เมื่อเข้าใจเรื่องรากพืชกับจุลินทรีย์ดิน ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าสาบเสือมีรากแบบไหน จึงไปด้อมๆมองๆดู อ๊ะ อ๊ะ โคนรากของสาบเสือนี่แปลก ล่ำปึ๊กแข็งแรงมาก รากแขนงของมันแน่นขนัด มีรากแก้วด้วย เห็นแล้วไม่อยากเชื่อว่าโดนไฟแล้วไม่ใหม้ไฟแต่ก็คงต้องเชื่อ ชาวบ้านเคยเล่าว่าแถบนี้เคยมีไฟป่าแต่มันยังขึ้นงอกงามดี น่าจะเป็นเพราะรากทนไฟไหม้นี่แหละ มันจึงไม่สูญพันธุ์ไปจากพื้นที่ตรงนี้
ที่ได้รู้มาแล้วว่ารากหญ้าคามีไนโตรเจน โปตัสเซียมเยอะ เรื่องไนโตรเจนเยอะนะเข้าใจแล้ว แต่เรื่องโปตัสเซียมเยอะนี่เกิดจากอะไร
นักวิชาการเขาว่าตรงไหนที่แห้งแล้ง ตรงนั้นดินจะมีเกลือเข้มข้น และพืชที่สามารถทนเค็มได้ จะมีกลไกปรับตัวที่รากบ้าง ที่ใบบ้าง ที่ลำต้นบ้าง ทำให้เห็นต้นอวบน้ำ ใบอวบน้ำ ใบห่อม้วน มีใบสีเข้มหรือมีสารเคลือบใบ รากอยู่ตื้นๆเฉพาะผิวดิน หรือแผ่รากไปยังดินที่เค็มน้อยกว่า นอกจากนั้นยังปรับกลไกการดูดซึมแร่ธาตุทางรากเพิ่มความสามารถในการดูดซึมโปตัสเซียมเข้าไปได้มาก
อืม สาบเสือ หญ้าคางอกงามในที่แห้งแล้ง อย่างนี้ก็แปลว่า มันมีกลไกการจัดการดินเค็มตามคำอธิบายข้างบนซิ ถ้าใช้หลักรากตื้น รากลึก แปลว่าตรงที่หญ้าคางอกแบบรากตื้น ดินที่อยู่ลึกลงไปเค็มกว่าดินตรงผิวที่รากงอก ตรงไหนที่รากลึก ดินตรงนั้นเค็มน้อยกว่าดินตรงที่รากตื้น และตรงไหนที่สาบเสือขึ้นงาม ตรงนั้นดินจืดเกลือกว่าตรงที่หญ้าคางอกและมีน้ำใต้ดินมากกว่าด้วยซินะ
ได้ที่มาแล้วว่าทำไมหญ้าคามีโปตัสเซียมเยอะ อย่างนี้ทั้งสาบเสือ และขี้ไก่ย่านก็มีโปตัสเซียมเยอะด้วยเช่นกันซินะ เขาว่าพืชตระกูลถั่ว ไม่ทนเค็ม อย่างนี้เท่ากับได้แถมคำอธิบายการงอกของพืชแบบถิ่นใครถิ่นมันที่เห็นมาในที่แห่งนี้ด้วย ดีจัง
ดินที่เหมาะสำหรับให้ต้นไม้อยู่รอด คือดินที่มีความสมดุลของแร่ธาตุอาหารพืช ไม่เป็นกรดเป็นด่างหรือมีความเค็มจนเกินไป มีโครงสร้างดินที่ดี มีความร่วนซุย อากาศถ่ายเทได้ดี อ่อนนุ่มไม่แข็งกระด้าง อุ้มน้ำได้ดี เม็ดดินเกาะกันหลวมๆ เพื่อให้รากพืชสามารถแผ่ขยายและชอนไชไปหาแร่ธาตุอาหารพืชได้ง่ายในระยะที่กว้างและไกล มีจุลินทรีย์และสิ่งมีชีวิตในดินที่เป็นประโยชน์ในปริมาณมาก
ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปตัสเซียมคือชื่อธาตุอาหารหลักของพืชที่คุ้นหูคนที่ไม่ใช่เกษตรกร ที่ไม่ใคร่คุ้นหูก็เป็นธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริม ธาตุอาหารรองเป็น ๓ ธาตุนี้ แคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน ธาตุอาหารเสริมมีพวกนี้ เหล็ก สังกะสี ทองแดง โบรอน โมลิบดินัม แมงกานีส และ คลอรีน ทั้ง ๑๓ ตัวนี้ รากพืชหาจากดินขึ้นมาใช้
ตำราการเกษตรเขียนไว้ว่า ไนโตรเจนทำให้พืชตั้งตัวได้เร็วในระยะแรกของการเจริญเติบโตและมีความแข็งแรง ส่งเสริมการเจริญเติบโตของใบและลำต้น ทำให้ใบเขียวเข้ม ควบคุมการออกดอกออกผลและช่วยเพิ่มเมล็ดขนาดเล็ก
เมื่อไรพืชมีใบเหลืองจากล่างไปหายอด มีใบน้อย ปลายใบและขอบใบค่อยๆแห้ง ลุกลามเรื่อยจนใบร่วงจากต้นก่อนกำหนด กิ่งก้านลีบเล็ก ต้นผอมหรือลำต้นมีสีเหลืองสีชมพูเจือปน โตช้ามาก ให้รับรู้ไว้เลยว่าพืชนั้นขึ้นในที่ขาดไนโตรเจน
เมื่อไรหักง่าย ล้มง่าย อวบน้ำ แก่ช้า ให้รับรู้ว่า พืชนั้นขึ้นในที่มีไนโตรเจนมากเกินพอ อ๊ะ อ๊ะ สาบเสือหักง่าย ไม่ใคร่แก่ อย่างนี้นี่เอง
อืม อย่างนี้พืชที่อวบน้ำก็สื่อบอกเรื่องดินได้ทั้งเรื่องความเค็ม ความชื้นในดิน และธาตุไนโตรเจนในดินให้รู้ได้คร่าวๆด้วยซิ
งั้นเก็บเคล็ดไว้ดูดินเบื้องต้นเผื่อเลือกพืชปลูกลงให้เหมาะยังงี้เหอะ "ที่ไหนพืชตระกูลถั่วงอกงาม ตรงนั้นเป็นดินไม่เค็มที่มีไนโตรเจนเยอะ ที่ไหนมีสาบเสืองอกงาม ตรงนั้นเป็นดินกร่อยที่มีไนโตรเจนเยอะ ที่ไหนมีหญ้าคางอกงาม ตรงนั้นเป็นดินเค็มที่มีไนโตรเจน โปตัสเซียม และฟอสฟอรัสพอประมาณ ที่ไหนมีพืชอวบน้ำงอกงาม ตรงนั้นเป็นดินเค็มที่มีไนโตรเจนเยอะ"
ดี