เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2557 ได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานเรื่องการจัดการอาสาสมัคร ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในโตเกียว จึงอยากจะเล่าประสบการณ์ที่ได้ไปพบเห็น แต่เนื้อหาที่เขียนนี้ไม่ได้เป็นข้อมูลเชิงวิชาการ แต่อยากจะแชร์ให้คนไทยได้ทราบว่าสังคมของคนญี่ปุ่นเป็นอย่างไร ไม่ได้มองว่าเขาดีกว่าเราแล้วอยากให้เราต้องประพฤติหรือปฎิบัติอย่างเขาบ้าง แต่อยากจะแชร์ว่าถ้าเราเห็นสิ่งที่ดี และสามารถนำมาปฎิบัติได้ก็น่าจะนำมาใช้เพื่อสังคมที่ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป <?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" />

เรื่องแรกที่อยากแชร์คือ 1.การเคารพสิทธิ์ของผู้อื่น ข้าพเจ้าได้เดินทางไปเยี่ยมชมงานอาสาสมัครตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในโตเกียว โดยเดินทางโดยรถไป ซึ่งมีหัวหน้าคณะและไกด์นำทางที่เป็นนักศึกษาไทยที่ได้ทุนรัฐบาลญี่ปุ่นมาศึกษาที่ญี่ปุ่นหลายปีแล้วได้นำทาง การเดินทางโดยรถไฟตอนเช้าและตอนเย็นของญี่ปุ่นนั้น ขึ้นชื่อว่าเป็นช่วงเวลาที่คนแน่นที่สุด เพราะเป็นช่วงที่คนที่ทำงานจะเดินทางในช่วงนี้ ทำให้มองเห็นว่าเขาคือการรถไฟ และคนญี่ปุ่นเขารับมือกับคนใช้รถไฟจำนวนมากได้อย่างไร ขอพูดเรื่อง 1.1ทางการรถไฟของเขาก่อน คือ ที่จ่ายเงินเพื่อซื้อตั๋วของเขาก็มีหลายเครื่อง และเครื่องของเขาก็มีความรวดเร็วสามารถรับเหรียญที่หยอดลงไปได้พร้อมกันหลายเหรียญ ตอนไปก็ไม่ได้ใช้บริการบ่อย เนื่องจากทางคณะได้ให้ใช้บัตรเติมเงินที่เขาใช้จ่ายค่ารถไฟได้เลยแถมสามารถใช้จ่ายซื้อน้ำที่ตู้หยอดเหรียญได้ด้วย ถ้าตู้หยอดเหรียญนั้นสามารถใช้กับบัตรเติมเงินได้ และเรื่องเวลาของการเข้าสถานีและไปถึงเป้าหมายเขาจะตรงเวลามาก เราจะรู้ได้เลยว่าเราจะไปทันรถไฟเที่ยวนี้ และจะไปถึงเป้าหมายเวลาเท่าไหร่ ที่ทราบเพราะในระหว่างเดินทางไปดูงาน เขาจะมีป้ายบอกเวลาว่าขบวนรถไฟจะไปสถานีนี้จะมาเทียบท่ากี่โมง ถ้าไม่ใช่เวลานี้ก็ไม่ต้องขึ้นเพราะไม่ใช่สายที่จะไป พอถึงเวลารถไฟก็มาจอดตรงเวลาเลย ส่วนที่จะกล่าวถึงต่อไปเป็นเรื่อง ทางญี่ปุ่นเขาจะมีเจ้าหน้าที่รถไฟอยู่ด้านนอกคอยดูว่าคนต้องการความช่วยเหลืออะไรบ้างหรือเปล่า ตอนที่ขึ้นรถไฟมีอยู่ครั้งหนึ่งทางคณะสับสนกับขบวนรถไฟที่จะขึ้นจึงทำให้ขึ้นรถไฟไปแล้ว และออกมาอีก และยืนสับสนอีก ข้าพเจ้ามองเห็นว่าเจ้าหน้าที่ก็คอยดูอยู่ที่หัวรถไฟคอยบอกคนขับรถไฟว่าเรายังสับสน เขาก็ยังไม่ออกรถ จนเราขึ้นรถไฟไปใหม่เขาก็ค่อยออกรถอีกที แสดงว่าเขาห่วงใย ดูแลดี 1.2คนญี่ปุ่นเขาจะมีระเบียบวินัยมาก เช่นการขึ้นบันไดเลื่อน ถ้าไม่รีบเดินขึ้นบันไดเลื่อนให้ยืนชิดซ้าย เพราะคนที่รีบเขาจะได้เดินทางขวาแซงเราไปได้

รวมทั้งตอนที่จะขึ้นรถไฟ ต้องต่อคิวเป็นแถวใครมาก่อนก็จะได้ขึ้นก่อน และต้องให้คนที่อยู่ในรถไฟออกจากรถไฟก่อน คนในรถไฟก็ไม่คุยกันเสียงดัง แทบจะไม่มีใครคุยกันเลยก็ว่าได้ ไม่มีใครเปิดเสียงมือถือ ไม่มีใครลุกให้คนแก่ และเด็กนั่ง ที่ทราบมาเขาจะให้คนแต่ละคนสามารถพึ่งตนเองได้ ให้พยายามช่วยตนเอง ข้าพเจ้าได้ลุกให้คนแก่นั่งครั้งหนึ่ง เขาดูท่าทางตกใจมาก ก่อนนั่งก็โค้งให้อย่างมาก พอนั่งแล้วยังอาสาช่วยถือของให้อีก เหมือนกับเป็นเรื่องที่ไม่ปกติของสังคมที่จะมีคนลุกให้นั่ง

เรื่องต่อไปที่อยากจะแชร์ คือ เรื่องการทำอะไรอย่างเต็มที่ของคนญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบริการเขาจะนอบน้อมมากเข้าไปร้านสะดวกซื้อก็บริการอย่างดี บริการลูกค้าอย่างเต็มที่ เรื่องการทำบรรจุภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นขวดน้ำดื่มต่าง ๆ ก็ออกแบบขวดได้น่ารัก และมีรวดลายน่าซื้ออย่างมาก เวลาข้าพเจ้าเข้าร้านสะดวกซื้อก็จะซื้อน้ำขวดมาหลายขวดเนื่องจากว่าขวดสวยดี และอีกเรื่องคือ ได้มีโอกาสเข้าไปห้องปฐมพยาบาล มีหมอและพยาบาลประจำห้อง และเขาจะตรวจดูอาการ ด้วยความใส่ใจ และพยายามบรรยาย และรวมทั้งวาดรูปให้คนไข้เข้าใจถึงลักษณะทางกายวิภาคศาสตร์ของร่างกายมนุษย์ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเจ็บป่วย เพื่อให้คนไข้เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น และแนะนำว่าจะให้บริการรักษาแบบใด ให้คนไข้ตัดสินใจเองว่าจะทำอย่างไรต่อไป เช่นที่ไป เขาจะไม่จ่ายยาง่าย ๆ ให้คนไข้รักษาตัวเองดีกว่าก่อน ถ้าไม่เจ็บป่วยร้ายแรง บังเอิญคณะที่ไปมีอาการบวม มีหนอง บริเวณหลังหู เขาก็วาดรูปให้ดู เพื่อจะได้เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่รับรู้ได้คือการเต็มที่ของการบริการคนด้วยกัน

เรื่องต่อไป คือ เรื่องการใส่ใจสิ่งแวดล้อมของคนญี่ปุ่น เขาจะมีถังขยะที่แยกทิ้งภาชนะที่แตกต่างกัน ส่วนกล่องนมก็ต้องบีบให้แบนก่อนที่จะทิ้งเพื่อทำให้จำนวนขยะมีขนาดน้อยลง

เรื่องสุดท้าย คือ เรื่องอาสาสมัครของนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ทางมหาวิทยาลัยที่ข้าพเจ้าไปดูงานส่วนใหญ่เป็นมหาวิทยาลัยเอกชน และบางมหาวิทยาลัยถ้านักศึกษาอยากเข้าเป็นอาสาสมัครจะต้องเสียค่าเข้าร่วมด้วย แสดงว่านักศึกษามีจิตอาสาอย่างมาก การร่วมมือกันระหว่างสังคมและสถาบันการศึกษาในเรื่องอาสาสมัครเป็นอย่างดี ถ้าชุมชนต้องการให้นักศึกษาไปช่วยก็ให้ติดต่อมาทางมหาวิทยาลัยได้

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@