GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

บันทึกดูงานประเทศอังกฤษ ดร.สุชิน ลิขิต ดิศกุล อยู่ในทีม

วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๔๙ Open Age Center และ NIACE
วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๔๙             คณะเดินทางไปที่ Open Age Center ได้พบกับ Helen Milner ซึ่งเป็น Chief Executive UK Online/Learndirect             Helen ให้ข้อมูลว่าปัจจุบันมีศูนย์ UK Online อยู่ทั่วประเทศอังกฤษถึง ๖,๐๐๐ แห่ง เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ๒๐๐๐ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางด้าน digital ของประเทศ ในจำนวนศูนย์ทั้งหมดนี้มี ๔๗% ตั้งอยู่ในห้องสมุดชุมชน ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในศูนย์บริการของชุมชนและองค์กรอาสาสมัครต่าง ๆ ในวิทยาลัยชุมชน หรือในภาคเอกชนก็มี ในแต่ละปีมีผู้ใช้บริการประมาณ ๓ ล้านคน และมากกว่า ๒ ใน ๓ นับเป็นผู้ที่ขาดโอกาสในสังคม ร้อยละ ๙๙ ของครัวเรือนผู้ใช้บริการอยู่ในพื้นที่ไม่ไกลกว่า ๙ กิโลเมตรจากศูนย์บริการ             งบประมาณได้ราว ๔๐๐ ล้านปอนด์ ได้มาจากกระทรวงศึกษาธิการ จากหน่วยงานการศึกษา ห้องสมุดชุมชน และจากกองทุนลอตเตอรี่ เป็นเครือข่ายที่ถือได้ว่าเป็นแหล่งการเรียนรู้สำหรับชุมชนต่าง ๆ กลยุทธ์ในการดำเนินงานมีขั้นตอนคือเริ่มด้วยการสร้างความตระหนัก ต่อด้วยการจัดตั้งศูนย์บริการ ให้การฝึกอบรมทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ ทักษะการใช้อินเตอร์เน็ต ให้คำแนะนำในการค้นหาข้อมูลจาก web sites และสุดท้ายคือให้สามารถช่วยเหลือตนเองได้จากการใช้อินเตอร์เน็ต ผลที่เกิดขึ้นคือการมีทักษะเพิ่มขึ้น สามารถศึกษาต่อได้ มีช่องทางการหางานทำได้กว้างขึ้นโดยเฉพาะสำหรบกลุ่มผู้ที่ขาดโอกาสทางสังคม นอกจากนั้นยังเป็นหน่วยส่งเสริมการใช้บริการต่าง ๆ ของรัฐที่เสนอผ่านอินเตอร์เน็ต (e-government/accessibility) และในขณะเดียวกันก็เป็นกลไกที่จะช่วยให้ประเทศอังกฤษและสหภาพยุโรปบรรลุผลในการนำประชาชนเข้าสู่ความเท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจและสังคม (e-inclusion/accessibility)             ในการแนะนำการใช้อินเตอร์เน็ตนั้นได้มีการพัฒนาโปรแกรมชื่อ My Guide สำหรับผู้เริ่มเรียน ทำให้สามารถเข้าใจได้ง่าย สะดวก ฟังเสียงคำอธิบายได้ ปรับเปลี่ยนขนาดของตัวอักษรได้ เปลี่ยนแปลงสีได้ จึงเหมาะสำหรับใช้ในการสอนในศูนย์ UK Online เป็น open source ซึ่งสามารถจะนำไปใช้ได้ทั่วไป การดำเนินงานมุ่งตอบสนองนโยบายของรัฐโดยผ่านความร่วมมือกับหลายองค์กร ทั้งทางด้านการศึกษา ภาษีอากร การส่งเสริมการหางานทำ การบริหารนักโทษ การบริการสาธารณสุข กองทุนผู้เกษียณอายุ และการเผยแพร่ข่าวสารของรัฐบาล ช่วยให้การบริการทางด้านต่าง ๆ ของรัฐมีค่าใช้จ่ายถูกลง             ส่วนที่น่าประทับคือศูนย์การเทคโนโลยีสารสนเทศเช่นนี้ได้กลายเป็นแหล่งรวมคน เพื่อสร้างความร่วมมือในด้านอื่น ๆ ด้วย จนกลายเป็นแหล่งที่คนในชุมชนเข้ามาพบกัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ทำกิจกรรมร่วมกัน ช่วยขจัดความเงียบเหงาในชีวิตเนื่องจากการอยู่ตามลำพังเป็นเวลายาวนาน ทำให้เกิความกลมเกลียวกันในชุมชนได้มากขึ้น             ปัญหาสำคัญคือการหาอาสาสมัครที่เหมาะสมเข้ามาช่วยงาน บุคคลเหล่านี้จะไม่ได้ค่าตอบแทนเป็นเงิน แต่ได้รับบริการพิเศษ เช่น เข้ารับการอบรมหรือเข้าร่วมกิจกรรมบางอย่างโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนั้นยังมีปัญหาในการประสานงานข้ามหน่วยงาน ซึ่งเป็นเรื่องยากมากที่จะทำให้สำเร็จ เนื่องจากแต่ละหน่วยงานต่างมีเป้าหมายและวิธีการเฉพาะของตนเอง             สำหรับ Open Age Center ซึ่งเป็นที่ตั้งของ UK Online แห่งนี้นับเป็นเองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร รับผิดชอบดูแลผู้สูงอายุที่อยู่โดดเดี่ยว โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ ๕๐ ปีขึ้นไป ศูนย์แห่งนี้รับจัดตั้ง UK Online มาตั้งแต่ปี ๒๐๐๐ กิจกรรมเริ่มด้วยการฝึกใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ติดตามด้วยการใช้งานด้านต่าง ๆ เท่าที่ผ่านมาพบว่าผู้ใช้สนใจการใช้ e-mail การตรวจสอบสภาพภูมิอากาศ และการสั่งซื้อสินค้าทางอินเตอร์เน็ตเป็นพิเศษ เจ้าหน้าที่ศูนย์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าเธอพยายามเชื่อมโยงการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับกิจกรรมอื่น ๆ เช่น เมื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนในกลุ่มการเขียนสร้างสรรค์ใช้คอมพิวเตอร์ในการเตรียมต้นฉบับ ส่งเสริมให้ใช้ภาพถ่ายหรือภาพวาดในการทำปฏิทิน บางคนต้องการเขียนเล่าเรื่องของตนเองให้ลูกหลานอ่านก็ส่งเสริมให้ใช้คอมพิวเตอร์จัดทำต้นฉบับ หรือถ่ายภาพการออกกำลังกายแบบโยคะหรือไทชิแล้วนำมาทำหนังสือ เป็นต้น ส่วนผู้ที่ไม่ค่อยชอบคอมพิวเตอร์แต่อยากเข้าไปแข่งขันชิงรางวัลจากการเล่นเกมในรายการโทรทัศน์ ก็ให้ลองเล่นเกมแบบเดียวกันที่บันทึกไว้ในแผ่น CD ก่อน เป็นต้น การฝึกถ่ายภาพโดยใช้กล้องดิจิตอลก็นับเป็นกิจกรรมที่มีผู้สนใจมาก สนุก             สำหรับกิจกรรมของ Leardirect นั้นเจ้าหน้าที่บอกว่ามีลักษณะเป็นทางการมากกว่า UK Online และกิจกรรมของ Open Age Center ซึ่งผู้รับบริการไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกก็ได้ มุ่งสร้างความสุขให้กับจากการเข้ามาทำกิจกรรมร่วมกัน หากต้องการเรียนต่อให้เป็นเรื่องราวก็สามารถไปเรียนที่วิทยาลัยชุมชนได้ ผู้เรียนนำเอาขนมหรืออาหารจากบ้านมาแบ่งกัน บางคนเอาลูกมาด้วย เพื่อน ๆ ก็ช่วยกันเลี้ยง เวลาเครื่องมืออุปกรณ์เสียก็ช่วยกันซ่อม นอกเหนือจากที่มีอาสาสมัครช่วยเหลือ นอกจากนั้นยังมีบริการนำไปเที่ยวนอกศูนย์ ให้บริการขนส่งผู้ที่ไม่สามารถเดินทางเข้ามาใช้บริการไม่สะดวกด้วย เพื่อช่วยให้พ้นจากภาวะโดดเดี่ยว มีโอกาสสังสรรค์กับเพื่อนผู้สูงอายุด้วยกัน             ศูนย์แห่งนี้มีเจ้าหน้าที่ประจำ ๑๐ คน ครูประมาณ ๔๐ คน อาสาสมัครราว ๑๐๐ คนทั้งที่เข้ามาช่วยสอนและนำออกไปศึกษาดูงานข้างนอกศูนย์ ผู้บริการมีราว ๘๐๐ คน อาสาสมัครส่วนใหญ่เป็นหญิง ผู้ใช้บริการส่วนมากก็เป็นผู้หญิง เหตุผลที่อาสาสมัครเข้ามาช่วยทำงานก็เนื่องจากต้องการให้ความช่วยเหลือ ใช้เวลาว่างในการทำงานเพื่อสังคม             ต่อจากนั้นคณะเดินทางโดยรถไฟขึ้นทางเหนือไปมือง Leichester ใช้เวลาราว ๑ ชั่วโมง รถไฟวิ่งตรงเวลา นิ่มนวล สะอาดดีมาก ระหว่างทางได้เห็นชุมชนเกษตรกรรมซึ่งมีพื้นที่เป็นเนินสูงต่ำทั่วไป ตรงไหนที่เป็นโรงเรียนก็จะมองเห็นสนามฟุตบอลและสนามรักบี้อันเขียวขจีอยู่ด้วย จึงเข้าใจได้ว่าเพราะเหตุใดกีฬาทั้งสองประเภทนี้จึงเป็นที่นิยมของคนอังกฤษ             ที่ Leichester ลมแรงและอากาศหนาวเย็นกว่าในลอนดอน คณะได้มีโอกาสขึ้นแทกซีของอังกฤษเป็นครั้งแรก คันหนึ่งนั่งได้เต็มที่ถึง ๕ คนทีเดียว โดยนั่งหันหน้าเข้าหากัน กระเป๋ารวมเอาไว้ท้ายรถ ค่าโดยสารคิดตามระยะทางและจำนวนคนที่นั่ง พร้อมพิมพ์ใบเสร็จให้ด้วยเสร็จสรรพ จึงนับว่าสะดวกดี             ในที่สุดคณะก็เดินทางไปถึง National Institute for Adult and Continuing Education (NIACE) สำนักงานตั้งอยู่ในบริเวณมหาวิทยาลัย Leichester นั่นเอง ที่จริงก็ไม่ได้มีรั้วกั้นบอกอาณาเขตของมหาวิทยาลัยกับส่วนอื่น ๆ ของเมือง            คณะได้พบกับ Dr. Alan Clarke รองผู้อำนวยการทางด้าน ICT และ Learning เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการจัด e-learning มาเป็นระยะเวลายาวนานและมีชื่อเสียงในระดับนานาชาติทีเดียว            Alan ให้ข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาผู้ใหญ่มีเพียง ๒๐ คน งานที่รับผิดชอบครอบคลุมทั้งเรื่องการวิจัยและปฏิบัติการ กลุ่มเป้าหมายถึงประชากรที่มีอายุ ๑๖ ปีขึ้นไป เนื้อหาที่เสนอมีความหลากหลาย มิใช่จำกัดอยู่เพียงเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจเท่านั้น            NIACE รับฟังเสียงกลุ่มเป้าหมายผู้เรียนซึ่งมีอยู่ราว ๖๐ ล้านคน มากกว่าผู้สอน พยายามใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการศึกษา แต่ที่สำคัญคือหากการใช้เทคโนโลยีด้านนี้กลายเป็นอุปสรรคก็จะไม่ใช้ ในบางพื้นที่การเข้าถึงก็มีปัญหาเนื่องจากคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงมีราคาแพง รัฐบาลเคยจัดเงินราว ๔๐ ล้านปอนด์เพื่อจัดซื้อคอมพิวเตอร์มือถือให้กับเด็กนักเรียนจากครอบครัวยากจน เพื่อให้ใช้ทั้งในโรงเรียนและนำกลับไปใช้ที่บ้านได้ด้วย จัดบริการอินเตอร์เน็ตให้ถึงบ้านด้วย พ่อแม่ก็ได้เรียนไปพร้อมกับลูก ๆ ด้วย นอกจากนั้นยังมีโครงการทดลองจัดบริการอินเตอร์เน็ตร่วมกับชุมชนต่าง ๆ ปัญหาสำคัญมากคือขาดแคลนเงินทุนสำหรับใช้จัดอบรมให้ชาวบ้าน ปีหนึ่ง ๆ จึงสามารถให้การอบรมได้จำนวนจำกัดมาก กว่าจะจะขยายผลได้ครบถ้วนก็คงจะใช้เวลาอีกนานมาก             NIACE ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรภาคเอกชนไม่น้อยทีเดียว เนื่องจากองค์กรเหล่านี้ใส่ใจในความเป็นอยู่ของชาวบ้านในชุมชนแวดล้อม นอกจากนั้นแล้วยังมีรายได้จากการให้คำปรึกษา จัดการอบรม และทำวิจัย สมาชิกในเครือข่ายขององค์กรมีทั้งที่เป็นสถาบันการศึกษา กลุ่มอาสาสมัคร และอื่น ๆ ที่ทำงานส่งเสริมการศึกษาผู้ใหญ่            ในระยะ ๖-๗ ปีที่ผ่านมารัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้ผู้ใหญ่ได้เรียนการใช้คอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะในด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ลักษณะการให้บริการมีความหลากหลายในแต่ละพื้นที่  NIACE รับผิดชอบจัดทำแผนงานระดับประเทศเสนอต่อรัฐบาล และดำเนินการมาแล้วเป็นเวลา ๓ ปีครึ่ง การเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ใช้บริการของ Joint Academic Network (JANET) ของสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศอังกฤษ เนื่องจากมีความรวดเร็ว ราคาไม่แพง แต่ก็มีสมาชิกราวครึ่งหนึ่งที่มิได้เข้าเครือข่ายนี้ด้วย เนื่องจากมีเครือข่ายของตนเอง ในบางพื้นที่โดยเฉพาะในบริเวณภูเขาไม่มีโทรศัพท์ จึงต้องหันไปใช้ระบบไร้สาย ซึ่งก็มีราคาแพงเกินไป            NIACE มีบริการจัดอบรมให้กับผู้ที่จะกลับไปอบรมคนอื่น ๆ ต่อ เช่น อบรมให้กับกลุ่มบรรณารักษ์ซึ่งมีความสนใจและกระตือรือร้นอย่างมากในการให้บริการ e-learning แก่สมาชิกห้องสมุดที่ตนรับผิดชอบ เนื่องจากมีแรงจูงใจในการช่วยให้ผู้ใช้บริการค้นหาความรู้ได้ด้วยตนเอง ในลักษณะที่เป็นไปตามอัธยาศัยอยู่แล้ว e-learning จึงนับว่าเหมาะสมกับการคิดเชิงบวกเช่นนี้ นอกจากนั้นยังจัดอบรมให้กับผู้คุมนักโทษเพื่อให้บริการกับนักโทษ ผู้เข้ารับการอบรมส่วนใหญ่เป็นครูประจำการ การอบรมเป็นระบบผสม (blended learning approach) คือใช้ทั้งการสอนในห้องเรียนตามปกติและ e-learning ประกอบกัน ซึ่งนับว่าได้ผลดีกว่าที่จะใช้ e-learning แต่เพียงอย่างเดียว เพื่อผ่านการฝึกอบรมไปแล้วก็ทำงานสนับสนุนผู้ที่ประสงค์จะเรียนต่อในท้องถิ่นของตนเอง นอกจากนั้นยังส่งเสริมให้บุคลากรระดับบริหารได้รับคำปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารจัดการ e-learning เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนอีกด้านหนึ่งด้วย เช่น ให้โอกาสพบกับผู้เชี่ยวชาญในลักษณะที่เป็นการพูดคุยกันตามอัธยาศัย ได้ผลดีกว่าการจัดอบรมอย่างเป็นทางการ สำหรับการจัดการกับผู้บริหารระดับอาวุโสนั้นยังเป็นเรื่องท้าทาย ทำให้สำเร็จผลได้ค่อนข้างยาก             NIACE กำลังสร้าง virtual learning environment สำหรับผู้ที่จะทำหน้าที่ฝึกอบราคนอื่นต่อ พัฒนาบทเรียนเกี่ยวกับ online learning และการพัฒนาเนื้อหาวิชาที่นำไปใช้สอนในระบบ online จากประสบการณ์ที่ผ่านมาพบว่าเทคโนโลยีที่นิยมกันมากที่สุดคือกล้องดิจิตอล เพื่อแสดงกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีการเคลื่อนไหว นำเสนอเรื่องจากประสบการณ์ ซึ่งช่วยให้สามารถเรียนรู้ได้ง่ายและเร็วกว่าเดิม            ทฤษฎีการเรียนรู้ซึ่งใช้เป็นพื้นฐานของ e-learning มี ๓ เรื่องด้วยกันคือ active learning คือสนับสนุนให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติการ collaborative learning ส่งเสริมให้ผู้เรียนทำงานร่วมกัน และ constructionism คือส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ทำในสิ่งที่มีความหมายสำหรับตนเอง ในระบบ online นั้นทั้งสามเรื่องนี้ทำได้ยากกว่าในห้องเรียนปกติ ต้องคอยย้ำและส่งเสริมบ่อย ๆ ผู้เรียนต่างวัฒนธรรมก็มีแบบแผนการเรียนต่างกัน ต้องคอยส่งสัญญาณให้เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนอย่างแข็งขัน การใช้ e-mail เป็นช่องทางในการตอบคำถามของผู้เรียนอย่างรวดเร็วนับว่าได้ผลดีมาก            ความเชื่อมั่นในตนเองนับว่าเป็นพื้นฐานสำคัญในความสำเร็จในการเรียนระบบ online การออกกลางคันนับว่ามีสูงมากในการเรียนในระบบนี้ (ประมาณถึงร้อยละ ๙๐ ทีเดียว) ควรให้ความสำคัญในการช่วยพัฒนาทักษะในการเรียนรู้ด้วย นั่นคือแทนที่จะเน้นการฟังและพูดอย่างที่คุ้นเคยในระบบชั้นเรียนปกติ ก็จะเน้นเรื่องการอ่านและเขียนเป็นสำคัญ นับเป็นการเปลี่ยนแปลงในวัฒนธรรมการเรียนอย่างมาก จึงควรสร้างระบบช่วยเหลือให้สามารถเขียนได้อย่างกระชับ ได้ใจความ แต่ไม่จำเป็นต้องถูกไวยากรณ์มากนักก็ได้ รู้จักอ่านสรุปความได้อย่างรวดเร็ว เป็นต้น จึงจะเป็นหลักประกันให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จได้อย่างมั่นคง            รัฐบาลให้การสนับสนุนการลงทุนผลิตเนื้อหา e-learning ที่มีคุณภาพสูง เป็นเนื้อหาหลักที่กำหนดไว้ในหลักสูตร หรือเป็นเนื้อหาที่มีผู้ต้องการเรียนกันอย่างกว้างขวาง เช่น ภาษาเยอรมัน ฝรั่งเศส และสเปน เพื่อประโยชน์ในการเดินทางท่องเที่ยว หรือภาษาอังกฤษสำหรับประชากรของอังกฤษเองที่ยังไม่สันทัดในภาษาประจำชาติ การดำเนินการเรื่องนี้ต้องใช้เวลา ความชำนาญการของผู้รับงาน และค่าใช้จ่ายมาก แต่ถ้าหากให้ทุนก้อนไม่ใหญ่นักกับครูไปทำกลับพบว่าได้ผลดีมาก สื่อมีคุณภาพดี ใช้เวลาน้อย และมีหลักประกันว่าจะมีการนำไปใช้ประโยชน์ด้วย ผลงานบางชิ้นมีคุณภาพเทียบระดับมืออาชีพเลยทีเดียว            Alan ได้มอบเอกสารให้คณะหลายรายการ เพื่อนำไปศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม ข้อแนะนำเกี่ยวกับเรื่องการเชื่อมโยงและส่งเสริมให้ครูช่วยกันพัฒนาเนื้อหาสำหรับ e-learning และการให้ความช่วยเหลือผู้เรียนในระบบ online เพื่อมิให้หยุดเรียนกลางคันนับว่าเป็นประโยชน์ยิ่ง 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 58205
เขียน:
แก้ไข:
ดอกไม้: 1
ความเห็น: 10
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (10)

เขียนได้ละเอียดดี  ทำให้ได้รู้เรื่องที่เกี่ยวกับการศึกษาของประเทศอังกฤษมากขึ้น

เป็นบทความที่ดีมากเลยค่ะ  ทำให้ได้รับความรู้เพิ่มมากยิ่งขึ้น และยังได้ทราบถึงนโยบายของรัฐบาลในเรื่องการ  สนับสนุนการลงทุนผลิตเนื้อหา e-learning  ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก ทำให้เราสามารถพัฒนาบทเรียนออนไลน์ไปเรื่อยๆ  ซึ่งเป็นการขยายโอกาสในการศึกษาอีกด้วย

ใครที่ได้อ่านบทความนี้  คงต้องเกิดความกระตือรือร้น  อยากพัฒนาตนเองด้านเทคโนโลยีให้ทันโลกแล้วล่ะค่ะ  และที่สำคัญได้รู้เส้นทางไปสถานที่ที่น่าสนใจอีกด้วย  รวมถึง  e-learning  ซึ่งเป็นเรื่องที่มีมานานแล้วก็จริงแต่ก็ยังมีผู้ให้ความสนใจอย่างมาก  ฉะนั้นน่าจะนำมาพัฒนาในระบบการเรียนการสอนในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี

ขอบคุณค่ะสำหรับบทความที่ช่วยทำให้เห็นถึงความสำคัญของการเรียนรู้ด้วยตนเอง   หากใครสนใจระบบ e-learning ที่เป็นโอเพ่นซอส (ใช้ได้ฟรี)  คิดว่า Moodle เป็นซอฟต์แวร์ที่น่าสนใจค่ะ มีการนำไปใช้มากกว่า 100 ประเทศ  ตัวอย่างของการใช้เช่นที่ http://e-learning.en.kku.ac.th

  • ยินดีตรับที่คุณammy คุณชณาภา และคุณทัศนีย์ได้ประโยชน์จากการเรียนรู้
  • ขอบคุณ ดร.กานดาครับที่ช่วยขยายแหล่งเรียนรู้ระบบ e-learning ที่เป็นโอเพ่นซอส
ผมได้ข้อมูลจากที่ อ.ดิศกุล ได้มาเพยแพร่มากเลยครับ
ข้อมูลน่าสนใจเป็นความรู้ดีครับ
เป็นความรู้ดีครับ ขอให้ อ.ดิศกุล มีผลงานดีๆแบบนี้มาให้ความรู้เรื่อยๆนะครับผมจะแวะมาอ่านบ่อยๆ

ในโลกแห่งการสื่อสาร  เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า  การสร้างกระบวนการเรียนรู้และการแสวงหาความรู้จึงเป็นเรื่องที่ไม่ไกลเกินเอื้อม  แนวคิดและแรงกระตุ้นอยู่ตรงหน้าผู้รักการศึกษาแล้ว 

Mr.ดิศกุลท่านเยี่ยมยอดมากครับ