ผู้เขียนเป็นคนไทยที่สนใจในภาษาจีน ก่อนที่จะไปจีนผู้เขียนก็สามารถฟัง พูด อ่าน เขียน ได้ในระดับนึง โดยผู้เขียนได้สอบHSKผ่านในระดับ3 ( แบบเก่านะคะ ตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นแบบใหม่แล้ว )เมื่อผู้เขียนเรียนจบ ม.6 ก็ได้ตัดสินใจไปเรียนต่อที่ กว่างโจว หรือ ชื่อที่คนไทยคุ้นหูก็คือกวางเจานั่นเอง ผู้เขียนขออธิบายลักษณะเมืองนี้คร่าวๆก่อนนะคะ กว่างโจวเป็นเมืองใหญ่สุดทางภาคใต้ของปัจจุบันกว่างโจวมีบทบาทเป็นเมืองในเขตเศรษฐกิจการค้าที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดในภาคใต้ของจีน และยังได้รับสถานะเป็นหนึ่งในสามเมืองท่าที่สำคัญที่สุดของจีน อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีผลผลิตโดยรวมมากที่สุดด้วย นอกจากนั้นยังมีการคมนาคมขนส่งที่สะดวก ทันสมัย มีระบบรถไฟใต้ดินครอบคลุมเมืองชั้นในทั้งหมด รวมทั้งด้านภูมิอากาศ อาหาร การดำรงชีวิต ตลอดจนความเป็นอยู่ก็มีความคล้ายคลึงกับประเทศไทย
ครั้งแรกที่ไปถึงที่กวางโจว ผู้เขียนได้รับถึงความยากลำบากที่ 1คือ ถูกทิ้งค่ะ โดนเอเจนซี่ทิ้ง เขาบอกว่าจะมีรถไปรับ แต่ไม่มีค่ะ เราก็หาทางไปเองค่ะ โดยรถทัวร์ ซึ่งเราก็หารู้ไม่ว่ารถทัวร์ไม่ได้ไปจอดที่ป้ายมหาลัยเรา จอดเลยไปอีก 3 ป้าย ลองคิดภาพตามนะคะ ผู้หญิงคนนึงหอบกระเป๋าลาก 2 ใบ กระเป๋าเป้อีก 1 ใบ เป็นอีบ้าหอบฟางมากค่ะ ต้องขอบอกก่อนว่าป้ายรถที่จีนนี่ไม่ใช่ห่างนิดๆแบบที่ไทยนะคะ ไกลจากกันมากๆ ซึ่งวันนั้นพอถึงที่พัก โทรไปหาแม่ ร้องไห้เลยค่ะ บอกว่าโดนทิ้ง เราก็ร้อง แม่ก็ร้อง ต่างกันต่างร้องไห้ นึกแล้วก็ขำ ความลำบากที่2 คือ ความเตี้ยค่ะ ผู้เขียนสูง164 ซม.ค่ะ ถ้าเทียบในคนไทยถือว่าโอเคอยู่นะคะ เพราะเจอคนรู้จักชอบบอกแม่ว่า ลูกสาวสูงจัง แต่ที่จีนนี่มีแต่คนสูงๆ เรากลายเป็นคนแคระเลยค่ะ เรื่องเตี้ยไม่ใช่เรื่องใหญ่ถ้าเราไม่ได้ไปเบียดกับคนจีน ซึ่งถ้าใครเคยไปจีนจะพอทราบว่าคนจีนไม่ค่อยชอบโกนรักแร้ ปากค่อนข้างมีกลิ่น เราก็จะต้องดมทั้งกลิ่นรักแร้ ทั้งกลิ่นลมหายใจ ลงจากรถทีไรถึงกับวิงเวียนกันเลยทีเดียว ส่วนเรื่องอาหารการกิน เราไม่มีปัญหานะคะ เราชอบอาหารที่นี่มาก เนื่องจากเรากินอาหารจืดอยู่แล้วที่กว่างโจว ตอนเช้าจะขาย肠粉(ฉางเฟิ่น คือ แป้งผสมกับหมู ไข่ต้นหอมแล้วก็นึ่งค่ะ ) 饺子(เกี๊ยวนึ่ง) 豆浆(น้ำเต้าหู้) แล้วก็มีปาท่องโก๋แบบยาวๆขาย ที่จีนเรียกซาลาเปาใส้ลาวาว่า 金沙包อ่านว่า จินซาเปา เราชอบกิน肠粉มากๆเลย เดี๋ยวจะลงรูปให้ดูนะคะ อ้อ ใครที่มาที่จีนแล้วชอบของหวานต้องไปลองร้าน 漫咖啡นะคะเป็นร้านน่ารักๆ ไปสั่ง จ่ายเงินเสร็จพนักงานก็จะให้หมีมา1ตัวตอนแรกก็ไม่รู้ค่ะว่าหมีคือเลขที่เราสั่ง นึกว่าเขาให้ฟรี เพราะร้านเขาเพิ่งเปิดใหม่ ด้วยความเซ่อเลยไปบอกพนักงานว่าขอเปลี่ยนหมีเป็นแบบนั้นได้ไหม ตัวนั้นน่ารักกว่า พนักงานก็บอกว่าไม่ได้ ไม่บอกนะว่าคือบัตรคิว พอขนมมาส่งก็เก็บหมีไปค่ะ เราก็ทวงหมีสิคะ อ่าว เอาหมีเราไปไหนอ่ะ 55 พนักงานบอก อาหารครบแล้วขออนุญาตเก็บหมี ค่อยเข้าใจค่ะว่าหมีแทนการถือบัตรคิว จริงๆแล้วที่กว่างโจวไม่ค่อยมีที่เที่ยวมากนะ ส่วนใหญ่จะมาซื้อของไปขายกัน กว่างโจวนี่ดังเกี่ยวกับธุรกิจมาก ที่นี่มี’ Canton Fair ’(งานแสดงสินค้าระดับโลก Canton fair หรือที่เราเรียกว่า กวางเจาแฟร์มีพื้นที่ประมาณล้านกว่าๆ ตารางเมตร) ความลำบากที่ 3 คือ ความมีน้ำใจ คนไทยถูกสอนว่าให้ช่วยเหลือคนอื่นเสมอ เราไปถึงจีนมีผู้ชายคนนึงเขาไม่รู้ว่าวิธีการเอาคะแนนเข้าไปในบัตรทำยังไง เราทำเป็นเราก็มองอยู่นาน เลยบอกมา จะทำให้ เลยทำให้เขา สรุปเขาด่าค่ะว่า ทำบ้าอะไรของเธอ!!! เรายังมีหน้าไปตอบนะคะว่า ก็เห็นคุณทำไม่เป็นเลยทำให้ เขาก็บ่นๆต่อค่ะว่า ไม่ได้ขอให้ช่วย มาทำให้ทำไม เชิงเสือกแหละค่ะ55 หลังจากนั้นไม่เคยช่วยใครอีกเลย
จากที่เล่าอาจจะเห็นผู้เขียนเล่าแต่สิ่งไม่ดี งั้นขอพูดถึงสิ่งดีๆก็แล้วกันนะคะ คนจีนนิสัยน่ารักก็มี เขาชอบคนไทยมากนะคะ ชอบผลไม้ไทย ยิ่งทุเรียนนะคะชอบเป็นพิเศษ ถ้าเขารู้ว่าเราเป็นคนไทยจะชอบพูดกับเราเป็นพิเศษ ตอนแรกที่เราไป เราหลงทางค่ะ เราก็ไปถามทางผู้ชายคนนึง เขาก็บอกเรา แต่เรางงค่ะ เขาเลยเดินไปส่งเราถึงที่หมาย เขาก็เดินกลับค่ะ เขาบอกว่าจะเดินกลับไปที่เก่า รอรถที่นั่น นึกย้อนไปก็เสียดายน่าจะขอเบอร์โทรเขาไว้ ตอนนั้นก็มัวแต่กังวลจะกลับหอได้ไหม มันมืดแล้ว เสียใจจนวันนี้เลยค่ะ
ผู้เขียนเรียนจบปริญญาตรีที่กว่างโจวนะคะ มหาวิทยาลัย South China Normal University ผู้เขียนใช้เวลาในการเรียนทั้งหมด 3 ปี เพราะสอบขึ้นปี 2 เลย ไม่ได้เรียนปี 1 เลย ประหยัดค่าใช้จ่ายไปมากๆสุดท้ายอยากจะฝากถึงคนที่ไปอยู่ที่จีนนะคะ ให้ไปข้างนอกบ่อยๆ จะได้พูดได้เร็วๆ เอาใจช่วยนะคะ :)
อ้างอิง
http://topicstock.pantip.com/silom/topicstock/2011/10/B11205626/B11205626.html++ Review งานแสดงสินค้าระดับโลก Canton fair หรือที่เราเรียกว่า กวางเจาแฟร์ ภาค 1 ค้าบบ ++
รูปเรียงจากซ้ายไปขวานะคะ 1.รูปผู้เขียนตอนเรียนจบค่ะ 2. พิพิธภัณฑ์ห้องสมุดค่ะ 3. คนไทยเรียกว่า Canton Tower
รูปเรียงจากซ้ายไปขวานะคะ 1.รูปวันถ่ายรูปรับปริญญากับเพื่อนๆค่ะ 2.金沙包 จินซาเปาค่ะ 3. ขนมร้าน 漫咖啡 4.肠粉 ฉางเฟิ่น
ดีจังเลยค่ะ เรียนแค่ 3 ปี ประหยัดเวลา และเงินตราด้วยนะคเ ขอบคุณค่ะ
น่าสนใจมาก
เป็นสถานที่น่าเรียน
น่าไปทำงานมากๆ
ขอชื่นชม
รออ่านอีกครับ