การเมืองภาคประชาชน ภาค 2
ประชาชนผู้ซึ่งถืออำนาจสูงสุดในระบอบประชาธิปไตย ย่อมต้องใส่ใจในสิทธิและหน้าที่ของตัวเอง แม้ว่ากระบวนการที่จะได้มาซึ่งอำนาจนั้น จะต้องมีระบบการคัดเลือกตัวแทน เพื่อไปทำหน้าที่ในอำนาจของตน จะด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดีหรือแบบมีมหากษัติย์ทรงเป็นประมุข ประชาชนทุกคนก็ยังเป็นผู้ถืออำนาจสูงสุด ถึงแม้อำนาจสูงสุดอาจจะไม่ใช่ของประชาชนที่แท้จริง....
ระบอบประชาธิปไตยพยายามที่จะตอบสนองความต้องการของมนุษย์ บนพื้นฐานที่ไม่เข้าใจว่ามนุษย์มีความต้องการที่แตกต่างกันและไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งหมายความว่ามนุษย์สามารถที่จะดำเนินชีวิตตามแบบฉบับของแต่ละคนต้องการได้ ที่บางครั้งอาจจะไม่จำเป็นต้องคำนึกถึงคนอื่น ขอเพียงให้ตัวเองได้มีชีวิตรอด แม้ระบอบประชาธิปไตยพยายามที่จะสร้างกฎเกณฑ์กฎระเบียบต่างๆ ในเรื่องของการเคารพสิทธิของแต่ละคน เนื่องด้วยในระบอบประชาธิปไตยทุกคนมีสิทธิเสรีภาพอย่างเท่าเทียมกัน แต่ทั้งหมดก็จะต้องเป็นไปตามเสียงข้างมากที่มีดีมีชั่ว และเอาแน่เอานอนไม่ได้....
ปัจจุบันใครที่ได้ครอบครองอำนาจในทุกระดับชั้นของระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างๆ หรือแม้กระทั้งผู้ใหญ่บ้านในระดับชุมชน ตามกลไกพรรคการเมืองต่างๆ หรือผู้สนับสนุนในระบบที่จะนำมาสู่การได้มาซึ่งอำนาจ ด้วยความคาดหวังของประชาชนเพื่อจะนำประโยชน์มาสู่พวกเขา มันก็กลับกลายเป็นเหมือน “ดาบสองคม” ที่ประชาชนต้องตระหนักถึงข้อดีและข้อเสียที่จะเกิดขึ้นตามมา....
อย่างไรก็ตามตราบใดที่อำนาจสูงสุดยังเป็นของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงและพัฒนามันได้ด้วยน้ำมือของประชาชนเอง ภาคใต้การคลื่นไหวของกลุ่มต่างๆ ที่เกิดจากพลังการรวมกลุ่มของประชาชน และเมื่อถึงกรานนั้นคงไม่มีใครจะเอาอำนาจของประชาชนมาใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตน และการเอารับเอาเปรียบผู้อื่นได้
จริงอยู่ที่เขาบอกว่า "หากประชาชนตระหนักถึงสิทธิของตนในอำนาจระบอบประชาธิปไตย พวกเขาคงจะปลอดภัยจากภยันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น...."
โดย : คอลัฟ บินลา