้เข้าสอบ ทำไม่ได้เอง แต่หลักฐานที่ออกมา บ่งบอกว่ายากจริงๆ จนผู้เข้าสอบต้องไปร้องเรียนสื่อสารมวลชน จนเป็นข่าวคึกโครม...

อย่าลืมนะครับ..การลงทุนทำวิจัย..ยังต้องมีทดสอบเครื่องมือว่ามีความเหมาะสมเพียงใด การสอบที่ต้องลงทุนเป็นล้าน เขาวิเคราะห์ความยากง่ายมากน้อยเพียงใด..น่าคิดนะครับ

คำถามคือ..ออกยากไปเพื่อ......ในเมื่อ..คนเก่งที่ดูหนังสือสอบ..ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะสอนดีสอนเก่ง หรือเป็นคนดี และคนที่ตอบคำถามยากๆไม่ได้..ก็ใช่ว่า..เขาสอนไม่ได้ หรือไม่รู้อะไรเลย อีกทั้งอาจารย์มหาวิทยาลัยไม่รู้เลยหรือว่า ทุกคนเรียนรู้ได้..และเมื่อไปเป็นครู ..สพฐ. คุรุสภา..ยังต้องมีโครงการพัฒนาครู..อีกมากมายก่ายกอง.....

ดูข่าวเมื่อเช้านี้..สาวเมาแล้วขับ..ชนนักกีฬาจักรยานเสียชีวิต..นายกฯสั่งสอบเอาผิดให้ได้..ให้โยงไปถึงว่า สาวคนนั้นดื่มที่ไหน..ร้านเหล้าเปิดเกินเวลาหรือเปล่า..เช่นเดียวกัน ผมอยากให้ผู้นำประเทศ ลงมาเล่นเรื่องนี้ที่เป็นปัญหาซ้ำซาก บั่นทอนวงการครู ดูซิว่า การสอบครูผู้ช่วยแบบนี้ หน่วยงานใดคิด ใครสั่งแต่งตั้งกรรมการออกข้อสอบ.. มีใครออกข้อสอบบ้าง...ท้ายที่สุด...ก็ว่ากล่าวตักเตือนกันเสียบ้าง..

มีอย่างที่ไหน..คนสอบในห้องสอบมี ๑ คน..ใช้คนคุมสอบ หน้าห้อง ๑ คน หลังห้อง ๑ คน คนคุมสอบมีมากกว่าผู้เข้าสอบเสียอีก..ถึงว่า..จะต้องรีบปฎิรูปการศึกษากันอย่างเร่งด่วน..

ผมถึงบอกว่า..ไม่มีที่ไหนในโลกใบนี้อีกแล้ว..ครับท่าน

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๔ พฤษภาคม ๒๕๕๘

สถานที่ออกข้อสอบ..ที่ดูดีมาก...

</span></strong>

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (6)

เขียนเมื่อ 

รับทราบ...จ้าา....ก็ถือว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของวงการการคัดเลือกครูของไทยก็ได้นะ

เขียนเมื่อ 

ละเอียด ชัดเจน และน่าคิดครับ ;)...

เขียนเมื่อ 

เพชรเป็นของประดับ แต่กินไม่ได้ครับ

ขอบคุณทุกท่านนะครับ

เขียนเมื่อ 

ห้องคุมสอบ..หรือห้องคุม..ขัง..(ผู้สอบ)..คะ..แล้วทำไมต้องไปออกข้อสอบกันในที่ๆมีราคาแพงๆ..คะ..แล้วไงคะ..เนี่ยะ..ใช้เงินเป็นสิบล้าน...อิอิ

อีกหน่อยคงมีแต่ผู้คุมสอบ(เพราะเงินดี)..ไม่มีคนไปสอบ..ให้ตก..เพราะไม่มีเงิน..ไปนั่งในคุก..ให้สอบ..อิอิ..

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณอาจารย์ ชยันต์ ที่ บอกเล่าเรี่องราว วิธีการออกข้อสอบ และ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นให้เห็นภาพค่อนข้างชัดเจน แถมมีตัวดละครที่เข้ามาเกี่ยวข้องตามบทบาท ความรับผิดชอบ ผมตั้งใจอ่านถึง 2 รอบ ระหว่างที่อ่านไปนึกเห็นใจผู้ที่มาสอบ และ เห็นใจประเทศไทย เพราะ ผมคิดว่า มันผิดตั้งแต่คิดใช้วิธีการนี้แล้ว บางคนอาจจะบอกว่า ถ้าคุณยังบอกไม่ได้ว่ามีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้ ก็ต้องใช้วิธีนี้ไปก่อน นั้นก็ถูก แต่ถ้ากำหนอรูปแบบวิธีผิดๆแบบนี้ แล้วยังต้องทำกันไปก่อน น่าเศร้านะครับ เสียทั้งงบประมาณ เวลา ความรุ้สึกดีๆที่มีต้องกัน ต้องฟ้องร้องสื่อ ต้องแจ้งความให้เป็นคดีความ

ลองใช้วิธีใหม่ ผมคิดว่าให้ทุนการศึกษานักเรียนที่เรียนโรงเรียนนั้น ที่ฝันอยากไปเป็นคุณครู เมื่อเขาเข้าเรียนครูได้ ก็ให้มาฝึกสอนทุกภาคการศึกษา เมื่อเขาจบ ก็ให้เขามาทดลองงาน(สอน) ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยครู้ตามที่ กำหนด 3-5 ปี จากนั้น ระหว่างนี้ให้มีการติดตามประเมินผลเป็นระยะๆ ทำกันในรูปแบบ คณะกรรมการ ครู ผุ้ปกครอง ผู้ทรงคุณวุฒิ และ เจ้าหน้าที่ สพฐ. และ เมื่อครบกำหนดให้บรรจุ ก็ให้มีการทดสอบวิสัยทัศน์ จรรยาบรรณครู และ ความรู้ความสามารถในวิชาที่จะสอน ในรูปแบบสัมภาษณ์ ไม่ต้องมีข้อเขียน และ ให้ทำงาน มีการประเมินใหม่ ทุก 5 ปี

เล่าให้อาจารย์ ชยันต์ ฟังถึงความคิดแบบนี้ ก้ไม่ได้หวังว่า จะให้อาจารย์ไปพลักดัน หรัือทำอะไรทั้งสิ้น รู้และ เห็นด้วยว่าที่ อาจารย์ ว่ามา ขืนยังต้องทำกันไปอย่างนั้นอีก ก็มีแต่ แย่ไปอีก จึงลองเขียนเป็นทางออกที่ไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณ ที่ควรจะเอาไปพัฒนาการเรียนการสอนเด็ก แทนที่จะมาใช้กับเรื่องแบบนี้อีก