แนวโน้มเศรษฐกิจประเทศจีนในอนาคต


ผลภาพเศรษฐกิจประเทศจีน

แนวโน้มเศรษฐกิจประเทศจีนในอนาคต

ในปัจจุบันบทบาทของประเทศจีน (ซึ่งรัฐบาลจีนมักจะเรียกประเทศของตนว่าเป็นประเทศกำลังพัฒนา) มีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการทางเศรษฐกิจโลกหลายประการ คือ

(1) เป็นประเทศผู้ส่งสินค้าออกเป็นอันดับหนึ่งของโลก

(2) เป็นประเทศผู้นำเข้าสินค้าเป็นอันดับสองของโลก

(3) เป็นประเทศผู้ส่งสินค้าทางด้านบริการเป็นอันดับ 4 ของโลก

(4) เป็นประเทศผู้นำเข้าสินค้าทางด้านบริการเป็นอันดับ 3 ของโลก

(5) เป็นประเทศอันดับหนึ่งที่เป็นผู้รับลงทุนต่างประเทศของประเทศกำลังพัฒนา

(6) เป็นประเทศอันดับหนึ่งที่ไปลงทุนในต่างประเทศของประเทศกำลังพัฒนา

แม้เศรษฐกิจการเกษตรของจีน จะมีความสำคัญลดลงเหลือประมาณร้อยละ 13 ของ GDP ในปี 2014 แต่เศรษฐกิจการเกษตรของจีนก็มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก จีนเป็นผู้ผลิตและบริโภคสินค้าเกษตรรายใหญ่ที่สุดของโลก แม้จีนจะมีพื้นที่ทำการเกษตรร้อยละ 7 ของพื้นที่ทางการเกษตรของโลกแต่สามารถผลิตเลี้ยงดูประชากร ผู้ทำงานในภาคเกษตรของจีนมีถึง 3,000 ล้านคน ซึ่งทำงานในขนาดของที่ดินการเกษตรเท่ากับประเทศสหรัฐทั้งประเทศ จีนผลิตสินค้าเกษตรรายใหญ่ คือ ข้าว ข้าวสาลี ข้าวโพด ฝ้าย ยาสูบ มะเขือเทศ ถั่วเหลือง หมู ปลา โดยจีนเป็นผู้ส่งออกสำคัญโดยส่งออกสินค้าทางการเกษตรคือ ผัก ผลไม้ ปลา ผลิตภัณฑ์จากแป้งและเนื้อ โดยได้ส่งออกผ่านเมืองท่าฮ่องกง ผลผลิตต่อไร่ค่อนข้างสูง เนื่องจากเป็นการเกษตรแบบใช้พื้นที่ต่อไร่แบบเข้มข้น (Intensive cultivation) โดยจีนมีพื้นที่ทางการเกษตรคิดเป็นเพียงร้อยละ 3 ใน 4 ของสหรัฐฯ แต่จีนสามารถมีผลผลิตทางการเกษตร (ทั้งพืชและสัตว์) มากกว่าสหรัฐฯ ร้อยละ 30 และในอนาคตรัฐบาลจีนคาดว่าสามารถเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร โดยใช้เทคโนโลยี ปุ๋ย และสินค้าทุนอื่น ๆ มากขึ้น

การขยายตัวอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจจีน ซึ่งเกิดจากภาคส่งออกเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนนั้น ส่งผลให้จีนเป็นประเทศที่มีทุนสำรองระหว่างประเทศมากที่สุดของโลก โดยทุนสำรองอยู่ในรูปของเงินเหรียญสหรัฐ พันธบัตรรัฐบาล

แม้ว่าในปัจจุบันจีนเริ่มมีบทบาททางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในบริษัทของเศรษฐกิจโลก และคาดว่าในอีก 20 - 30 ปีข้างหน้า หากเศรษฐกิจของจีนยังขยายตัวในระดับสูงเหมือนกับที่เคยเป็นมา จะทำให้จีนกลายเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลก แต่ไม่ได้หมายความว่า จีนจะเข้ามามีบทบาทแทนที่สหรัฐอมริกาได้อย่างสมบูรณ์ เงินหยวนของจีนยังไม่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลเท่าที่ควร ระดับเทคโนโลยีและความก้าวหน้าของภาคอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี รวมทั้งแสนยานุภาพทางการทหารยังเป็นรองสหรัฐฯ อยู่เป็นอันมาก ตลอดจนภาคธุรกิจการเงินที่ยังไม่ได้เปิดเสรีทางการเงินและมีตราสารอนุพันธ์ที่เป็นแหล่งระดมเงินทุนที่สำคัญในการพัฒนาประเทศและธุรกิจได้อย่างเต็มที่ การเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของจีนที่ทรงอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลกจริง ๆ (เหมือนกับที่อังกฤษและสหรัฐฯ เคยเป็นมาในอดีต) อาจจะต้องใช้เวลาอีกพอสมควร อย่างไรก็ตามประสบการณ์การพัฒนาของจีนในอดีตของจีนก็แสดงศักยภาพของเศรษฐกิจจีนที่พร้อมจะเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกได้

ประเทศจีนกำลังทะยานขึ้นเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกถึงแม้ ณ ปัจจุบันประเทศจีนจะมีขนาดเศรษฐกิจเป็นอันดับ 2 ของโลก แต่ในอนาคตเศรษฐกิจของประเทศจีนจะมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกทั้งนี้ในหนังสือ The Next Hundred Years ซึ่งเขียนโดย จอร์จ ฟรีดแมน ที่ผมได้แปลเอาไว้ได้วิเคราะห์อนาคตของจีนเอาไว้ว่าการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจประเทศจีนมีความเป็นไปได้ 3 รูปแบบด้วยกันดังนี้

1) เศรษฐกิจเติบโตพุ่งทะยานต่อเนื่องไม่สิ้นสุดโดยจีนสามารถแก้ปัญหาความไม่สมดุลและความไร้ประสิทธิภาพภายในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2) เศรษฐกิจหดตัวเพราะความขัดแย้งภายในประเทศโดยรัฐบาลจะรวบอำนาจมาไว้ที่ส่วนกลางและนำเครื่องมือคือความเป็นชาตินิยมกลับมาใช้เพื่อความเป็นปึกแผ่นอีกครั้ง

3) การแตกแยกออกไปตามภูมิภาคต่างๆ เนื่องจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจและรัฐบาลมีความอ่อนแอลง

ทั้งนี้ จอร์จ ฟรีดแมน เชื่อว่าการเติบโตของจีนน่าจะเป็นไปในรูปแบบที่ 3 มากที่สุดเหตุเพราะการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนไม่เพียงพอที่จะทำให้จีนประสบผลสำเร็จในระยะยาวด้วยเหตุผล 3 ประการที่สำคัญคือ 1) ความไม่เหมาะสมของที่ตั้งทางภูมิประเทศ 2) ไม่มีแสนยานุภาพทางทะเลและ 3) ความไร้เสถียรภาพภายในประเทศแต่ถึงแม้จีนจะมีข้อจำกัดอย่างที่ได้กล่าวไปผมเชื่อว่าขนาดเศรษฐกิจของจีนจะยังสามารถมีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกได้ในปี 2050

- See more at: http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/609423#sthash.ZcNqpJmV.dpuf

http://www.stou.ac.th/stouonline/lom/data/sec/Lom12/01-01-03.html

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Panida Jantorn



ความเห็น (0)