อังกฤษ (UK) ซึ่งมีประชากรน้อยกว่าไทยนิดหน่อย มีคนที่รู้ตัว หรือตื่นขึ้นมา ตอนผ่าตัด + ได้รับยาสลบ มากกว่า 300 คน/ปี

การศึกษาใหม่ ทำโดยสถาบันวิสัญญีแพทย์ และสมาคมนักวิสัญญี แห่งอังกฤษและไอร์แลนด์ ติดตามผลการผ่าตัด 3,000,000 ครั้งใน 1 ปี [ BBC ]

ผลการศึกษาพบว่า โอกาสเกิดการตื่น หรือรู้ตัวตอนวางยาสลบผ่าตัด = 1 ใน 19,000 ของการผ่าตัด

หรือถ้ามีการผ่าตัด 19,000 ครั้ง จะมีคนตื่นตอนผ่า = 1 คน

.

ผู้หญิง มีโอกาสตื่นแบบนี้ มากกว่าผู้ชาย

ข่าวดีนิดหน่อย คือ การตื่นขึ้นมาหลังวางยาสลบ (ดมยาสลบ หรือฉีดยาสลบ) เกือบทั้งหมด มีลักษณะดังนี้

(1). เกิดในช่วงสั้นๆ ไม่นาน

(2). เกิดก่อน หรือหลังการผ่าตัด (ไม่ใช่ตอนผ่าตัด)

ถ้าเกิดตอนผ่าตัด... น่าจะเจ็บ!

.

การศึกษาก่อนหน้านี้ในสหรัฐฯ พบโอกาสตื่นหลังวางยาสลบ = 0.13% = 13/10,000 ครั้ง [ NIH ]; [ NIH ]

หรือถ้าวางยาสลบ 1,000 ครั้ง จะพบคนตื่นหลังวางยา 1-2 คน

การศึกษาใหม่พบว่า โอกาสตื่นแบบนี้ ลดลง

เรื่องนี้คงจะเป็นข่าวดีทีเดียว

ยาที่ใช้ร่วมกันในการวางยาสลบได้แก่

(1). ยาที่ทำให้ง่วง + สลบ

(2). ยาคลายกล้ามเนื้อ

.

คนไข้ที่ตื่นขึ้นมา หลังวางยาสลบ 90% มีประสบการณ์ 2 อย่างได้แก่

(1). เป็นอัมพาต เคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้

(2). พูดไม่ได้

.

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การดมยาสลบเป็นเรื่องยากอยู่แล้ว

และยิ่งยากขึ้น ตอนวางยาผ่าตัดคลอดลูก หรือที่เรียกว่าผ่า "ซีซ่าร์ (Caesarean sections)"

เนื่องจากจะต้องใช้ยาหลายอย่างผสมกันอย่างนี้

(1). มากพอที่จะทำให้คุณแม่หลับลึก หรือสลบ

(2). ไม่มากเกินไปสำหรับคุณลูก > เพื่อให้คุณลูกตื่น ไอได้ ร้องไห้ได้ตั้งแต่แรกคลอด + ไม่สำลักน้ำคร่ำ-น้ำมูก-น้ำลาย หลังคลอด

.

ทุกวันนี้การวางยาสลบยากขึ้นมาก

โดยเฉพาะคนที่มีโรคเรื้อรัง เช่น ถุงลมโป่งพองจากการสูบบุหรี่ โรคหัวใจ โรคอ้วน ฯลฯ

เรื่องนี้คงจะบอกเป็นนัยว่า

การป้องกันโรค... ไม่ป่วยเสียตั้งแต่ต้น ดีกว่าไปเสี่ยงตื่นหลังวางยา

.

ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผุ้อ่านมีสขภาพดีไปนานๆ ครับ

.

From BBChttp://www.bbc.com/news/health-29118656