นักแสดง คือ..

Artty
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

กล่าวว่า "นักแสดง คือผู้ที่สวมบทบาทเป็นตัวละคร เพื่อถ่ายทอดเรื่องราว  และความรู้สึกนึกคิด ที่อยู่ในบทละคร มาสู่ผู้ชม"

ดังนั้น ในกลุ่มผู้ทำงานละคร นักแสดงคือผู้ที่อยู่ใกล้ชิดผู้ดูมากที่สุด  ผลงานของงานละคร ไม่ว่าจะเป็น บท การกำกับ การแต่งกาย การออกแบบฉาก หรือ  แม้การแต่งหน้า ล้วนถูกถ่ายทอดมายังผู้ชมโดยผ่านตัวนักแสดง จึงอาจกล่าวว่า  ในการแสดงละครแต่ละครั้ง เราสามารถตัดทุกสิ่งทุกอย่างออกได้  ยกเว้นตัวผู้แสดงกับผู้ชม

ความเป็นจริงนี้ ไม่อาจ จะทำให้ นักแสดงกลายเป็นคนวางตัวเย้อหยิ่ง  แต่กลับตรงกันข้าม เพราะแท้จริงงแล้ว การละคร  เป็นการนำศาสตร์และศิลป์ทุกแขนงสาขามาจัดการร่วมกัน ความสำเร็จของละคร  จึงเป็นการผสมผสานองค์ประกอบของศิลปะต่างๆอย่างสอดคล้องลงตัว

กลับมาพิจารณาคำกล่าวที่ว่า "เราอาจสามารถตัดสิ่งต่างๆออกได้ยกเว้น  นักแสดงกับคนดู" ประเด็นนี้ ทำให้เราต้องตระหนักว่า ความจริงคือ ในการทำละคร  แต่ละครั้ง คนทุกคนในคณะทำงานการแสดง มีความสำคัญเท่าเทียมกัน  และจะต้องสามารถสลับปรับเปลี่ยนบทบาท หน้าที่ได้เสมอ  และพร้อมที่จะทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์  ไม่ยึดถือในตำแหน่งหน้าที่ใดหน้าที่หนึ่งอย่างตายตัว เพราะ หากขาดหน้าที่ฝ่ายใดไป  ผู้ทำละครแต่ละคนต้องพร้อม จะต้องทำหน้าที่แทนกันได้หมด ไม่ว่า จะเป็นคนเขียนบท  อำนวยการสร้าง ตัวแสดงประกอบ และแม้แต่ผู้ดูแลฉาก และจัดเสื้อผ้า

พบว่า หลายครั้ง การแสดง ไม่มีบท นักแสดงเองก็จำเป็นต้องร่วมสร้างบทขึ้นมา  เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว การแสดงก็เกิดขึ้นไม่ได้  และแม้ไม่มีฉากเพื่อการแสดงอย่างงดงาม นักแสดงก็จะต้องสามารถ กำหนดพื้นที่ใดๆขึ้น  และใช้ภาษาท่าทาง คำพูด สร้งจินตนาการให้กับคนดูได้เห็น  ฉากนั้นเป็นไปตามเรื่องอย่างดีที่สุด

นักแสดงที่ ไม่ได้ตระหนักรู้ถึงสิ่งเหล่านี้ ส่วนมาก มักจะกลายเป็นผู้ทำลาย  ความงดงามของการแสดงลงเสียทั้งสิ้น ด้วยเพราะทะนง คิดเพียงแต่ว่าตัวเองสำคัญ  และไม่ยอมที่จะทำอะไรเลยนอกจาก เล่นบทบาทซ้ำๆของตัวเอง อย่างไม่มีพัฒนาการ

ดังนี้ หาก ประสงค์จะเป็นนักแสดงที่ดี แล้ว ลองมาดูว่า  นักแสดงควรมีคุณสมบัติอย่างไร จึงจะสามารถพัฒนาไปเป็นนักแสดงที่ดีในอนาคต

คุณสมบัตินักแสดงที่ดี
ความงดงามของจิตใจ

ความงดงามในจิตใจเป็นสิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดสำหรับคนที่เป็นนักแสดง  เพราะหากนักแสดงขาดความงดงามของจิตใจ  ก็จะไม่สามารถถ่ายทอดความงดงามที่แท้จริงของศิลปะการแสดงไปสู่ผู้ชมได้ เป็นความเข้าใจผิด ที่คิดว่า นักแสดงต้องมีรูปร่างหน้าตางามเพียงอย่างเดียว  ความเป็นจริง ความงดงามของจิตใจกับความ หล่อ ความสวย ไม่ได้เป็นสิ่งเดียวกัน  และมีคุณค่าต่อการแสดงแตกต่างกันมากด้วย ทั้งนี้  เพราะความงามรูปร่างเป็นเพียงเปลือกนอก ซึ่งเมื่อขาดความงดงามภายใน  ก็จะไร้เสน่ห์และพลังดึงดูด นักแสดงที่หลงในรูปสมบัติของตัวเอง  มักจะขาดการพัฒนาตัวเองไปเป็นนักแสดงที่ดี จิตใจที่งดงาม ในแง่ของการแสดงคือ สำนึกที่ถูกต้อง ที่นักแสดงมีต่ออาชีพ  ต่อการแสดง และต่อตัวเอง รวมทั้งส่วนรวม

นักแสดงที่มีศรัทธาต่อการแสดง  มากกว่าความหลงตัวเองเท่านั้นที่จะสามารถนำการแสดงไปสู่ผู้ดูให้ได้พบข้อคิด  เกิดความเข้าใจ เห็นแนวทางแก้ไขปัญหา  และให้ความสุขความบันเทิงได้อย่างพร้อมมูลแก่ผู้ชม ซึ่งเป็นบทบาทหน้าที่หลัก  ที่นักแสดงต้องทำ ดังนั้น นักแสดงที่มีความซื้อสัตย์ต่อหน้าที่ และการอาชีพ  จึงต้องพยายามที่จะพัฒนาเรียนรู้ ฝึกฝนตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง  เพื่อจะนำพาพรสวรรค์ของตนนั้นมานอบน้อมให้แก่ผู้ดู

ความพร้อมของร่างกายและเสียง

ด้วยนักแสดงต้องใช้ร่างกายและเสียงเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดศิลปะ  ดังนั้น ความพร้อมของร่ายกายและเสียงจึงหมายถึง ความสามารถ  ในการผ่อนคลายความตึงเครียดของร่างกาย ความสามารถในการบังคับกล้ามเนื้อทุกส่วนสัด  ให้ร่างกายเคลื่อนไหวไปภายใต้การกำกับของบทบาท ได้อย่างคล่องแคล่วไม่ติดขัด  รวมทั้งการกำหนดเสียงในการพูด การร้องเพลงให้ถูกต้อง ซึ่งหมายถึงการได้รับการฝึกการ  เคลื่อนไหวร่างกายและระบบการหายใจอย่างถูกต้องสมบูรณ์แล้วเท่านั้น

พบว่า นักแสดงบางส่วน  ไม่เห็นความสำคัญของการบริหารร่ายการก่อนการแสดงอย่างสม่ำเสมอ โดยละเลย โดยคิดว่า  การเดินการพูดบทเวที หรือในฉาก เป็นเพียงการใช้ชีวิตแบบธรรมดา ก็สามารถจะผ่านไปได้  แต่ปรากฎว่า เมื่อถึงเวลาแสดงจริง ผู้แสดงเหล่านี้ กับ  แสดงเกินต่อความเป็นจริงมากมาย ผิดธรรมชาติ โดยไม่รู้ตัว ด้วยการตะโกน  การออกกริยาท่าทางมากกว่าที่มนุษย์จะเข้าใจ ทั้งนี้เป็นเพราะ เขาไม่เข้าใจว่า  การกำกับการเคลื่อนไหวร่างกายบทเวที หรือ ในฉาก ตลอดจนการใช้เสียง นั้น  ต้องฝึกฝนอย่างชำนาญ และทำอย่างเป็นกิจวัตรเท่านั้น  จึงจะสามารถควบคุมและบริหารกิจกรรมเหล่านั้น  ให้ถ่ายทอดเจตนาของบทออกมาได้อย่างสมบูรณ์งดงาม และดูเป็นธรรมชาติ

ความพร้อมของอารมณ์และความรู้สึก

นักแสดงที่คนดูจดจำได้ดีมักเป็นนักแสดงที่มีความสามารถในการแสดงอารมณ์ที่ยิ่งใหญ่  เข้มข้น ลึกซึ้ง แนบเนียน และละเอียดอ่อน เหมาะสมกับบทบาทของตัวละคร ความพร้อมของอารมณ์และความรู้สึก จึงหมายถึง ความสามารถในการถ่ายทอดอารมณ์  ความรู้สึกที่ลึกซึ้งออกมาจากภายใน โดยไม่แสแสร้ง  ซึ่งไม่ใช่การปล่อยอารมณ์ออกมาอย่างไม่ควบคุม ที่เรามักพบบ่อยๆในการแสดง  จนคนดูสู้สึกว่า มากเกินไป เกินขอบเขต อย่างไร้ศิลปะ การฝึก ร่างกายและเสียงในขั้นต้น จะช่วยพัฒนาการของการ  ควบคุมปริมาณอารมณ์ที่เหมาะสมได้ จึงควรจะฝึกอย่างสม่ำเสมอ หากขาดการฝึกซ้อม  ร่างกายและเสียงแล้ว พบว่า นักแสดงจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ที่เหมาะสม  ในการถ่ายทอดอารมรณ์ไปสู่ผู้ดูได้

ความพร้อมของประสาทสัมผัส

บางครั้งเมื่อนักแสดงอยู่บนเวทีแล้วจะพบว่า  ตัวเองขาดประสาทสัมผัสที่ดี เพราะไม่อาจได้ยินที่เพื่อนนักแสดงพูด  และไม่ได้เห็นในสิ่งที่นักแสดงร่วมแสดงออก การตอบสนองกันในฉาก  จึงเป็นการแสดงอย่างแสแสร้ง เนื่องจาก  ผู้แสดงขาดประสาทรับสัมผัสซึ้งกันและกันอย่างแท้จริง เราจะเห็นว่า การมองกัน  การสัมผัสกัน เป็นไปอย่างผิวเผิน  ที่ไม่สามารถบอกเล่าเรื่องราวที่แสดงออกให้ดูน่าเชื่อถือ

การฝึกประสาทสัมผัสทั้ง 5 เป็นความจำเป็นหลักที่นักแสดง เวลาฝึกซ้อมต้อง  กระทำร่วมกัน เพื่อที่ในเวลาแสดงร่วมกันบนเวทีจะได้ มีการตอบสนองกันอย่างดี  ใช่ว่าจะ แสดงแสร้งทำเป็นได้ยินได้เห็นไปตามบทที่กำหนดไว้ก็หาไม่

การเห็น และการได้ยิน แม้แต่ปฏิกริยาที่เกิดขึ้นจาก  การตอบรับการกระทำของคู่แสดงร่วม จะต้องเกิดขึ้น โดยความจริง จาก การเห็น การได้ยิน  การรับรู้ปฏิกริยาของเพื่อนนักแสดงจริงๆ ไม่เช่นนั้นแล้ว  นักแสดงที่ขาดประสาทสัมผัสที่แท้จริง จะดูเหมือยเป็นหุ่นชักใยอย่างไรอย่างนั้น  ด้วยขาดชีวิตจิตใจที่แท้นั่นเอง

สมาธิ

สมาธิในการแสดงเป็นหัวใจหลักที่นักแสดงขาดไม่ได้  เพราะการขาดสมาธิในการแสดง อาจทำให้การแสดงนั้นล้มเหลว  ไม่เพียงแต่ที่ตัวเองเพียงคนเดียว แต่ยังพาให้ผู้แสดงร่วม  และคนดูไปไม่ถึงเป้าหมายนของการแสดงด้วย สมาธิ มีความสำคัญต่อการแสดงยิ่ง น้อยที่สุดทำให้จำบท เนื้อหา  เรื่องราวที่กำลังแสดงอยู่ ซึ่งจะช่วยผ่อนคลายความเคลียดลงได้  เพราะผู้แสดงสามารถลดความประหม่าตื่นกลัวลง การมีสมาธิสูงของนักแสดง ช่วยให้นำเสนอเรื่องราวได้อย่างเข้มข้น  สร้างความประทับใจต่อผู้ดูได้เป็นอย่าง ดี

ความสามารถในการสังเกตุ

ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว  คือครูของนักแสดง เพราะการแสดงคือการเลียนแบบชีวิต หากขาดการสังเกตุแล้ว  นักแสดงจะไม่สามารถเข้าใจในบทบาทที่ตัวรับหน้าที่ถ่ายทอดได้อย่างสมจริง  เพราะเมื่อเราต้องแสดงเป็นคนๆหนึ่ง แต่เราไม่ได้เป็นคนๆนั้น  เราจะไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่เขาเป็นและทำ แค่จากการเฝ้าสังเกตุและเรียนรู้ พฤติกรรม  ท่าทาง การเป็นไปของสิ่งที่อยู่รอบตัว จะช่วยให้นักแสดง  สามารถลอกเลีบยพฤติกรรมที่พบเห็นมาศึกษาพัฒนาปรับให้เข้ากับบาบาทที่ต้องแสดงได้เป็นอย่างดีได้

ไม่เพียงแต่การสังเกตุอากัปกริยาอาการเพียงเท่านั้น แต่หมายรวมไปถึง  การเฝ้าสังเกตุเข้าไปภายใต้จิตใจ  เพื่อเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดของสิ่งที่เราเฝ้าศึกษาเรียนรู้ ด้วย

การเป็นนักสังเกตุที่ดี และมีความละเอียดอ่อนในการจดจำ จะเป็นบันไดให้  สามารถที่จะพัฒนาบทบาทการแสดงได้อย่างกว้างขวาง โดยง่าย

ความจำ

ไม่มีการแสดงในรู้แบบใดที่ไม่ใช้ความจำ  ดังนี้ ผู้ที่ประสงค์จะเป็นนักแสดงที่ดี จะต้องพัฒนาทักษะความจำไว้  เพราะการจะเป็นนักแสดงที่ดี ความจำอย่างดีมาก ถึงตัวบท อารมณ์ ความรู้สึก  ทั้งจากที่ได้อ่าน ได้สังเกตนั้น จำเป็นอย่างยิ่ง เมื่อต้องนำมาใช้ในการฝึกซ้อม  ก่อนการแสดง ด้วยจะสามารถทุ่นเวลาที่จะต้องใช้ในการเตรียมการแสดงอื่นๆไปได้มาก 

ความเข้าใจ

นักแสดงไม่ใช้คนที่ไร้ชีวิตจิตใจ  แต่นักแสดงเป็นมนุษยปุถุชนคนหนึ่ง ดังนั้นการเรียนรู้เข้าใจในชีวิต  และความเป็นมนุษย์จึงเป็น สิ่งสำคัญ เพราะไม่เพียงแต่เราจะเข้าใจผู้อื่น  และมันยังทำให้เราเข้าใจในตัวเองได้ลึกซึ้งขึ้น การเข้าใจในบทบาทที่ตนแสดง ความเข้าใจในเนื้อหาที่มีอยู่  และความเข้าใจในศิลปะที่ใช้ถ่ายทอดเป็น คุณลักษณะที่ขาดไม่ได้  ที่นักแสดงที่ดีจะต้องมี

ความเชื่อ

นักแสดงโดยพื้นฐาน  ที่ประสบความสำเร็จในการแสดงที่ดี มาจาก เพราะเชื่อในสิ่งที่ตนแสดง  เพราะหากนักแสดงแสดงไปโดยขาดความเชื่อในสิ่งที่ตัวกระทำแล้ว  ใครที่เป็นผู้ดูจะสามารถเชื่อและเข้าถึงสิ่งที่แสดงอยู่ต่อหน้านั้นได้ ความเชื่อในบทบาท จะทำให้นักแสดงสามาถถ่ายทอดความคิด อารมณ์  และความรู้สึกนึกคิดของตัวละคร ออกมาสู่ผู้ชม  หากเมื่อใดที่นักแสดงแสดงโดยความไม่เชื่อ คนดูก็จะไม่สามารถเข้าถึงสิ่งที่นักแสดง  พยายามกระทำบนเวทีนั้นๆเลย

วินัย ความตั้งใจ  และความขยันหมั่นเพียร

นักแสดงส่วนหนึ่ง ไม่รู้ว่า  การเป็นนักแสดงที่ดี เบื้องแรก คือการมีวินัย วินัยในตัวเอง และวินัยในหมู่คณะ  เริ่มจาก การเป็นคนตรงต่อเวลา มีความรับผอดชอบ และสม่ำเสมอในกิจกรรมที่ต้องกระทำ  เช่น การฝึกหัด เตรียมความพร้อมของร่างกาย และเสียง  การเข้าร่วมซ้อมอย่างตรงเวลาและจริงจังในทุกๆครั้ง เหล่านี้ ถือเป็นความรับผิดชอบที่นักแสดงต้องมีเป็นอย่างยิ่ง พบว่า  แม้นักแสดงจะมีความสามารถเก่งกาจเพียงใด  แต่ไม่อาจทำงานร่วมกับคนส่วนรวมได้อย่างรับผิดชอบ ย่อมส่งผลทางร้ายมากกว่าดี  ในการทำงาน

รสนิยมที่ดี

รสนิยม มาจากการขัดเกลา  และการเรียนรู้ การนำพื้นเพดั่งเดิมมาใช้ ในบางสถานที่ด้วยความไม่รู้  เป็นสิ่งที่ควรได้รับการให้อภัย แต่ มรรยาท  และรสนิยมของการแสดงออกต่อที่สาธารณะต่อหน้าผู้คนมากมาย ในที่เฉพาะ  จำเป็นที่นักแสดงจะต้องเรียนรู้ และปรับเอารสนิยมทีดี และค่านิยมของสังคม  ที่คนยอมรับมาเป็นแม่แบบ การเรียนรู้ และปรับรสนิยม กระทำได้โดยการหมั่นศึกษาเรียนรู้ จากการดูละครที่ดี  อ่านบทละครที่ได้มาตราฐาน หมั่นเข้าถึงงานศิลปะ หลายๆแขนงอย่างสม่ำเสมอ  และพบปะแลกเปลี่ยนสนทนากับคนในระดับอย่างถูกต้อง เหล่านี้ จะช่วยให้ เราเข้าใจ  และมองเห็นความแตกต่างของ ความคุ้นเคยแบบพื้นถิ่น  กับความงดงามแบบขัดเกลาแล้วได้ดีขึ้น

พรสวรรค์

พรสวรรค์ไม่ใช่สิ่งที่ติดตัวมาแต่กำเนิด  แต่มันคือคุณลักษณะที่นักแสดงสามารถแสวงหาได้ คุณลักษณะนั้นคือ  คุณสมบัติในการใช้จิตนาการ การสร้างสรรค์ ปฏิภาณและไหวพริบของเรา ในการฝึกฝนการแสดง  ให้สมบูรณ์ และพร้อมที่จะขึ้นเวทีอย่างมีความเชื่อมั่น

และมันจะกลายเป็น คุณลักษณะเพราะตัวที่ติดตัว แล้วส่งผลให้มันสำแดงออกต่อผู้อื่น  ที่ได้พบเห็นให้ได้ชื่นชม และกลายเป็นสิ่งพิเศษที่ดึงดูดผู้ชม อย่างจำเพาะเจาะจง

http://www.thaiacting.com/modules.php?name=article&file=article&asid=5

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Dream to be actress



ความเห็น (0)