ดิฉันได้รับ และคิดว่าทุกคณะวิชาภายใน มน. ก็คงได้รับบทสรุปสำหรับผู้บริหารของงานวิจัยสถาบัน จากท่านคณบดีคณะมนุษยศาสตร์ (รศ.พูนพงษ์  งามเกษม) ซึ่งเป็นงานวิจัยสถาบันเรื่อง  "การศึกษาเจตคติในการทำวิจัย ปัญหา และอุปสรรคในการทำวิจัย และความต้องการการสนับสนุนการทำวิจัยของอาจารย์คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร" โดย ผศ.ดร.วัฒนา พัดเกตุ  รองคณบดีฝ่ายวิจัยและวางแผน คณะมนุษยศาสตร์  อ่านจบแล้วรีบเขียน Blog ทันที  ของดีดี อย่างนี้ ต้องกระพือต่อให้เกิดประโยชน์ยิ่งๆ ขึ้น ดิฉันขอหยิบยกเอาหัวใจของบทสรุปมาเสนอ ดังนี้นะค่ะ 

จากข้อค้นพบที่ได้จากการวิจัยในครั้งนี้  ผู้วิจัยจึงขอเสนอข้อเสนอแนะสำหรับผู้มีบทบาทในการสนับสนุนการทำวิจัยของอาจารย์ ดังนี้

  1. จัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการทำวิจัยอย่างเพียงพอ
  2. ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรมีการพิจารณาถึงระเบียบและข้อปฏิบัติในการเบิกจ่าย  เพื่อลดความยุ่งยากของขั้นตอนต่างๆ และความซ้ำซ้อนของเอกสาร  เพื่อดึงดูดให้อาจารย์ประสงค์และสนใจของบประมาณสนับสนุนเพื่อทำวิจัยมากขึ้น  มหาวิทยาลัยอาจจะต้องผลักดันในเรื่องการปฏิรูประเบียบและกฎเกณฑ์ต่างๆ  เพราะคณะฯไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก เพราะจำเป็นต้องใช้ระเบียบที่สอดคล้องกับของมหาวิทยาลัย
  3. มหาวิทยาลัยและคณะฯ ควรจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสมและเป็นจริง  ในการสนับสนุนโครงสร้างและปัจจัยพิ้นฐานเพื่อการวิจัย เช่น สถานที่ทำงานที่เหมาะสม หนังสือ และวารสารทางวิชาการ  ไม่ว่าจะเป็นในรูปเอกสารต้นฉบับในห้องสมุด  หรือแหล่งข้อมูลออนไลน์ แลอิเลกทรอนิกส์อย่างเพียงพอ และสะดวกต่อการสืบค้น
  4. จัดภาระงานให้เหมาะสม และเอื้อต่อการทำวิจัยที่จำเป็น  ต้องมีเวลาในการอ่าน และหาโจทย์วิจัย  รวมทั้งเวลาในการเขียนวิจัยด้วย  และอาจพิจารณาอนุญาตให้ผู้ทำวิจัยขอลดภาระงานสอนหรืองานอื่นๆได้

ท่านคณบดี และท่านรองคณบดี คณะมนุษย์ฯ นับเป็นผู้บริหารตัวอย่างที่ใช้การวิจัยเพื่อการบริหารอย่างแท้จริง  โจทย์วิจัยก็ช่างเลือกได้เหมาะกับกาละ และเทศะ คืออยู่ในช่วงที่มหาวิทยาลัยประกาศนโยบายว่า จะเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการวิจัย นอกจากนี้ ยังมีจิตเอื้ออารี เผยแพร่ผลงานวิจัยให้กับคณะวิชาต่างๆ ในมหาวิทยาลัยทราบด้วย  เป็นการจุดประกายความคิดให้ผู้บริหารทั้งหลาย เกิด idea ว่า มีเรื่องให้วิจัยเพื่อการบริหารได้อีกหลายเรื่อง ดิฉันขอชื่นชมด้วยความจริงใจมา ณ ที่นี้