อภินิหารหลวงพ่อภุมมา



อภินิหารหลวงพ่อภุมมา

ในเส้นทางถนนลพบุรี – สิงห์บุรี หากท่านเดินทางจากลพบุรี ผ่านที่ว่าการอำเภอท่าวุ้งขึ้นไปจังหวัดสิงห์บุรี ประมาณ หลักกิโลเมตรที่ ๑๓ ฝั่งขวามือ จะเห็นศาลาทรงไทยสองห้อง เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อภุมมาประทับนั่งปางสมาธิ เกศทรงดอกบัวตูม เนื้อปูนปั้น หน้าตักกว้าง 1.20 เมตร สูง 1.35 เมตร หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออกเป็นพระพุทธรูปที่ชาวบ้านวัดเกตุ และบ้านวัดยาง ตำบลท่าวุ้ง อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี เคารพนับถือ

ประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อภุมมา จากคำบอกเล่าของผู้เฒ่า ผู้แก่ซึ่งมีอายุตั้งแต่ ๘๐ ปี ขึ้นไป และยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันว่า สถานที่ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อภุมมาเดิมเป็นเนินดิน มีเจดีย์ซึ่งหักพังแต่คงรูปทรงให้เห็นปกคลุมด้วยต้นมะขามเทศ องค์พระพุทธรูปไม่มีเศียรคนเลี้ยงวัว เลี้ยงควาย ไปพบเศียรท่านอยู่ในป่าไผ่ร้าง กลางทุ่งนาในบริเวณใกล้เคียง ได้มาบอกตาโต๊ะ ตาพลอย ซึ่งเป็นช่างปูนก่อสร้างในหมู่บ้านยุคนั้น ท่านทั้งสองจึงนำเศียรไปต่อ และก็ต่อได้พอดี แต่องค์พระไม่มีหลังคาคลุม จึงได้หาไม้เนื้อแข็งที่ขอมาจากชาวบ้านมาสร้างศาลา แล้วไปรื้อหลังคาตาจีบ (กระเบื้องดินเผา) มามุงให้ท่านเสียใหม่

ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อภุมมาเป็นที่เล่าขานกันมาตลอดระยะเวลาอันยาวนาน เป็นที่พึ่ง ที่นับถือของชาวบ้าน ในละแวกนี้อย่างยิ่ง ใครมีทุกข์ร้อนก็ไปบอกกล่าวหลวงพ่อ เมื่อประสบความสำเร็จ ก็จะนำของไปแก้บน ด้วยบายศรีซ้ายขวา หมูเห็ดเป็ดไก่ เหล้าขาว ขนมต้มแดง ขนมต้มขาว และโดยเฉพาะน้ำพริกกะปิ ผักต้ม เป็นของโปรดสำหรับท่าน ธงจระเข้ พลุ ตะไล ลิเก แล้วแต่กำลังทรัพย์และศรัทธา โดยเฉพาะครอบครัวที่กลัวบุตรจะเป็นทหาร ผู้เป็นมารดาส่วนมากที่มีบุตรชายครบกำหนดเกณฑ์ทหารและไม่ต้องการให้บุตรเป็นทหารจะไปบนหลวงพ่อทุกปีไม่เคยขาด และก็สมประสงค์เกือบทุกคนไป

ในกาลต่อมา ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๓ ชาวบ้านได้ร่วมแรงร่วมใจกันบูรณปฏิสังขรณ์บริเวณรอบๆ องค์หลวงพ่อให้น่าดูขึ้น โดยการจัดงานมหรสพ ปิดวิก มีลิเก ลำตัด จัดอยู่เป็นระยะได้ ๓ ปี บางปีได้กำไร บางปีขาดทุน จึงนำเงินที่พอเหลือบ้าง มาทำเสาเพื่อทำหลังคาให้สูงขึ้น ทำฐานบัว ยกองค์หลวงพ่อสูงขึ้น บุรณะต่อมาหลายปีคนเก่าตายไปคนใหม่ก็มารับช่วงทำต่อมาจึงได้สำเร็จ

เหตุการณ์ที่สำคัญและเป็นประจักษ์พยานในความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อ ตามคำเล่าขานก็คือ ปี ๒๕๑๐ กรมชลประทานมีโครงการขุดคลองส่งน้ำเพื่อการชลประทานช่วยเหลือการทำนา ได้ทำการส่องกล้องในการขุดคลอง ปรากฏว่าคลองนั้นตรงผ่านหลวงพ่อภุมมา ทางกรมชลประทานมีความเห็นว่าต้องย้ายองค์หลวงพ่อให้พ้นจากเส้นทางการขุดคลอง ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๑๒ รถขุดเริ่มทำงานมาใกล้องค์หลวงพ่อ ปรากฏเหตุการณ์มหัศจรรย์เกิดขึ้นคือ รถขุดไม่สามารถทำงานได้ เครื่องดับไม่มีสาเหตุอยู่หลายวันคนงานขับรถต้องมานอนเฝ้ารถ พอตกกลางคืนคนงานฝันว่าเห็นแสงตะเกียงเจ้าพายุสว่างแจ้งทั่วโคกหลวงพ่อ ได้ยินเสียงพิณพาทย์ ระนาดราดตะโพนบรรเลงสมโภชตลอดคืนเห็นผู้คนเดินกันขวักไขว่ พอรุ่งเช้าเดินไปสังเกตดูไม่พบเห็นอะไร คนงานขับรถเกิดความลังเลใจ ลงมือขุดเครื่องยนต์ก็ดับ ทางหัวหน้ามีความตั้งใจจะต้องขุดให้ได้พอตกดึกคืนที่ ๓ คนงานฝันว่าได้ยินเสียงลมฝนครั่นครื้นมาทางทิศใต้ แล้วตกหนัก แรงมากและได้ยินเสียงประหลาดพูดดังมาก้องฟ้าว่า " มึงขุดกูไม่ได้ กูจะอยู่ตรงนี้ ถ้าขุดมึงตายหมด" รุ่งเช้าคนงานขับรถไปรายงานเจ้านายระดับเหนือ ถึงนิมิตในความฝันให้ทราบ หัวหน้าเจ้าหน้าที่กรมชลประทานต้องทำพิธีขอขมาลาโทษหลวงพ่อ รถขุดจึงสามารถทำงานได้โดยต้องเปลี่ยนแปลงแบบคลองอ้อมบริเวณองค์หลวงพ่อ หากไปตรวจสอบพื้นที่ภาพถ่ายทางอากาศในขณะนี้คลองชลประทานจึงไม่ตรงโค้งอ้อมบริเวณองค์หลวงพ่อ งานจึงดำเนินไปด้วยดีไม่ติดขัดงานและสำเร็จเรียบร้อยตามโครงการประมาณปี พ.ศ. ๒๕๑๔ ด้วยประการฉะนี้

โดย: เจ้าจุก วัดเกตุ

หมายเลขบันทึก: 588868เขียนเมื่อ 14 เมษายน 2015 05:27 น. ()แก้ไขเมื่อ 18 เมษายน 2015 10:26 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี