การนําระบบไปใช้และบํารุงรักษา

การนําระบบไปใช้และบํารุงรักษา

เมื่อได้ดําเนินงานตั้งแต่ระยะแรกจนถึงระยะสุดท้าย นั่นคือตั้งแต่ระยะของการวางแผนโครงการ การวิเคราะห์ และการออกแบบ ในระยะถัดไปก็คือ ระยะของการนําระบบไปใช้และบํารุงรักษาเป็นระยะสุดท้ายของการพัฒนาระบบที่จะกล่าวถึงในบทนี้ ประกอบด้วยกิจกรรมย่อย ๆ คือ การพัฒนา การทดสอบ การนําไปใช้โดยการติดตั้ง พร้อมทั้งติดตามการใช้งานการจัดทําคู่มือและฝึกอบรม และการบํารุงรักษา

การพัฒนาระบบ

การพัฒนาระบบจะเป็นการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือการเขียนรหัสคําสั่ง (coding) ให้คอมพิวเตอร์ประมวลผลได้โดยพัฒนาตามแผนภาพที่ได้วิเคราะห์และออกแบบไว้ อาจเขียนเป็นโปรแกรมใหม่ทั้งหมดหรือปรับปรุงตามโปรแกรมของระบบเดิมที่มีอยู่หรือทั้งสองอย่างมารวมกันทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์และออกแบบมา การพัฒนาระบบ เป็นขั้นตอนของการนําระบบที่ได้ออกแบบมาพัฒนาเป็นระบบสารสนเทศโดยการเขียนด้วย โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (computer program) โดยหนึ่งระบบประกอบด้วยระบบย่อยที่นํามารวมกัน ในที่นี้หมายถึงโปรแกรมที่นักเขียนโปรแกรมเป็นผู้สร้างงานขึ้นมา โดย มีขั้นตอนคือ การวิเคราะห์ปัญหา การออกแบบโปรแกรมการเขียนโปรแกรม การทดสอบข้อผิดพลาดของโปรแกรมและการทําเอกสาร (สกาวรัตน์ จงพัฒนากร, 2550, น. 214)

การเขียนโปรแกรมประกอบด้วยกิจกรรมหลัก ๆ คือ

1.คัดเลือกภาษา เพื่อนํามาใช้ในการเขียนโปรแกรม ภาษาคอมพิวเตอร์คือกลุ่มของกฎเกณฑ์ที่มนุษย์สั่งให้ คอมพิวเตอร์ปฏิบัติตาม ตัวอย่างภาษาคอมพิวเตอร์ที่รู้จักกันดี คือ ภาษาระดับสูง เช่น COBOL, Java, Visual basic หรือภาษาในยุคที่4ภาษาในยุคที่4 เป็นภาษาระดับสูงเช่นเดียวกัน การใช้คําสั่งจะมีความคล้ายคลึงกับประโยคภาษาอังกฤษมากขึ้น และสามารถนํามาใช้เขียนคําสั่งเพื่อเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลความสามารถด้านกราฟิก การต่อประสานกับผู้ใช้และความสามารถในการสร้างคําสั่ง ตัวอย่างภาษาในยุคนี้ได้แก่ SQL (structured query language), C#, Java, ซอฟต์แวรในตระกูล Visual ต่างๆ เช่น Visual Basic เป็นต้น

2. เขียนโปรแกรม หรือสร้างโปรแกรมตามที่ได้ออกแบบไว้โดยนักวิเคราะห์ระบบ สําหรับโปรแกรมหรือระบบงานใดๆที่พัฒนาขึ้ด้วยภาษาคอมพิวเตอร์นักเขียนโปรแกรมจะต้องปฏิบัติตามวากยสัมพันธ์(syntax) และกฎเกณฑ์การเขียนโปรแกรมนั้น ๆ อย่างเคร่งครัด (โอภาส เอี่ยมสิริวงศ์, 2551,น. 375)

ขั้นตอนการเขียนโปรแกรม

1. การวิเคราะห์งาน (job analysis) หรือ การวิเคราห์ปัญหาและความต้องการ (problem analysis and requirement analysis)

2. การออกแบบ (design)

3. การเขียนผังงาน (flowcharting)

4. การเขียนโปรแกรม (programming) หรือ การเขียนรหัสคําสั่ง (coding)

5. การทดสอบและแก้ไขโปรแกรม (program testing and debugging)

6. การจัดทําเอกสาร (documentation)

7. การบํารุงรักษาโปรแกรม (program maintenance)

วิเคราะห์กิจกรรมการเขียนโปรแกรม

ก่อนลงมือเขียนโปรแกรม จะต้องกําหนดกิจกรรมที่ได้จากการวิเคราะห์และออกแบบ คือ

1. กําหนดการแสดงผล (output specification) หมายถึงส่วนที่แสดงผลลัพธ์ออกมาจากระบบ ว่ามีลักษณะอย่างไร

2. กําหนดข้อมูลนําเข้า (input specification) หมายถึงกําหนดในส่วนของข้อมูลเข้ามีรูปแบบหรือขอบเขตต่างกันอย่างไร และการกําหนดตัวแปรที่ใช้สําหรับการเขียนโปรแกรม

3. กําหนดการประมวลผล (process specification) เป็นการนําวิธีการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่ให้คอมพิวเตอร์

ประมวลผล แล้วได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ โดยแสดงตั้งแต่นําข้อมูลเข้าและส่งออกข้อมูล ตามแผนภาพกระแส

ข้อมูลที่ได้วิเคราะห์ไว้

ระดับของภาษาในการเขียนโปรแกรม

การเขียนโปรแกรมจะต้องศึกษาระดับของภาษา จะมี 3ระดับ คือ

1. ภาษาเครื่อง (machine language) เป็นภาษาที่สั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทํางาน โดยเขียนในรูปแบบของ

รหัสเลขฐานสอง ประกอบด้วย 0 และ 1

2. ภาษาระดับต่ำ (low-level language) เป็นภาษาที่ปรับปรุงมาจากภาษาเครื่อง ทําให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นแต่ผู้เขียนจะต้องมีความรู้พื้นฐานของการทํางานของเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดีก่อน อย่างเช่น ภาษาแอสเซมบลี (assembly)

3. ภาษาระดับสูง (high-level language) เป็นภาษาที่ทําความเข้าใจง่าย มีลักษณะการใช้ใกล้เคียงกับภาษามนุษย์ การสั่งให้คอมพิวเตอร์ทํางานต้องมีตัวแปลทั้งโปรแกรมที่เรียกว่าคอมไพเลอร์ (compiler) และตัวแปลแปลทีละทําสั่งเรียกว่า อินเทอร์พรีเตอร์ (interpreter) เช่น ภาษาเบสิก (BASIC) และโคบอล (COBO)


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การนําระบบไปใช้และบํารุงรักษา



ความเห็น (0)