ค่ายร่วมอาสาพัฒนา มข.-มช. ครั้งที่ 23 (5)

ค่าย มข.-มช. ครั้งที่ 23 (5)
เผลอแว๊บเดียว ค่าย มข.-มช. ครั้งที่ 23 ก็เดินทางมาถึงวันท้ายๆเสียแล้ว ก่อนมายังอึกๆอักๆไม่อยากมาเท่าไหร่ เพราะว่าเหตุผลสองสามข้อ คือ คิดว่ามาค่ายคงไม่ได้ทำอะไร (ไม่มีประโยชน์) ข้อต่อมา คนแพ้อากาศเย็นอย่างผม ไม่ค่อยจะถนัดการไปอยู่ในสถานการณ์ของอากาศเย็นๆ และข้อสุดท้ายคือมีงานคั่งค้างอยู่และเสร็จจากค่ายก็จะต้องเดินทางกลับบุรีรัมย์บ้านเกิดในเทศกาลปีใหม่ ไม่ได้ทำงานเสียครึ่งเดือนเชียว แต่เมื่อตัดสินใจจะมาร่วมอยู่ค่ายแล้ว ก็เตรียมตัวสักเล็กน้อย เตรียมใจนี่ดูจะมากกว่า เพราะผมเดินทางบ่อยๆ ตัวหรืออุปกรณ์การเดินทางดูจะไม่ค่อยขาดตกบกพร่อง แต่ใจนี่สิไม่ค่อยพร้อม "ความกลัวคือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เอาชนะมันให้ได้" ก่อนวันเดินทางไปฉีดวัคซีนที่แขนซ้าย คืนก่อนเดินทางก็ดันสะดุดล้มเขาขวาถลอก เอาวะ เมื่อถึงกำหนดเดินทางก็ต้องอดทน เพื่อไม่ให้เสียงานเสียกิจส่วนรวม ไปก็ไป น่าจะสนุก และไปเรียนรู้เรื่องค่าย เพื่อไม่ให้หลงลืมเรื่องราวและกลิ่นไอของ "ค่าย" ที่แฝงไว้ซึ่งอุดมการณ์หรือพลังของความเสียสละของคนหนุ่มสาว แขนซ้ายค่อยๆหายปวดตามเวลา เข่าขวาก็ต้องประคบประหงมดูแลมากหน่อย ได้น้องๆช่วยทำแผลให้ วันนี้ไม่ล้างแผล ไม่ปิดผ้าพันแผล เพื่อให้แห้งไวๆ แต่ยังปวดอยู่ แผลตึง ตกสะเก็ด และยังปวดๆอยู่
เช้า สาย วันนี้ ไม่ค่อยได้ทำอะไร ตื่นสายหน่อย เดินลัดเลาะเล็กน้อย จากนั้นมาช่วยน้องๆฉาบปูนสนามเปตองนิดหน่อย พอบ่ายมีกิจกรรมแข่งขันกีฬาสีของชาวค่าย เป็นกีฬาฮาเฮ ประทับใจฝ่ายนันทนาการของ มช. วิธีการ การปรับกิจกรรมมีให้เห็นอยู่ตลอดตามสถานการณ์ ทักษะและประสบการณ์น่าจะมากเหมือนกัน ดูมืออาชีพ จริงๆทีมงานของแต่ละฝ่ายแต่ละโคงงานจะประกบคู่ มข.-มช. ทำงานไปด้วยกัน แต่ฝ่ายไหนเป็นเจ้าภาพก็จะตัดสินใจได้มากกว่า และดำเนินงานเป็นหลัก ทีมนันทนาการของ มช. เฮฮาได้ใจ ที่สำคัญ เป็นผู้ชายเป็นหลัก คุมสถานการณ์ได้ดีเยี่ยม แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ลงตัว คลี่คลายและทำให้กิจกรรมต่อเนื่องไปได้ กีฬาฮาเฮมีเทคนิคง่ายๆที่ดูแตกต่างไปจากที่เห็นทั่วๆไป สนุกสนาน คนหมู่มากก็มีส่วนร่วมด้วย ตัวฮาของทีม มช. ถูกกระจายไปอยู่ทุกกลุ่ม ทำให้กระตุ้นชาวค่ายได้ดี
งานโยธาวันนี้จึงเห็นนักศึกษาลงแรงน้อยลง ชาวบ้านมาช่วยอาสาลงแรงกันเต็มกำลัง จากเช้าจรดค่ำ วันนี้ชาวค่ายไม่ได้รับอนุญาตให้ไปทานมื้อค่ำที่บ้านพ่อแก้วแม่ขวัญ เพราะต้องเตรียมตัวแสดงรอบกองไฟ ถึงเวลารอบกองไฟ นักเรียนและนักศึกษาก็มีส่วนร่วมในกิจกรรม ชาวบ้านก็มาร่วมชื่นชมกิจกรรมมากอยู่ แม้สถานที่จะไม่อำนวยเหมือนค่ายลูกเสือทั่วๆไปบนพื้นราบ แต่ก็ดูอบอุ่นในแบบฉบับชาวค่ายอาสานี่แหละ
อาคารอเนกประสงค์ยังไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ค่ำวันนี้เพิ่งเทพื้นปูนเป็นงานสุดท้าย ยังขาดการทาสีเสริมความงามให้ตัวอาคาร และเก็บรายละเอียดของตัวอาคารและบริเวณโดยรอบ น่าจะสัก 95% แล้ว ชาวค่ายเริ่มสะบักสะบอมคงเหนื่อยสะสม เพราะต้องตื่นเช้า นอนดึก หลายวัน แต่เมื่อเหนื่อยกาย คงไม่สำคัญนักเพราะเรื่องที่ดูจะมีคุณค่ากว่าคือความสุขของชาวค่าย การค้นพบตัวตน การเพิ่มมิตรภาพและสัมพันธภาพของเพื่อนต่างและร่วมสถาบัน การเรียนรู้ชุมชน มิตรไมตรีจากชุมชน เชื่อว่ากิจกรรมค่ายคราวนี้ชาวค่ายจะได้รับประสบการณ์ดีๆในชีวิต ได้พบมิตรพบสัจธรรม ได้องค์ความรู้ในบางเรื่องหรือหลายๆเรื่อง เพราะเรามักจะบอกกันเสมอในหมู่นักกิจกรรมว่า การทำกิจกรรมเสริมหลักสูตร จะช่วยให้เราคิดเป็น พูดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาได้ เป็นทักษะที่จะช่วยเสริมให้นักกิจกรรมมีมูลค่าเพิ่มมากกว่าคนที่เรียนแต่วิชาการอย่างเดียว ชาวค่ายหลายคนมักจะมาร่วมค่ายแบบผิวเผิน ให้ทำอะไรก็ทำ แต่หลายคนที่นอกเหนือจากแกนหลักที่ดำเนินการค่ายจะเป็นพวกนักเรียนรู้ คือแอบพักลักจำ เรียนรู้แอบดูวิธีการการทำงาน ลักจำกิจกรรมกระบวนการต่างๆไปใช้หากมีโอกาส หรือลงมือปฏิบัติเพื่อเรียนรู้ในฐานะผู้ช่วยแกนหลัก เป็นเรื่องปรกติของชาวค่าย
วันนี้ผมเดินสำรวจชุมชนอีกเช่นทุกวันในยามย่ำค่ำ เปลี่ยนเส้นทางการเดินชมและชื่นหมู่บ้านในหุบเขาที่มีมนต์เสน่ห์ชวนหลงใหล ชาวบ้านต่างมีไมตรีจิตและอัธยาศัยที่งดงาม รอยยิ้มและการทักทายมีให้ชนต่างถิ่นอยู่ตลอดมิขวยเขิน ความเต็มใจให้ข้อมูลจากการอยากรู้อยากเห็นของคนนอกดูจะเป็นที่พึงใจของคนที่มาเยือนได้ประจักษ์แก่ตน พรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายที่ค่าย คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่ขุนลาวก่อนกลับ การพบจากจึงเป็นเรื่องที่ประจักษ์ใจเสมอมาตามเวลาที่หมุนไป

ขุนลาว...ถึงจะหนาวลมก็ห่มผ้า
สุขอุราสาใจใคร่ใหลหลง
มิตรไมตรีมีให้พบไม่จบลง
แต่กลับยงยืนยั้งด้วยตั้งใจ
แม้หนาวกายเพียงใดก็ทนอยู่
แม้หนาวหูหนาวตาสักเพียงไหน
แต่อุ่นอกอุ่นจิตอุ่นใจ
ด้วยมิตรไมตรีจิตที่...ขุนลาว

ณ ขุนลาว
28 ธันวาคม 2557

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น



ความเห็น (0)