ทักษะผู้นำ

ทักษะผู้นำแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ 4 กลุ่มคือทักษะในอาชีพ (Career skills) ทักษะเรื่องคน (People skills) ทักษะเมื่อผจญสถานการณ์ (Moment of truth skills) ทักษะด้านเทคนิค (Technical skills) และค่านิยมและพฤติกรรม (Values and behaviors) ของผู้นำ

ทักษะผู้นำ

The Leadership Skills Handbook

พันเอก มารวย ส่งทานินทร์

[email protected]

3 กุมภาพันธ์ 2558

บทความเรื่อง ทักษะผู้นำ รวบรวมมาจากหนังสือเรื่อง The Leadership Skills Handbook ประพันธ์โดย Jo Owen (Jo Owen เคยทำงานในบริษัทชั้นนำหลายแห่งเช่น Accenture, Apple, Barclays, Merrill Lynch และ Procter & Gamble เขาได้ประพันธ์หนังสือหลายเล่ม เช่น How to Sell, How to Lead และ How to Manage)

The Leadership Skills Handbook เป็นหนังสือเสริมทักษะในการเป็นผู้นำที่ดี ไม่เป็นเพียงแค่ทฤษฎี แต่มีหนทางปฏิบัติด้วย ทักษะที่นำเสนอเป็นไปอย่างเรียบง่าย ที่ผู้นำสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ต่อไป

ผู้สนใจเอกสารแบบ PowerPoint (PDF file) สามารถ Download ได้ที่ http://www.slideshare.net/maruay/the-leadership-skills-handbook

ส่วนประกอบของทักษะ

  • ตอนที่ 1: ทักษะในอาชีพ (Career skills)
  • ตอนที่ 2: ทักษะเรื่องคน (People skills)
  • ตอนที่ 3: ทักษะเมื่อผจญสถานการณ์ (Moment of truth skills)
  • ตอนที่ 4: ทักษะด้านเทคนิค (Technical skills)
  • ตอนที่ 5: ค่านิยมและพฤติกรรม (Values and behaviors)

ตอนที่ 1: ทักษะในอาชีพ (Part One: Career skills)

01 Understand yourself
02 Understand others
03 Understand how you affect others
04 Discover your rules of success
05 The leadership journey: Key principles
06 Managing your leadership journey: The map
07 Build your career
08 Careers versus careering: Avoiding the death stars
09 How not to get promoted
10 Running the leadership marathon

01 การรู้จักตนเอง (Understand yourself)

  • ตาราง MBTI เป็นการระบุตัวตนของท่านว่าจัดอยู่ในบุคคลประเภทใด ไม่ได้หมายความว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่เป็นการจัดอย่างคร่าว ๆ และไม่ได้บอกว่าเป็นผู้นำไม่ได้
  • ถ้าท่านตัดสินใจยากว่าอยู่ในประเภทกลุ่มใด ให้ดูที่ข้อเสียเป็นตัวตัดสิน

02 เข้าใจผู้อื่น (Understand others)

  • เป็นตัวของตัวเอง
  • อย่าปรับเปลี่ยนผู้อื่น
  • มีความอดทน
  • มีความระวัง
  • หาทางทำให้มีผลงาน
  • สร้างทีมที่มีความหลากหลาย

03 ตัวคุณมีผลอย่างไรกับผู้อื่น (Understand how you affect others)

  • จากการ plot graph จะเห็นความต่าง และวิธีที่จะต้องปรับตัว เพื่อทำงานร่วมกันได้

04 ค้นหากฎแห่งความสำเร็จของคุณ (Discover your rules of success)

  • กฎข้อที่ 1 ศึกษาผู้ที่ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง หรือได้โบนัสก้อนโตว่าเขาทำอย่างไร ไม่ต้องสนใจเรื่องการประเมินผล เพราะนั่นเป็นของเล่นของฝ่ายบุคคล
  • กฎข้อที่ 2 ชั่งน้ำหนักของข้อดีข้อเสียของการกระทำอย่างนั้น ว่าเราเหมาะสมที่จะทำตามหรือไม่ ถ้าไม่ก็อย่าออกมาตีโพยตีพาย ยอมรับสภาพ หรือหางานทำใหม่

05 หลักการของเส้นทางสู่ภาวะผู้นำ (The leadership journey: Key principles)

  • การนำสอนกันไม่ได้ แต่คุณสามารถค้นพบจากการสังเกตและจากประสบการณ์

06 การจัดการเส้นทางสู่ภาวะผู้นำ (Managing your leadership journey: The map)

  • คุณไม่ต้องเป็นซุปเปอร์แมนจึงจะเป็นผู้นำได้
  • นี่คือสิ่งคาดหวัง 5 ลำดับที่ผู้นำพึงมีหรือพึงเป็น
  • ซึ่งความสำคัญของแต่ละหัวข้อจะต่างกันไปตามลำดับชั้นของผู้นำ

07 การสร้างความก้าวหน้าในอาชีพ (Build your career)

  • อาชีพของคุณเสมือนการวิ่งมาราธอน ไม่ใช่วิ่ง 100 เมตร จึงต้องมีการวางแผนให้ดี
  • นั่นคือการเลือกงาน เลือกบทบาท และเลือกนายที่ถูกต้อง

08 การเลี่ยงทางตัน (Careers versus careering: Avoiding the death stars)

  • องค์กรที่ไม่เติบโตอีกต่อไป
  • โครงการที่ไปไม่รอด
  • เจ้านายที่
    • แข็งเกินไป (Too strong bosses)
    • นิ่มเกินไป (Too weak bosses)
    • ไปด้วยกันไม่ได้ (Two wrong taste)
    • อยู่ผิดที่ผิดตำแหน่ง (Wrong menu)

09 เพราะเหตุใดจึงไม่ได้เลื่อนขั้น (How not to get promoted)

  • โลกนี้ไม่ได้สมบูรณ์แบบ
  • ถ้าอยากก้าวหน้าให้ทำสิ่งต่อไปนี้
    • ขอการเลื่อนขั้น ถ้าไม่ขอก็ไม่ได้อะไร ถ้าขอยังได้หรือไม่ได้
    • สร้างชื่อเสียง ให้นายเห็นว่าเป็นผู้ที่มีความสามารถ
    • ทำตัวให้เห็น ทำให้นายเห็นตัวด้วยในเชิงบวก
    • ใช้โอกาสให้เป็น ใช้เวลาที่อยู่กับนายเพียงเล็กน้อยให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
    • อย่ารอราชรถมาเกย

10 เกี่ยวกับเวลาที่ใช้ในชีวิต (Running the leadership marathon)

  • จงทำงานในสิ่งที่ชอบ หรือชอบในงานที่ทำ ชีวิตนี้สั้นนัก อย่างมโข่งทำงานที่ไม่ชอบแล้วมานั่งเสียใจในภายหลัง
  • สร้างสมดุลให้กับชีวิตและงาน อย่าบ้าทำงานนัก โปรดอย่าลืมเรื่อง
    • อาหารการกิน
    • การออกกำลังกาย
    • มีความสนุกสนานกับชีวิต
    • รู้จักผ่อนคลาย เมื่อเกิดความเครียด
    • นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ
    • ช่วงพักผ่อน รู้จักปิดสวิทช์เสียบ้าง (คอมพิวเตอร์ มือถือ อีเมล์ ฯลฯ)

ตอนที่ 2: ทักษะเรื่องคน (Part Two: People skills)

01 Delegating
02 Motivating
03 Selling
04 Coaching
05 Managing expectations
06 Managing upwards
07 Flattery
08 Managing professionals

01 การมอบอำนาจ (Delegating)

  • ทำให้ผู้นำมีเวลาที่ทำงานเรื่องสำคัญมากขึ้น
  • แสดงความไว้เนื้อเชื่อใจในทีม
  • ให้ระบุหน้าที่และเกณฑ์ความสำเร็จให้ชัดเจน
  • มีการรายงานผลให้ทราบ
  • ให้มั่นใจว่าบุคคลมีทักษะและทรัพยากรพอเพียงในการทำงานให้สำเร็จ
  • ชื่นชมเมื่อประสบผลสำเร็จ

02 การสร้างแรงจูงใจ (Motivating)

  • มี ทฤษฎี คือ ทฤษฎี X ทฤษฎี Y
  • ลองคิดดูเล่น ๆ ว่าคุณอยากมีนายประเภทใด
  • แล้วคุณนำผู้อื่นอย่างไร
  • จะปรับเปลี่ยนอย่างไร
  • ลูกน้องอยากให้คุณนำอย่างไร

03 การขายฝัน (Selling)

  • ผู้นำที่ดีจะต้องเข้าใจลูกน้อง โดยเข้าไปอยู่ในจิตใจของพวกเขา ว่าพวกเขาต้องการอะไร หรือพวกเขากำลังมีปัญหาอะไร เป็นจุดเริ่มต้น
  • ถ้าสามารถเข้าถึงความฝันของพวกเขาได้ ผู้นำก็จะประสบผลสำเร็จ ไม่ใช่เริ่มจากผู้นำมีอะไรที่จะให้ได้ เพราะพวกไม่ได้สนใจว่าผู้นำจะเป็นอย่างไร แต่สนใจว่าผู้นำจะช่วยเขาได้อย่างไร
  • เคล็ดลับคือ ดูตัวคุณเองว่าคุณมีกี่ปาก และมีกี่หู ใช้อัตราส่วนเช่นนั้น

04 การฝึก (Coaching)

  • ศิลปะของการฝึกคือ ช่วยให้เขาค้นพบศักยภาพและแก้ปัญหาด้วยตนเอง ไม่ใช่เป็นการบอกเล่าว่าเขาควรทำอย่างไร
  • มี 5 ขั้นตอนคือ (five Os)
  • Objectives วัตถุประสงค์: ต้องการบรรลุอะไร
  • Overview สถานการณ์: สำคัญอย่างไร รู้ได้อย่างไร เกิดผลต่อไปอย่างไร
  • Options ทางเลือก: มีอะไรบ้าง ข้อดีข้อเสียคืออะไร
  • Obstacles อุปสรรค: ทำไมจึงทำไม่ได้ จะก้าวข้ามได้อย่างไร
  • Outcome ผลลัพธ์: จะทำอย่างไรต่อไป ต้องการให้ช่วยอะไรบ้าง

05 การจัดการความคาดหวัง (Managing expectations)

  • ผู้นำไม่ควรคาดหวังว่าทีมงานจะสามารถเข้าใจตนได้โดยไม่ต้องบอกกล่าว ผู้นำต้องแสดงออกมา
  • ความคาดหวังต้องมีการถกแถลงกัน ไม่ใช่เพียงทำตามหน้าที่
  • ถ้าทีมมีส่วนในการตั้งความคาดหวัง เขาจะรู้สึกว่าเป็นหน้าที่ที่พวกเขาจะต้องทำให้สำเร็จ
  • การตั้งความคาดหวังควรเป็น 2 ทิศทาง

06 การจัดการในระดับสูงขึ้น (Managing upwards)

  • เป็นการบริหารเจ้านาย เพื่อความก้าวหน้าของเราเอง
  • สิ่งที่นายคาดหวังจากเรามีดังนี้
    • ทำงานหนัก มีความคิดริเริ่ม ฉลาด ไว้วางใจได้ และมีความทะเยอทะยาน
  • สิ่งที่นายไม่ชอบคือ
    • ไม่ซื่อสัตย์ ทำให้แปลกใจ เก่งเกินนาย ไม่น่าไว้ใจ และไม่เป็นมืออาชีพ

07 การเอาอกเอาใจ (Flattery)

  • ตั้งใจฟัง ถามแล้วฟังอย่างคล้อยตาม
  • ชมในที่สาธารณะ
  • ขอคำแนะนำ
  • ชมในที่ลับหลัง
  • ทีแรกไม่เห็นด้วยแต่มีความเห็นคล้อยตามในภายหลัง
  • ไม่ควรชมอย่างเสแสร้งไม่จริงใจ และอย่าทำตัวแข่งขัน

08 บริหารอย่างมืออาชีพ (Managing professionals)

  • ตั้งเป้าหมายที่ท้าทาย
  • กำหนดทิศทาง
  • ปกป้องทีมงาน
  • ช่วยเหลือทีม ให้ทรัพยากร
  • มีการเอาใจใส่
  • อย่าทำให้แปลกใจ จะเสียความไว้ใจ
  • ให้การยกย่องชื่นชม
  • มอบอำนาจ
  • ตั้งความคาดหวัง
  • สั่งการให้น้อยลง วางใจมากขึ้น

ตอนที่ 3: ทักษะเมื่อผจญสถานการณ์ (Part Three: Moment of truth skills)

01 Learning to say no
02 Conflict management
03 Crisis management
04 Dealing with bullies
05 Negative feedback
06 Hearing feedback
07 Fighting battles
08 Power
09 Managing adversity

01 เรียนรู้ที่จะปฏิเสธ (Learning to say no)

  • เป็นการซื้อเวลา โดยตั้งคำถามย้อนกลับ อย่าเพิ่งตกลงใจทันที เป็นการปฏิเสธที่ไม่ส่งผลลบ
  • หรือจะเป็นการปฏิเสธที่ไม่ได้บอกปฏิเสธ รู้จักหลบเลี่ยงการกล่าวปฏิเสธโดยยกเหตุผลอื่นมาอ้าง เป็นการแก้ตัวโดยไม่กล่าวปฏิเสธ
  • สุดยอดการปฏิเสธคือ ไม่ต้องทำอะไรเลย

02 การจัดการข้อขัดแย้ง (Conflict management)

  • อย่าทำให้เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะไม่เกิดผลดี
  • ขั้นตอนการจัดการข้อขัดแย้งคือ เอาใจใส่ ให้ตกลงกันว่าอะไรคือปัญหา หาทางแก้ไข
  • ถ้าคุณรู้ว่าตนเองเป็นฝ่ายผิด ให้รู้จักกล่าวคำว่า เสียใจ หรือขอโทษ ก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายไปกว่านี้ รีบตัดไฟเสียแต่ต้นลม

03 การจัดการณ์เหตุการณ์วิกฤต (Crisis management)

  • 1. Prevention ป้องกันความเสี่ยง
  • 2. Preparation and Practice มีสายงานตัดสินใจที่แน่ชัด มีแนวทางการสื่อสารที่ชัดเจน
  • 3. Prompt, Professional, Positive and Proactive Response มีการตอบสนองที่รวดเร็ว
  • มีสติ Don't Panic

04 การจัดการกับอันธพาล (Dealing with bullies)

  • ผู้นำที่แข็งกร้าว หรือผู้นำที่อ่อนแอ ไม่เป็นผลดี
  • ผู้นำที่แน่วแน่ (assertive) เป็นผู้ที่มองโลกในแง่บวก มืออาชีพ และทำงานเชิงรุก ทำให้เกิดชนะ-ชนะด้วยกันทั้งสองฝ่าย
    • ชัดเจนทุกประเด็น
    • อธิบาย ชักชวน ไม่สั่งการ
    • เข้าใจและเคารพผู้อื่น
    • สมดุลทั้งฟังและพูด
    • เน้นชนะด้วยกัน

05 เสียงสะท้อนที่เป็นลบ (Negative feedback)

  • การแจ้งข่าวไม่ดี ให้ใช้ SPIN Model
  • S = Situation and Specifics เลือกสถานการณ์ที่สงบ ระบุเหตุผล
  • P = Personal Impact ไม่ตัดสินความ แต่ให้บอกเป็นความรู้สึก
  • I = Insight and Inquiry ถามว่าเขาเข้าใจปัญหานี้หรือไม่ อย่างไร
  • N = Next Step สรุปผล คือหาทางออกที่ดีให้ และให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อยืนยันความเข้าใจ

06 การรับฟังเสียงสะท้อน (Hearing feedback)

  • บุคคลสุดท้ายที่จะได้ยินปัญหาเรื่องผลงานคือบุคคลที่สร้างปัญหา
  • ดังนั้นควรสังเกตว่า ยังได้รับมอบหมายงานที่สำคัญให้ทำอีกหรือไม่ ให้รู้จักฟังเสียงที่ไม่ได้เปล่งออกมาด้วย และสมมุติตนเองว่าเป็นเจ้านายในการประเมินผลงานของตนเอง

07 การรบ (Fighting battles)

  • ศัตรูภายในน่าเกรงกลัวกว่าศัตรูภายนอก บางครั้งการต่อสู้อาจเลี่ยงไม่ได้
  • ซุนวูกล่าวว่า ควรต่อสู้เมื่อผลลัพธ์มีความคุ้มค่า ต่อสู้เมื่อเห็นว่ามีชัยเท่านั้น และต่อสู้เมื่อหมดทางเลี่ยง

08 พลังอำนาจ (Power)

  • การเป็นคนเก่งและดี (IQ, EQ) ไม่ได้ประกันความก้าวหน้า บางครั้งต้องอาศัยการเมือง (PQ= Political Quotient)
  • การสร้าง PQ ทำได้โดย
    • สร้างศรัทธา รักษาคำพูด มีความเห็นร่วม
    • สร้างผู้ตาม โดยการเอาใจใส่ เข้าใจความต้องการ
    • เน้นผลลัพธ์ มีเป้าหมายที่ชัดเจน มีผลกระทบสูง
    • ฯลฯ

09 การจัดการความทุกข์ยาก (Managing adversity)

  • ปฏิกิริยาของผู้คนเมื่อเจอกับเหตุการณ์วิกฤต มีการแสดงออกคือ ปฏิเสธ โกรธ ต่อรอง ซึมเศร้า และยอมรับ ตามลำดับ
  • วิธีจัดการกับเรื่องดังกล่าวคือ การมุ่งเน้นอนาคต ด้วยการ สร้างทางเลือก คล่องแคล่วว่องไวในการกำหนดชะตาตนเอง หาความสมดุลของชีวิต
  • ผู้นำส่วนใหญ่เรียนรู้จากประสบการณ์และสถานการณ์ที่ย่ำแย่

ตอนที่ 4: ทักษะด้านเทคนิค (Part Four: Technical skills)

01 Reading
02 Writing
03 Presenting
04 Storytelling
05 Listening
06 Doing numbers
07 Problem solving
08 Decision making in uncertainty
09 Influencing decisions

10 Negotiations

11 Networking
12 Time management
13 Effective meetings
14 Projects
15 Managing budgets
16 Dealing with advertising
17 Managing change
18 Reorganizing
19 Creating a vision

01 การอ่าน (Reading)

  • เราเป็นเพื่อนร่วมงานกัน การถกแถลงต้องแยกประเภท
  • การอ่าน (ศึกษาพูดคุย) ทางด้านสังคมต่างจากการอ่านด้านธุรกิจ
  • การอ่านทางด้านสังคม ผู้อ่านให้ผู้ประพันธ์ชี้นำได้ แต่การอ่านทางด้านธุรกิจ เราต้องเป็นผู้ควบคุม (ถ้าให้ผู้อื่นชี้นำ อาจทำให้เกิดการหลงผิดได้)
  • เราต้องฝึกการอ่าน เช่นในการประชุม เราต้องอ่านผู้พูดอย่างมีความคิด มีประเด็น และมีความพร้อม

02 การเขียน (Writing)

  • เราไม่จำเป็นต้องเป็นยอดกวี จึงจะเขียนได้อย่างดี
  • หลักการเขียนคือ
    • เขียนเพื่อผู้อ่าน ว่าทำไมเขาจึงต้องอ่าน
    • เขียนเล่าเรื่อง ตรงประเด็น
    • เขียนให้เรียบง่าย กระชับ
    • เขียนให้น่าอ่าน ไม่ใช่เขียนสารคดี
    • เขียนในสิ่งที่เป็นจริง มีความสำคัญ

03 การนำเสนอ (Presenting)

  • เราเคยมีประสบการณ์ในการฟังการนำเสนอที่น่าเบื่อ ดังนั้นเมื่อเรามีโอกาสนำเสนอ ควรนำเสนออย่างน่าตื่นเต้น มีความกระตือรือร้น และมีพลัง
  • การนำเสนอเป็นศิลปะ มีองค์ประกอบคือ
    • Logos เหตุผลว่าทำไมพวกเขาจึงต้องฟัง เกี่ยวกับพวกเขาอย่างไร เช่น ปัญหา โอกาส หรือ มุมมอง ที่พวกเขาอยากรู้
    • Ethos ความน่าเชื่อถือของผู้พูด เรื่องที่พูดเป็นเรื่องจริง มีผู้สนับสนุนที่น่าเชื่อถือได้
    • Pathos สร้างอารมณ์ร่วมกับผู้ฟัง เพราะเหตุผลอย่างเดียวไม่พอเพียง เป็นการสร้างอิทธิพลและโน้มน้าวผู้ฟังให้เห็นคล้อยตาม

04 การเล่าเรื่องราว (Storytelling)

  • เรื่องเล่าที่ดีมีลักษณะต่อไปนี้
    • มีความหมายและเกี่ยวข้องกับผู้ฟังหรือผู้อ่าน
    • เริ่มต้นด้วยความท้าทายที่ผู้กล้าต้องเผชิญ แต่ยังอย่าพึ่งเฉลย เดี๋ยวเสียรสชาติหมด เล่าถึงอุปสรรคและการฝ่าฟัน ตอนท้ายสุดคือบทเรียนหรือการพลิกสถานการณ์ได้สำเร็จ เรื่องเล่าที่ดีเต็มไปด้วยความลึกลับและความไม่แน่นอน
    • การมีอารมณ์ร่วม
    • มีความจริงใจ และเป็นเรื่องจริงที่สร้างความประทับใจ

05 การฟัง (Listening)

  • การฟังคืออาวุธลับของผู้นำ เป็นการง่ายที่จะบอกให้ผู้คนว่าต้องทำอย่างไร แต่ควรเป็นการถามปัญหาแล้วตั้งใจฟัง ช่วยให้พวกเขาค้นพบวิธีแก้ปัญหาด้วยตนเอง แล้วเขาจะมุ่งมั่นในการแก้ปัญหานั้น
  • วิธีการฟังที่ดีคือ
    • การทบทวนคำพูด ว่าเราเข้าใจถูกต้อง
    • ถามคำถามปลายเปิด
    • สรุป ว่าจะต้องทำอะไรต่อไป

06 การยุ่งกับตัวเลข (Doing numbers)

  • ตัวเลขสำคัญไม่ได้อยู่มุมขวาล่างสุด
  • ผู้นำควรรู้เรื่องเกี่ยวกับตัวเลขดังนี้
    • รู้จริงเรื่องตัวเลขข้อมูล
    • ตั้งคำถามตนเองว่า ถ้าเกิด.....
    • รู้ว่าใครเป็นผู้เสนอตัวเลขและทำไม

07 การแก้ปัญหา (Problem solving)

  • ไม่ควรแก้ปัญหาตามลำพัง ควรใช้กระบวนการกลุ่ม
  • รู้ว่าอะไรคือปัญหาที่แท้จริง (ใครเป็นผู้รับผิดชอบที่แท้จริง ถ้าไม่แก้ปัญหาจะเกิดอะไรขึ้น และเมื่อแก้แล้วจะมีผลอะไรตามมา)
  • เน้นแก้ที่สาเหตุไม่ใช่อาการ
  • มีบุคคลที่เกี่ยวข้องมาช่วยกันแก้ปัญหา
  • มีทางเลือกที่ครุ่นคิดดีแล้ว
  • มีแนวทางแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ

08 การตัดสินใจในความไม่แน่นอน (Decision making in uncertainty)

  • ไม่มีใครอยากตัดสินใจผิดพลาด การตัดสินใจมีความเสี่ยง ถ้าไม่เสี่ยงก็สามารถให้โปรแกรมตัดสินใจแทนได้
  • หลักการตัดสินใจมีดังนี้
    • ใช้ดุลยพินิจ
    • เสาะหาคำแนะนำ
    • ตัดสินตามค่านิยมขององค์กร
    • นายของคุณตัดสินใจอย่างไร
    • เน้นผลลัพธ์ที่ตามมา
    • หาแนวร่วม

09 อิทธิพลที่มีผลต่อการตัดสินใจ (Influencing decisions)

  • มีหลักยึดตั้งแต่ต้นแล้วค่อยหาคำตอบอื่น ๆ
  • หาผู้สนับสนุนในองค์กร
  • ทำซ้ำแล้วซ้ำอีก
  • มีการแสดงออกของอารมณ์
  • จำกัดทางเลือกลง
  • ดูความเสี่ยง
  • ค่อย ๆ เพิ่มความรับผิดชอบ
  • เดินหน้าลุย

10 การเจรจาต่อรอง (Negotiations)

  • มีหลักการที่สำคัญคือ พยายามเน้นชนะด้วยกัน และเน้นที่จุดสนใจร่วมกันไม่ใช่จุดยืนของแต่ละฝ่าย
  • เช่นการต่อรองเรื่องเพิ่มเงินระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ยังมีเรื่องอื่นที่สามารถต่อรองกันได้ไม่เพียงแต่เรื่องของตัวเงินเท่านั้น เช่น ความก้าวในสายอาชีพ ความสมดุลของชีวิตและการงาน การมอบหมายงาน ความเสี่ยงจากการทำงาน รางวัล การวัดผล และแนวทางการประเมิน ที่ทำให้ทุกฝ่ายชนะด้วยกันได้
  • ชัยชนะที่เลิศที่สุดคือชัยชนะที่ไม่ต้องรบ

11 เครือข่าย (Networking)

  • เป็นสิ่งจำเป็น อาชีพของคุณอาจขึ้นกับเครือข่ายที่คุณมีอยู่ก็ได้
  • แนวทางการสร้างเครือข่ายมี 3 ประการ (three Es) คือ
    • Engage ความผูกพัน ถามเรื่องเกี่ยวกับตัวเขา
    • Enthuse มีความกระตือรือร้น มีความเป็นมิตร
    • Enquire ถามคำถาม ว่าเขาสนใจเรื่องใด หาจุดสนใจร่วมกัน
  • การรู้จักคนเยอะต่างจากการมีเครือข่ายที่ดี เครือข่ายเกิดจากใจไม่ได้เกิดจากสมอง

12 การบริหารจัดการเวลา (Time management)

  • ทุกคนมีเวลาเท่ากัน การบริหารเวลาไม่ได้หมายความว่าต้องง่วนอยู่กับงานตลอดเวลา
  • มีหนทางในการจัดการเวลาที่มีค่าคือ
  • ตัดสินใจว่างานใดเป็นสิ่งจำเป็นต้องทำด้วยตนเอง
  • ระบุสิ่งที่ทำจริง ๆ คืออะไร
  • จัดลำดับความสำคัญของงาน แล้วทำตามนั้น

13 การประชุมที่มีประสิทธิผล (Effective meetings)

  • การประชุมมีประสิทธิผลหรือไม่ มีข้อทดสอบ 3 ประการคือ
    • เราได้เรียนรู้อะไร
    • เรามีส่วนร่วมช่วยเหลืออะไรบ้าง
    • เราต้องทำอะไรต่อไป
  • ถ้าผู้บริหารไม่รู้ว่าคำตอบคืออะไร เขาอยู่ผิดที่ผิดตำแหน่ง

14 โครงการ (Projects)

  • การล้มเหลวของโครงการขึ้นกับ
    • สิ่งนั้นไม่ใช่ปัญหา
    • ไม่มีผู้สนับสนุน
    • จัดทีมผิด
    • กระบวนการผิด

15 การจัดการงบประมาณ (Managing budgets)

  • ให้เจรจาต่อรองเรื่องงบประมาณตั้งแต่ต้นมือ
  • ใช้กฎ 48/52 คือบรรลุเป้าหมายร้อยละ 52 ด้วยงบประมาณร้อยละ 48 ภายในครึ่งปีงบประมาณแรก แล้วใช้กฏ 45/52 มาใช้กับ 2 ไตรมาสแรก จะทำให้เราปฏิบัติได้เร็วกว่าเป้าหมายที่วางไว้ โดยไม่ต้องมาเร่งงานช่วงท้ายปีงบประมาณ

16 การจัดการกับการโฆษณา (Dealing with advertising)

  • ข้อคิดคือไม่ใช่ว่าเราชอบโฆษณาชิ้นนี้หรือไม่ แต่อยู่ที่ลูกค้าจำเราได้หรือไม่ และเขาจะซื้อของของเราไหม
  • ต้องมีกลยุทธ์ในการโฆษณา ระบุคุณค่าที่ให้กับลูกค้า มีเหตุผล เป็นลักษณะเฉพาะยี่ห้อ ถึงกลุ่มเป้าหมาย ใช้สื่อที่เหมาะสม ถูกต้องตามกฏหมาย และมีความซื่อสัตย์

17 การบริหารการเปลี่ยนแปลง (Managing change)

  • วัฒนธรรมองค์กรคือ ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
  • การเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลา
  • ผู้นำมีบทบาทในการมุ่งเน้นเรื่องวิธีแก้ปัญหา และการปฏิบัติการ โดยระบุความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลง วิสัยทัศน์และผลลัพธ์สุดท้ายที่วางไว้เมื่อเปลี่ยนแปลงสำเร็จ ขึ้นกับความสามารถและความน่าเชื่อถือของผู้นำ การประสบความสำเร็จในระยะต้นที่ช่วยสร้างขวัญและกำลังใจ ความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแปลง

18 การจัดโครงสร้างองค์กรใหม่ (Reorganizing)

  • ในทางปฏิบัติ ผู้นำจัดโครงสร้างองค์กรใหม่เพื่อ
    • พัฒนาโครงสร้างองค์กร เพื่อจัดความรับผิดชอบใหม่
    • จัดสมดุลอำนาจ เพื่อการบริหารงานคล่องตัวของผู้นำ
    • ตั้งความคาดหวังใหม่ เป็นการสื่อสารสองทาง
  • เวลาที่จัดโครงสร้างใหม่ที่เหมาะสมคือเมื่อมีการรับตำแหน่งใหม่
    • เพื่อจัดทีมทำงานที่ถูกต้อง
    • เพื่อกำจัดความกลัว ความไม่แน่นอน และความสงสัย
    • เพื่อหลีกเลี่ยงกับดักฃองหนทางเดิม ๆ เป็นการเปลี่ยนแปลงของชีวิต

19 การสร้างวิสัยทัศน์ (Creating a vision)

  • วิสัยทัศน์ควรเกี่ยวข้องกับทุกคนในองค์กร ที่ทุกคนมีส่วนช่วยให้องค์กรบรรลุวิสัยทัศน์ที่ตั้งไว้
  • วิสัยทัศน์ที่ดีมีลักษณะดังนี้ (RUSSIA) R=Relevant, U=Unique, S= Stretching, S= Simple, I= Individualized, A= Actionable
  • ถ้าวิสัยทัศน์ไม่เรียบง่าย ไม่มีใครจำได้

ตอนที่ 5: ค่านิยมและพฤติกรรม (Part Five: Values and behaviors)

01 Becoming a leader people want to follow
02 How not to be a good boss
03 Taking control
04 Working to win
05 Learning to be lucky
06 Managing stress
07 Positive leadership
08 Professional leadership

09 Etiquette

10 Honesty
11 Humility
12 Responsibility
13 Living the values
14 Ambition
15 Hard work
16 Learning and renewal
17 Learning to lead

01 เป็นผู้นำที่มีผู้คนอยากเดินตาม (Becoming a leader people want to follow)

  • ผู้คนมองหาคุณสมบัติของผู้นำระดับสูงดังนี้
    • มีวิสัยทัศน์ 61%
    • ความสามารถในการสร้างแรงจูงใจ 37%
    • การตัดสินใจที่เด็ดขาด 47%
    • ความสามารถในการบริหารเหตุวิกฤติ 56%
    • ความซื่อสัตย์และมีคุณธรรม 48%

02 ทำไมไม่เป็นเจ้านายที่ดี (How not to be a good boss)

  • เจ้านายทำให้เราเรียนรู้และพัฒนา ทั้งด้านบวกและด้านลบ
  • ข้อควรหลีกเลี่ยงของเจ้านายคือ
    • ไม่สนใจในทีม
    • ไม่มอบอำนาจ
    • ควบคุมทุกขั้นตอน
    • หลงตนเอง
    • ไม่ตัดสินใจ
    • อ่อนการบริหาร
    • เป็นโรคจิต

03 การควบคุม (Taking control)

  • การได้เป็นเจ้านายไม่ได้หมายความว่าคุณควบคุมได้ทุกสิ่ง
  • บุคคลจำนวนมากสับสนระหว่างตำแหน่งและอำนาจ
  • ผู้นำที่ดีประกอบด้วยความพร้อมทั้ง 3 สิ่งคือ IPM
    • I = Idea ความคิด ต้องมีความคิดที่จะทำให้ต่างจากอดีตและดีกว่าเดิม แล้วแต่จะเรียกว่าเป็นวิสัยทัศน์ หรือยุทธศาสตร์
    • P = People ทีมที่ทำงานด้วย ถ้ายังมือไม่ถึง ต้องหาคนที่ถูกต้องมาช่วย
    • M = Money งบประมาณ ต้องมั่นใจว่ามีเงินพอเพียงที่จะดำเนินการได้ตามแผนที่วางไว้ เพื่อการบรรลุเป้าประสงค์

04 ทำงานเพื่อชัยชนะ (Working to win)

  • ผู้นำและนักกีฬามีอะไรที่คล้ายกันคือ
    • ใช้จุดแข็ง ว่าตนทำอะไรได้ดีที่สุด
    • ฝันถึงความสำเร็จ ว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร
    • คิดแบบผู้ชนะ ว่าได้ทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่
    • หาทีมมาช่วยปิดจุดอ่อน
  • ถ้าผู้นำขาดความมั่นใจและความกระตือรือร้น ผู้คนจะขาดความมั่นใจและกระตือรือร้นในผู้นำ

05 เรียนรู้ที่จะเป็นผู้โชคดี (Learning to be lucky)

  • ผู้นำมักบอกว่าตนเองเป็นผู้โชคดี ที่จริงเขาได้ทำ 4 อย่างคือ (4P)
    • Practice การฝึกฝน ทำให้โชคเป็นเรื่องของทักษะ
    • Persistence วิริยะ มีความเพียรไม่ยอมแพ้
    • Preparation เตรียมพร้อม สำหรับสิ่งที่ต้องการ
    • Positive Outlook มุมมองเชิงบวก

06 การจัดการกับความเครียด (Managing stress)

  • มีวิธีจัดการกับความเครียด 5 ประการคือ
    • คุมสถานการณ์ ถ้าเราคุมอยู่ จะเป็นเพียงแค่ทำงานหนักขึ้นไม่เครียด
    • จัดเวลาของชีวิต งานเป็นงานในที่ทำงาน มีเส้นแบ่งกั้น
    • หาคนช่วย นั่นคือการมอบอำนาจให้ผู้อื่น แสดงถึงความไว้วางใจ
    • หาบทบาทที่ถูกต้อง บางบทบาทมีความต้องการสูง เครียด อาจจะมีบางคนเหมาะสมกว่าเรา
    • จัดชีวิตให้สมดุล ระหว่างงานและครอบครัว ครอบครัวมีความสำคัญเช่นกัน แล้วจะมานั่งเสียใจในภายหลัง

07 ผู้นำในเชิงบวก (Positive leadership)

  • มองไปในอนาคตไม่ใช่อดีต
  • เน้นการปฏิบัติไม่ใช่วิเคราะห์
  • มองหาความเป็นไปได้ไม่ใช่มองแต่ปัญหา
  • เป็นผู้ควบคุมไม่ใช่ถูกควบคุม
  • สร้างทางเลือกไม่ใช่รับสภาพ

08 ผู้นำมืออาชีพ (Professional leadership)

  • ความเป็นมืออาชีพเป็นสิ่งสำคัญ
  • ขึ้นกับบริบทของอาชีพนั้น ๆ ที่ควรเห็นพ้องต้องกันถึงการประพฤติปฏิบัติ

09 มารยาท (Etiquette)

  • มีกฏอยู่ว่า ให้ปฏิบัติต่อผู้อื่น เช่นเดียวกับที่เราอยากให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อเรา
  • Do unto others as you would have them do unto you.

10 ความซื่อสัตย์ (Honesty)

  • ความซื่อสัตย์ไม่ได้หมายเพียงคุณธรรมหรือจริยธรรมเท่านั้น มันหมายถึงความเป็นความตายเลยทีเดียว
  • ความซื่อสัตย์เป็นการสร้างความไว้วางใจให้กับผู้ตาม ผู้นำต้องแสดงถึงความซื่อสัตย์แม้ว่าจะต้องกล่าวด้วยความเจ็บปวด

11 ความนอบน้อม (Humility)

  • ผู้นำที่มีความอ่อนน้อมแสดงถึงการทราบตนเอง ต้องใช้ความกล้าหาญชาญชัยอย่างแท้จริง จึงสามารถแสดงออกถึงความอ่อนน้อมได้ว่าตนเองไม่ได้เก่งไปทุกอย่าง
  • ผู้นำทุกคนมีจุดอ่อน แต่แก้ไขได้ด้วยการทำงานเป็นทีม

12 ความรับผิดชอบ (Responsibility)

  • ผู้นำต้องมีความรับผิดชอบ 3 ประการคือ
    • คุณมีความรับผิดชอบต่ออาชีพการงานของคุณ
    • คุณมีความรับผิดชอบทุกสิ่งที่เกิดกับคุณไม่ว่าดีหรือเลว
    • คุณมีความรับผิดชอบต่อการแสดงออกอารมณ์ของคุณเอง

13 ค่านิยม (Living the values)

  • ผู้คนดูค่านิยมของผู้นำจากการแสดงออก ไม่ใช่จากสิ่งที่ผู้นำพูด
  • ผู้นำทำอะไรก็ตาม จะเป็นที่สนใจของคนในองค์กรเสมอ เสมือนมีกล้องคอยสอดส่องอยู่ตลอดเวลา ว่าผู้นำทำตามค่านิยมที่ประกาศไว้หรือไม่

14 ความทะเยอทะยาน (Ambition)

  • ผู้นำเป็นผู้ที่มีความทะเยอทะยาน บางครั้งไม่ได้ใช้เหตุผล แต่รับฟังเหตุผลก่อนการตัดสินใจ เพื่อการบรรลุผล
  • ต่างจากผู้จัดการ ที่ทุกครั้งในการตัดสินใจต้องประกอบด้วยเหตุผล

15 การทำงานหนัก (Hard work)

  • การเป็นผู้นำต้องผ่านการทำงานหนัก ผู้ประสบผลสำเร็จมีความมานะพยายามมากกว่าผู้ที่ประสบความล้มเหลว
  • ผู้นำคือผู้ที่มีความรักในสิ่งที่ทำ มีความมุ่งมั่นและความแข็งแกร่ง

16 การเรียนรู้และปรับตัว (Learning and renewal)

  • คนเรามักจะติดกับดักในสิ่งที่เราคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีแล้ว จึงไม่คิดจะเปลี่ยนแปลง
  • ในโลกนี้ทุกสิ่งทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
  • ผู้นำควรปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป
  • รสนิยมในการฟังดนตรี บ่งบอกวัยของผู้นำ เช่นเดียวกับวงรอบปีของต้นไม้

17 เรียนรู้การนำ (Learning to lead)

  • ภาวะผู้นำขึ้นกับบริบท เป็นสิ่งที่เรียนรู้ได้
  • ความรู้ที่เรียนมา ไม่สามารถทำให้เกิดภาวะผู้นำได้
  • ในทางปฏิบัติ ภาวะผู้นำเรียนรู้ได้จากประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านมา จากเจ้านาย จากเพื่อน หรือจากบุคคลที่เป็นแบบอย่างที่ดี
  • ขอให้มีความสุขกับการเดินทางของคุณ

สรุป

  • ทักษะผู้นำแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ 4 กลุ่มคือทักษะในอาชีพ (Career skills) ทักษะเรื่องคน (People skills) ทักษะเมื่อผจญสถานการณ์ (Moment of truth skills) ทักษะด้านเทคนิค (Technical skills) และค่านิยมและพฤติกรรม (Values and behaviors) ของผู้นำ
  • ไม่มีสูตรตายตัวในการเป็นผู้นำที่ประสบความสำเร็จ ผู้นำจะต้องสร้างสูตรสู่ความสำเร็จด้วยตนเอง ขึ้นกับบริบทของการงานและความเป็นปัจเจกบุคคล
  • ภาวะผู้นำเป็นสิ่งที่เรียนรู้ได้ จากทักษะและค่านิยมของผู้นำ

*****************************************

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน leadership



ความเห็น (0)