ประเด็นสำคัญในการระงับข้อพิพาทระหว่าง บริษัท ยส กรุ๊ป จำกัด กับบริษัท ไดโซ อินเทอร์เนชั่นแนล จำกัดมีกี่ประเด็น ??

Archanwell
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

กรณีศึกษาบริษัท ยส กรุ๊ปจำกัด : สิทธิของบุคคลตามกฎหมายเอกชนที่จะตกลงเลือกใช้วิธีระงับข้อพิพาททางแพ่งและพาณิชย์โดยอนุญาโตตุลาการ

โดย อาจารย์ศรีสดา ไพศาลสกุลชัย และอาจารย์รุ่งรัตน์ ธนบดีธาดา

ข้อสอบในวิชากฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล การศึกษาชั้นปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ปีการศึกษา ๒๕๕๑ ภาคที่ ๑

-------------------------------------

------------

ข้อเท็จจริง

------------

บริษัท ยส กรุ๊ปจำกัด เป็นนิติบุคคลซึ่งก่อตั้งตามกฎหมายไทยและมีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี โดยนายสงคราม ประชาไท ประธานกรรมการบริหาร โดยประกอบธุรกิจค้าส่งในจังหวัดอุบลราชธานี

บริษัทไดโซ อินเทอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลซึ่งก่อตั้งตามกฎหมายญี่ปุ่น และมีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศเทศญี่ปุ่น โดยนาย ทาเกชิ อิชิทากะ เป็นประธานกรรมการบริษัท ประกอบธุรกิจร้านขายปลีก และเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ร้านไดโซ ขายราคาเดียว ๖๕ บาท

ต่อมา บริษัท ยส กรุ๊ป จำกัด ทำสัญญาขอใช้สิทธิ์ในกิจการแฟรนไชส์ร้าน “Daiso” ในเขตพื้นที่ภาคอีสานตอนล่างทั้งหมด จากบริษัทไดโซ อินเทอร์เนชั่นแนล จำกัด พร้อมทั้งนำเข้าสินค้ากิฟท์ช๊อป “ไดโซ” มาขายในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง

สัญญาทุกฉบับระหว่าง บริษัท ยส กรุ๊ป จำกัด และบริษัทไดโซ อินเทอร์เนชั่นแนล จำกัดทำในประเทศไทย และระบุให้ใช้กฎหมายของประเทศญี่ปุ่นต่อสัญญา และให้ระงับข้อพิพาทโดยวิธีการอนุญาโตตุลาการ ของสถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรม ในประเทศไทย ทั้งนี้กำหนดให้กฎหมายขัดกันของประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นมีข้อความอย่างเดียวกัน

---------

คำถามที่ ๑

---------

โดยหลักกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล ถามว่า จะต้องใช้กฎหมายของประเทศใดในการกำหนดความสมบูรณ์ของสัญญาระหว่าง บริษัท ยส กรุ๊ป จำกัด กับบริษัท ไดโซ อินเทอร์เนชั่นแนล จำกัด ? [1]

---------

คำตอบที่ ๑

---------

โดยหลักกฎหมายระหว่าประเทศแผนกคดีบุคคล ในกรณีนี้เป็นการเลือกกฎหมายในนิติสัมพันธ์ตามกฎหมายเอกชนที่มีลักษณะระหว่างประเทศดังนั้นจะต้องเลือกใช้กฎหมายขัดกันของรัฐที่มีการกล่าวอ้างนิติสัมพันธ์เว้นแต่จะมีการกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ซึ่งในที่นี้ เมื่อข้อเท็จจริงเกิดในไทยและเป็นคดีขึ้นศาลไทยการพิจารณากฎหมายที่จะกำหนดความเสียหายในมูลหนี้ ก็จะต้องพิจารณาตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ.๒๔๘๑ เนื่องจากเป็นกฎหมายว่าด้วยการแก้การขัดกันแห่งกฎหมายของรัฐที่มีการกล่าวอ้างนิติสัมพันธ์

เมื่อพิจารณาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ.๒๔๘๑ ในการพิจารณาเรื่องความสมบูรณ์ของสัญญาก็สามารถพิจารณาได้ดังนี้

ในภาค ๓ หนี้ มาตรา ๑๓ บัญญัติว่า “ปัญหาว่าจะพึงใช้กฎหมายใดบังคับสำหรับสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญ หรือผลแห่งสัญญานั้น ให้วินิจฉัยตามเจตนาของคู่กรณีในกรณีที่ไม่อาจหยั่งทราบเจตนาชัดแจ้งหรือโดยปริยายได้ ถ้าคู่สัญญามีสัญชาติอันเดียวกัน กฎหมายที่จะใช้บังคับก็ได้แก่กฎหมายสัญชาติอันร่วมกันแห่งคู่สัญญา ถ้าคู่สัญญาไม่มีสัญชาติอันเดียวกัน ก็ให้ใช้กฎหมายแห่งถิ่นที่สัญญานั้นได้ทำขึ้น”

ดังนั้น เมื่อปรับกับข้อเท็จจริงการพิจารณาความสมบูรณ์ของสัญญา ก็จะเป็นไปตามกฎหมายแห่งเจตนา ซึ่งคู่สัญญาตกลงกันให้เป็นกฎหมายประเทศญี่ปุ่น

อย่างไรก็ดี ในกรณีที่นำกฎหมายต่างประเทศมาใช้บังคับกับกรณีคู่ความจะต้องพิสูจน์ให้ศาลพึงพอใจ ตามมาตรา ๘ และกฎหมายต่างประเทศที่นำมาใช้บังคับกับกรณีนี้จะต้องไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ.๒๔๘๑

---------

คำถามที่ ๒

---------

หากมีข้อพิพาทในเรื่องสัญญาเกิดขึ้น บริษัท ไดโซอินเทอร์เนชั่นแนล จำกัดนำคดีมาฟ้องต่อศาลไทย ศาลไทยจะใช้กฎหมายใดในการรับฟ้องคดีนี้ เพราะเหตุใด ? จงอธิบาย และบริษัท ยส.กรุ๊ป จำกัดร้องขอให้ศาลจำหน่ายคดีเพื่อไประงับข้อพิพาทโดยวิธีอนุญาโตตุลาการได้หรือไม่ ? เพราะเหตุใด ? [2]

----------------

แนวคำตอบที่ ๒

----------------

โดยหลักกฎหมายระหว่าประเทศแผนกคดีบุคคล ในกรณีนี้เป็นการเลือกกฎหมายในนิติสัมพันธ์ตามกฎหมายมหาชนที่มีลักษณะระหว่างประเทศภายใต้หลักกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล กรณีที่มีการขัดกันในกฎหมายมหาชนที่มีลักษณะระหว่างประเทศ การแก้การขัดกันจะต้องใช้กฎหมายมหาชนภายในของรัฐคู่กรณีในนิติสัมพันธ์นั้นเว้นแต่จะมีการกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น กรณีนี้ไม่มีการกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นดังนั้นจะต้องใช้กฎหมายวิธีพิจารณาความของประเทศไทย

ซึ่งในที่นี้ เมื่อบริษัทไดโซ อินเทอร์เนชั่นแนลจำกัด ต้องการฟ้องคดีต่อศาลไทย ศาลไทยจะรับฟ้องคดีนี้ได้หรือไม่ก็จะต้องพิจารณาจากกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งของประเทศไทย

สำหรับประเทศไทย กฎหมายไทยว่าด้วยการอนุญาโตตุลาการ (Arbitration) พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.๒๕๔๕ ซึ่งเรื่องของเขตอำนาจอยู่ในมาตรา ๙ ซึ่งบัญญัติว่า “ให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง หรือศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศภาค หรือศาลที่มีการพิจารณาชั้นอนุญาโตตุลาการอยู่ในเขตศาล หรือศาลที่คู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล หรือศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาข้อพิพาทซึ่งได้เสนอต่ออนุญาโตตุลาการนั้น เป็นศาลที่มีเขตอำนาจตามพระราชบัญญัตินี้”

จะเห็นว่า ในท้ายที่สุด มาตรา ๙ อาจส่งไปให้ใช้ศาลไทยหากมีข้อเท็จจริงตามที่กำหนดในมาตรา ๔ แห่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง บัญญัติว่า

“เว้นแต่จะมีบทบัญญัติเป็นอย่างอื่น

(๑) คำฟ้อง ให้เสนอต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล หรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาล ไม่ว่าจำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรหรือไม่

(๒) คำร้องขอ ให้เสนอต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาล หรือต่อศาลที่ผู้ร้องมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล”

จากข้อเท็จจริงเมื่อบริษัทไดโซ อินเทอร์เนชั่นแนลจำกัด ต้องการฟ้องคดีบริษัทยส กรุ๊ป จำกัด ต่อศาลไทย ศาลไทยจะรับฟ้องคดีได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่ามูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาล หรือจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรหรือไม่ ซึ่งสัญญาทุกฉบับระหว่างบริษัทยส กรุ๊ป จำกัด และบริษัทไดโซ อินเทอร์เนชั่นแนลจำกัดทำขึ้นในประเทศไทย และบริษัท ยส กรุ๊ป จำกัดมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย ศาลไทยก็สามารถรับฟ้องคดีนี้ได้

---------

คำถามที่ ๓

---------

บริษัทยส.กรุ๊ป จำกัดร้องขอให้ศาลจำหน่ายคดีเพื่อไประงับข้อพิพาทโดยวิธีอนุญาโตตุลาการได้หรือไม่ เพราะเหตุใด[3]

----------------

แนวคำตอบที่ ๓

----------------

ศาลไทยจะจำหน่ายคดีเพราะมีข้อตกลงตั้งอนุญาโตตุลาการหรือไม่ ย่อมเป็นเรื่องตามกฎหมายมหาชนโดยหลักกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลเป็นไปตามกฎหมายมหาชนภายในของรัฐคู่กรณีในนิติสัมพันธ์ เว้นแต่จะมีการกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ๑๔ แห่ง พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.๒๕๔๕ บัญญัติว่า

ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟ้องคดีเกี่ยวกับข้อพิพาทตามสัญญาอนุญาโตตุลาการโดยมิได้เสนอข้อพิพาทนั้นต่อคณะอนุญาโตตุลาการตามสัญญา คู่สัญญาฝ่ายที่ถูกฟ้องอาจยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจไม่ช้ากว่าวันยื่นคำให้การหรือภายในระยะเวลาที่มีสิทธิยื่นคำให้การตามกฎหมาย ให้มีคำสั่งจำหน่ายคดี เพื่อให้คู่สัญญาไปดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการ

และเมื่อศาลทำการไต่สวนแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุที่ทำให้สัญญาอนุญาโตตุลาการนั้นเป็นโมฆะหรือใช้บังคับไม่ได้หรือมีเหตุที่ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญานั้นได้ ก็ให้มีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นเสีย

ในระหว่างการพิจารณาคำร้องของศาลตามวรรคหนึ่ง คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจเริ่มดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการได้ หรือคณะอนุญาโตตุลาการอาจดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปและมีคำชี้ขาดในข้อพิพาทนั้นได้

จากข้อเท็จจริงเมื่อบริษัทยส.กรุ๊ป จำกัดร้องขอให้ศาลจำหน่ายคดีเพื่อไประงับข้อพิพาทโดยวิธีอนุญาโตตุลาการได้ เนื่องจากสัญญาทุกฉบับระหว่าง บริษัท ยส กรุ๊ป จำกัด และบริษัทไดโซ อินเทอร์เนชั่นแนล จำกัดระบุให้ระงับข้อพิพาทโดยวิธีการอนุญาโตตุลาการ ของสถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรม ในประเทศไทย ศาลไทยก็จะต้องจำหน่ายคดีให้คู่กรณีไประงับข้อพิพาทโดยวิธีการอนุญาโตตุลาการเสียก่อนได้

-------------------------------------


[1] ข้อสอบในวิชากฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล การศึกษาชั้นปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ปีการศึกษา ๒๕๕๑ ภาคที่ ๑ ออกโดย อาจารย์ศรีสดา ไพศาลสกุลชัย และอาจารย์รุ่งรัตน์ ธนบดีธาดา

[2] ข้อสอบในวิชากฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล การศึกษาชั้นปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ปีการศึกษา ๒๕๕๑ ภาคที่ ๑ ออกโดย อาจารย์ศรีสดา ไพศาลสกุลชัย และอาจารย์รุ่งรัตน์ ธนบดีธาดา

[3] ข้อสอบในวิชากฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล การศึกษาชั้นปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ปีการศึกษา ๒๕๕๑ ภาคที่ ๑ ออกโดย อาจารย์ศรีสดา ไพศาลสกุลชัย และอาจารย์รุ่งรัตน์ ธนบดีธาดา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ARCHANWELL#Business4Society



ความเห็น (0)