อีกครั้งที่ได้รับโอกาสได้เรียนรู้การประเมินแบบเสริมพลัง( Empowerment Evaluation) จากโครงการสนับสนุนองค์กรเพื่อการพัฒนาเยาวชน จัดโดยมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) การประชุมครั้งนี้มี 2 ภาคี เข้าร่วมการประชุม ได้แก่ "สงขลาฟอรั่ม" ผู้ดำเนินโครงการพลังพลเมืองเยาวชนสงขลา และ "มูลนิธิกองทุนไทย" ผู้ดำเนินโครงการ "ปลูกใจ...รักษ์โลก" กองทุนสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาเยาวชน ระหว่างวันที่ 1 – 3 เมษายน 2558 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ กรุงเทพฯ เน้นการเรียนรู้จากการประเมินตนเองของผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ได้แก่ลดมลพิษฟื้นชีวิตดิน มหาสารคาม โครงการต้นกล้าโมเดล อุตรดิตถ์ และโครงการต้นกล้าพัฒนาป่าชายเลน ชุมพร
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกับ KRA,KPI,ACT ก่อนว่าคืออะไร
- KRA คือ ผลลัพธ์ความสำเร็จของโครงการ
- KPI คือ ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ
- ACT คือ กระบวนการสู่ความสำเร็จของโครงการ
มีหลักการสำคัญของการประเมินเสริมพลัง
1.เน้นการเรียนรู้จากการประเมินตนเองของผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ
2.หลักการที่สอง เชื่อว่าผู้ที่รู้ดีที่สุด คือคนทำโครงการ ความคิดเห็นของคนทำโครงการมีค่ามากที่สุด กว่าความคิดดีๆ จะออกมาได้ต้องมีการสนทนากันเพื่อมีความคิดบังเก
ิด
3.เราต้องพูดคุยเพื่อเสริมพลังซึ่งกันและกัน ด้วยปัญญาสนทนา คือให้เท่าทันความคิดตัวเราเอง ให้ฟังเพื่อนด้วยความเข้าใจ ให้มองเลยอคติ ปัญญาสนทนาคือการฟังเพื่อนและปิ๊งแว๊บได้ไอเดียใหม่ๆ จากเพื่อน
เป็นเสน่ห์ของรูปแบบการประเมินอีกรูปแบบหนึ่งที่ครูอย่างพวกเราลืมไปและแถบจะไม่เคยหยิบนำมาใช้
- เริ่มแรกตามสไตล์พี่โจ้ ได้ให้พวกเราแนะนำตัวเอง ความคาดหวัง บอกที่มาและวัตถุประสงค์ของการประชุม พร้อมกับชี้แจ้งขั้นตอนของการประเมินผลแบบเสริมพลัง เป็นการทำแบบ Stakeholder การประเมินไม่มีได้ ไม่มีตก ผู้ที่เข้าร่วม ให้ความเข้าใจตรงกันว่า ให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นโดยอิสระ ให้ความสำคัญกับปัญญาสนทนา
- ช่วงบ่าย พวกเราได้ทบทวนตัวชี้วัดผลลัพธ์ของโครงการ (Key Result Area) ของตนเองโดยการให้คะแนนแต่ละตัวชี้วัด พร้อมกับเหตุผลที่ให้คะแนน........พบว่าเป็นอะไรที่ดีมากผู้ปฎิบัติทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นครูหรือนักเรียนแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ เป็นบรรยากาศประชาธิปไตย เหมือนกับว่าข้าพเจ้านักอยู่ท่ามกลางนักวิชาการซึ่งความเป็นจริงพวกเขาคือนักเรียนชั้น ม.4,5,6....ไม่อยากบอกว่านี้คือผลจากการปฎิบัติ ที่ไม่มีสอนในชั้นเรียน
- ทบทวน KRA ถึงทุ่มหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
วันที่2 เริ่มด้วยสมาธิผ่อนคลาย..นั่งสมาธิเริ่มเช้าวันใหม่ในการทำงานได้อย่างมี "สติ"
ช่วงเช้า ประเมิน KPI ผลไม่ต่างจากวันแรก..นักปฎิบัติการร่วมประเมินอย่างจริงจัง
ช่วงบ่าย ประเมิน Act ผลไม่ต่างจากวันแรก..
ข้าพเจ้านั่งคิดไปถึงการนำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน น่าจะโอเคนะ..เรียนแบบไม่มีสอบ ไม่มีตก ทุกคนร่วมแชร์สิ่งที่รู้มา แต่จุดสำคัญคงอยู่ที่นักเรียนต้องเปิดใจ ฟังเพื่อนด้วยความเข้าใจ ให้มองเลยอคติ ปัญญาสนทนา


