หลังจากผมได้เรียนรู้ละครเพื่อการเปลี่ยนแปลง ทำให้ผมอยากทดลองใช้ในสถานการณ์ชีวิต เรามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันว่า "ผมจะทำได้อย่างไรกันในที่ประชุมแห่งหนึ่งในหัวโขน ประธานปรับปรุงหลักสูตร"

ผม: กรรมการทุกท่านมีความเห็นอย่างไร ถ้าวิชาแรกที่อาจารย์อยากสอนกรอบคิดทุกอย่างในการพัฒนาเด็ก รวม 30 ชม. ตามด้วยการฝึกนำกรอบคิดนั้นมาใช้ด้วยกิจกรรมการใช้แบบประเมิน อีก 15 ชม. ... แล้วต่อด้วยวิชาสองที่อาจารย์อยากสอนกรอบคิดจากตัวแรกแบบย้ำเตือนนศ.แล้วสอนแบบบูรณาการกรอบคิดต่างๆ ในภาวะโรคของเด็กต่างๆ เช่น พัฒนาการช้ารอบด้าน กลุ่มออทิสติก กลุ่มสมาธิสั้น ฯลฯ รวมทั้งสอดแทรกกระบวนการทางกิจกรรมบำบัด รวม 30 ชม. และฝึกปฎิบัติอีก 15 ชม.

กรรมการ A: ประสบการณ์ของการจัดหลักสูตรที่เชียงใหม่ นศ.รู้สึกเบื่อที่ต้องเรียนแต่กรอบคิด เค้าอยากเรียนรู้ด้วยการลงมือทำกับเคสจริงๆ แล้วอาจารย์ค่อยๆสรุปบทเรียน

กรรมการ B: อยากให้นศ.มีพื้นฐานกรอบคิดที่แน่นก่อนแล้วนำไปฝึกกระบวนการทางกิจกรรมบำบัด

กรรมการ C: จากผลการประเมินทักษะวิชาชีพในการส่งเคสจริงให้นศ.... ก็ยังไม่เห็นการนำกรอบคิดไปใช้ได้จริงๆ บางที่ก็มีเหตุผลว่า ใช้กรอบคิดนี้เพื่อให้แตกต่างจากวิชาชีพอื่น แต่ยังไม่เข้าใจว่าเคสนี้ต้องการกรอบคิดอะไรจริงๆ หลายเคสเข้าใจกรอบคิดมากกว่านศ.เสียอีก

กรรมการ B: ก็ยังอยากยืนยันให้นศ.เข้าใจ 11 กรอบคิดของกิจกรรมบำบัดเด็ก ที่แยกจากวิชาพื้นฐานปีก่อนหน้านี้ที่เรียนแค่กรอบคิดและการประเมินพื้นฐาน ที่ยังไม่มีเวลาพอให้เรียนครบทุกตัว

กรรมการ C และผม: อยากเสนอให้ปรับเป็น ตั้งเคสภาวะโรคต่างๆ เป็นหัวข้อหลัก แล้วค่อยๆยกตัวอย่างการนำกรอบคิดไปใช้เป็นชุดๆที่เหมาะสมและทำได้จริงๆในแต่ละสภาวะโรค จะได้ทำให้นศ.เรียนรู้เป็นภาพที่ง่ายขึ้น จากนั้นอาจคิดต่อยอดการไปทำแล๊ปกับอาจารย์ที่มีประสบการณ์ในคลินิก จะได้สังเกตกระบวนการทางกิจกรรมบำบัดจริงๆ มากกว่าในห้องเรียน

กรรมการ A: ที่เชียงใหม่ ก็ลองทำแบบตั้งเคสขึ้นมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ก็ดูนศ.เข้าใจขึ้นนะ

กรรมการ B: คิดว่า ก็ได้ตั้งเคสเป็นหัวข้อหลักในวิชาสอง แต่ตัวแรกก็จะสอนกรอบคิดให้ครบก่อน

ผม: มาดู Mapping กันนะ เปรียบเทียบระหว่าง การสอนทุกกรอบคิดก่อนให้ครบ 100% แล้วไปใส่ในเคสว่าจะใช้ กรอบคิดอะไร กระบวนการอะไร บูรณาการอย่างไร ต่อด้วยฝึกกระบวนการนั้นๆ กับกรอบคิดแบบบูรณาการ กับ ตั้งเคสขึ้นมา แล้วดูว่าจะใช้กรอบคิดอะไรบ้าง ซึ่งอาจใช้กรอบคิดหนึ่ง 50% กรอบคิดสอง 30% กรอบคิดสาม 20% แล้วก็สาธิตกระบวนการและการปฎิบัติให้เห็นตัวอย่างจริงๆ คิดว่า แบบใดจะใช้เวลาสอนความรู้มากกว่า แบบใดจะทำให้นศ.ได้ทักษะการลงมือทำได้มากกว่า

กรรมการ B: [เริ่มเงียบคิดทบทวน] ที่สอนแบบเดิมน่าจะทำให้นศ.มีความรู้พร้อมกว่า อืม...เปลี่ยนก็ได้ [เสียงเบา หันมองอาจารย์ร่วมสอนวิชานี้ สีหน้าดูลังเล]

กรรมการ A และผม: อาจารย์ลองกลับไปทบทวนอีกครั้งแล้วนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันใหม่ในการประชุมครั้งหน้า

สรุปความรู้สึกของผมคือ เหนื่อย ไม่เข้าใจ

สรุปความคิดของผมคือ วันนี้ผมพยายามคิดน้อยๆ แล้วใช้ความรู้สึกฟังกรรมการทุกท่าน แล้วใช้ใจจับความรู้สึกตัวเองก่อนพูดด้วยบทบาทประธาน อาจารย์คนหนึ่ง และสมมติเป็นนศ. ... ทำอย่างไรผมจะทำให้กรรมการสะท้อนความรู้สึกมากกว่าความคิด ตามที่เคยเรียนกระบวนการเปลี่ยนแปลงมนุษย์ด้วยละคร แล้วทำให้อาจารย์สอนนศ.ด้วยความพอดี

ต่างจากการประชุมกับอาจารย์และพี่น้องนักกิจกรรมบำบัดที่มุ่งเป้าระดมสมองกับร่างกฎกระทรวงการเปิดคลินิกกิจกรรมบำบัด ซึ่งทุกคนมีประสบการณ์มากมายและมีใจอุทิศกับบทบาทคณะทำงานพัฒนาวิชาชีพ ผมอ่านแล้วรู้สึก "ได้แรงบันดาลใจ" และคิดต่อยอดว่า "ขอบพระคุณที่เรายังไม่ได้ทำงานคนเดียว แต่มีกัลยาณมิตรที่เรียนรู้แบบลงมือทำและรู้แจ้งด้วยประสบการณ์มาแบ่งปันปัญญา (Wisdom & Common Sense) ให้ผมเข้าใจแบบไม่ใช้หัวคิดเลยครับ [ขออนุญาตแชร์มาจากเฟสบุ๊คของพี่ท่านหนึ่งด้วยความขอบพระคุณมากครับ]

"ร่างมาตรฐานคลินิกกิจกรรมบำบัด... สองวันนี้ได้ร่วมจัดทำร่างมาตรฐานคลินิกกิจกรรมบำบัด นับเป็นประสบการณ์อันมีค่า โดยเฉพาะวันนี้ที่ต้องพิจารณาร่วมกับต่างวิชาชีพ ที่อาจจะคาบเกี่ยวและก้าวล้ำวิชาชีพอื่น ๆ ทำให้เราได้เห็นอะไรมากมาย แต่สุดท้ายทุกฝ่ายต่างเห็นแก่ประโยชน์ของผู้รับบริการ ต่างยอมถอยและเกื้อกูลกัน จนสำเร็จไปอีกหนึ่งก้าว ...การทำมาตรฐานคลินิกกิจกรรมบำบัด ไม่ได้มุ่งหวังให้วิชาชีพของเราเปิดคลิกนิกได้เท่านั้น แต่ต้องมีมาตรฐานเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค และจะต้องดำรงไว้ซึ่งคุณค่าแห่งวิชาชีพ
...ต่อไป นำเสนอกรรมการวิชาชีพ พิจารณา ... นับเป็นการต่อสู้ที่ยาวนาน...โดยส่วนตัวต้องขอขอบพระคุณ อาจารย์สร้อยสุดา อาจารย์นันทนี อาจารย์สุภาพร พี่ใหม่ พี่ปุ้ม อาจารย์ป๊อป น้องอ้อย อาจารย์เอก ซึ่งร่วมกันเป็นตัวแทนวิชาชีพในเวทีนี้......และขอบคุณพี่น้องกิจกรรมบำบัดทุกท่านที่วางใจเลือกเรา เป็นกรรมการวิชาชีพ ทำให้ได้มีประสบการณ์อันมีค่า..."