โครงการวิจัย (Proposal)

1. ชื่อโครงการวิจัย

        ทัศนคติของผู้ปกครองเด็กเล็กต่อการบริหารงานของศูนย์ส่งเสริมพัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลทุ่งคอก อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี

2. ประเภทของการวิจัย

        การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ

3. สาขาวิชาที่ทำวิจัย

        การวิจัยครั้งนี้อยู่ในสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์

4. ผู้ดำเนินการวิจัย

        นางสาวพรพรรณ ใจกล้า รหัสนักศึกษา 569904107 หมู่เรียน ExMPA56.1

5. ความสำคัญของปัญหา

        จากที่กระทรวงศึกษาธิการได้จัดทำหลักสูตรก่อนประถมศึกษา พุทธศักราช 2540 เพื่อใช้เป็นแนวทางการจัดการศึกษาแก่เด็กก่อนประถมศึกษาให้มีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกันทุกหน่วยงาน โดยมีสาระสำคัญในเรื่องหลักสูตรก่อนประถมศึกษา อายุ 1-3 ขวบ โดยยึดหลักการว่าเป็นการจัดประสบการณ์ให้กับเด็กอายุ 1-3 ทั้งเด็กปกติเด็กด้อยโอกาส และเด็กพิเศษ โดยจัดในลักษณะการอบรมเลี้ยงดูที่ส่งเสริมพัฒนาเด็กรอบด้าน ทั้งทางร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคมและสติปัญญา เพื่อให้เด็กแต่ละคนได้มีโอกาสพัฒนาความสามารถตามล าดับ ขั้นของพัฒนาการด้านต่างๆอย่างสมบูรณ์เต็มศักยภาพ โดยผู้รับผิดชอบจัดการศึกษาประสานความร่วมมือกับพ่อแม่ผู้ปกครอง (กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ,2540:21-23)

สืบเนื่องจาการถ่ายโอนภารกิจการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยหรือชั้นอนุบาล จากสำนักงานคณะกรรมการประถมศึกษาแห่งชาติ,กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลเข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการการศึกษาให้กับเด็กปฐมวัยและชั้นอนุบาล ตามความพร้อมแต่ละแห่ง เพื่อไม่ให้เด็กขาดโอกาสในการเตรียมความพร้อมและเป็นการแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองอีกทางหนึ่ง

องค์การบริหารส่วนตำบลเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติสภาตำบล

และองค์การบริหารส่วนตำบล พุทธศักราช 2537และแก้ไขจนถึงปีปัจจุบัน กำหนดให้สภาตำบลที่มีรายได้ไม่รวมเงินอุดหนุนในปีงบประมาณที่ล่วงมาแล้วติดต่อกันสามปีเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าปีละห้าหมื่นบาท อาจจัดตั้งเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลได้โดยทำประกาศของกระทรวงมหาดไทยและให้ประกาศในราชกิจจาอุเบกษา นับเป็นหน่วยงานการปกรองส่วนท้องถิ่นที่มีขนาดเล็กที่สุด มีความใกล้ชิดประชาชนในท้องถิ่น มีงบประมาณในการบริหารกิจการของตนเอง โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาจากเหตุผลดังกล่าว การรับถ่ายโอนภารกิจการศึกษาระดับปฐมวัย จึงเป็นภารกิจที่องค์การบริหาร

ส่วนสำนักงานเทศบาลตำบลทุ่งคอก ในอำเภอสองพี่น้อง ต้องทำความเข้าใจกับภารกิจใหม่นี้อย่างถ่องแท้ เพื่อให้การบริหารจัดการเกี่ยวกับการศึกษาระดับปฐมวัย ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และแนวทางการบริหารจัดการที่อาจแตกต่างกันในแต่ละหน่วยงานเป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้เกิดผลกระทบกับเด็กและระบบการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง จนเป็นที่สนใจของหลายฝ่ายว่าผู้บริหารหรือผู้เกี่ยวข้องในองค์การบริหารท้องถิ่นจะบริหารจัดการกับระบบการศึกษาอย่างไร จึงจะประสบผลสำเร็จและมากน้อยเพียงใด อีกทั้งเป็นไปตามความต้องการของประชาชนของแต่ละท้องถิ่นหรือไม่อย่างไร การศึกษาวิจัยนี้ เพื่อศึกษาทัศนคติของผู้ปกครองเด็กเล็กต่อการบริหารงานของศูนย์ส่งเสริมพัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลทุ่งคอก อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรีเพื่อนำผลการศึกษาวิจัยไปเป็นแนวทางในการพัฒนาการจัดการศึกษาต่อไป (พระราชบัญญัติกำหนดแผน

และขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, 2542)

6. วัตถุประสงค์การวิจัย

        1. เพื่อศึกษาทัศนคติของผู้ปกครองเด็กเล็กต่อการบริหารงานของศูนย์ส่งเสริมพัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลทุ่งคอก อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี

        2. เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาการบริหารงานของศูนย์ส่งเสริมพัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลทุ่งคอก อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี

7. นิยามศัพท์เฉพาะ

ทัศนคติในการศึกษานี้ หมายถึง ความนึกคิด และความเข้าใจที่มีต่อศูนย์ส่งเสริมพัฒนาเด็กเล็กและการบริหารงานในด้านต่าง ๆ

บุคลากรและการบริหารจัดการ หมายถึง คุณสมบัติและบทบาทหน้าที่ของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ครูผู้ดูแลเด็กเล็ก ผู้ประกอบการอาหาร ตลอดจนผู้ทำความสะอาดศูนย์ส่งเสริมพัฒนาเด็กเล็ก

อาคารสถานที่ หมายถึงมาตรฐานการดำเนินงานเกี่ยวกับอาคารและสถานที่ เช่น ทางเข้า ทางออก ตลอดจนพื้นที่ที่ใช้งาน สิ่งแวดล้อม หมายถึง สิ่งแวดล้อมภายในและภายนอกอาคาร เช่น แสงสว่าง เสียง การถ่ายเทของอากาศ สภาพพื้นที่ภายในอาคาร รั้ว สภาพแวดล้อมและมลภาวะ ความปลอดภัย หมายถึง การกำหนดมาตรการป้องกันความปลอดภัย และการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์การฉุกเฉิน พัฒนาการของเด็ก หมายถึง คุณลักษณะของเด็กที่พึงประสงค์ 12 ประการ คุณลักษณะตามวัย ( ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ) การจัดประสบการณ์ ตลอดจนการจัดกิจกรรมประจำวันสำหรับเด็ก การมีส่วนร่วมและการสนับสนุนจากชุมชน หมายถึง ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาเด็กเล็กด้านการมีส่วนร่วมและการสนับสนุนจากชุมชน อย่างเช่น การประชุมชี้แจงการจัดกิจกรรมตลอดจนการติดตามประเมินผล ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาเด็กเล็ก หมายถึง สถานที่ดูแลและให้การศึกษาเด็ก อายุระหว่าง 3 – 5 ปี มีสถานะเทียบเท่าสถานศึกษาเป็นศูนย์ส่งเสริมพัฒนาเด็กเล็กที่สำนักงานเทศบาลตำบลทุ่งคอกอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี จัดตั้งขึ้นเอง

8. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

        1) เป็นแนวทางในการแก้ไขและปรับปรุงการปฏิบัติงานของศูนย์ส่งเสรอมพัฒนาเด็กเล็กให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

        2) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานศูนย์ส่งเสริมพัฒนาเด็กเล็กให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

        3) เป็นแนวทางสำหรับผู้สนใจการศึกษาประสิทธิภาพของศูนย์ส่งเสริมพัฒนาเด็กเล็ก

9. เอกสารและผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

        การศึกษาวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ศึกษาค้นคว้าเอกสารและผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับทัศนคติของผู้ปกครองเด็กเล็กต่อการบริหารงานของศูนย์ส่งเสริมพัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลทุ่งคอก อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ดังนั้นผู้วิจัยได้ศึกษาค้นคว้าเอกสารและผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

       1. แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการบริหาร

       2. แนวคิดนโยบาย เป้าหมาย วัตถุประสงค์และขั้นตอนการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมพัฒนาเด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

        3. แนวคิดการบริหารจัดการศูนย์ส่งเสริมพัฒนาเด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4. แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นฐานของเด็กปฐมวัย

        5. หลักการจัดการศึกษาและการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

        6. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

  • 1.แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการบริหาร

ความหมายของการบริหารการบริหาร หมายถึงกระบวนการของการวางแผน การจัดองค์การการมีส่วนร่วมและการควบคุมกําลังความพยายามของสมาชิกองค์การ และการใช้ทรัพยากรอื่นๆ เพื่อความสําเร็จในเป้าหมายขององค์การที่กําหนดไว้ (สมยศ นาวีการ, 2538, หน้า 18)นอกจากนี้การบริหารยังเป็นกระบวนการของการรวบรวมทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจํากัดเพื่อนําไปสู่ความสําเร็จตามวัตถุประสงค์ที่กําหนดโดยผู้บริหารเป็นผู้นําทรัพยากรมนุษย์ไปสู่การใช้ประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากรที่ไม่ใช้มนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลาหรือมีปฏิกิริยาต่อบุคคล สิ่งของ และสภาพการณ์ใด ๆ ทั้งทางบวกและทางลบ (ฉัตรชัย ปันชาติ. 2545 : 6) เนื่องจากในการศึกษาครั้งนี้มีหน่วยการวิเคราะห์คือ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบขององค์การภาครัฐ ซึ่งมีผู้ให้คําจํากัดความของการบริหารงานภาครัฐไว้ว่า เกี่ยวข้องกับการกําหนดนโยบายและการนํานโยบายมาปฏิบัติโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กําหนดไว้โดยมีการประเมินผลและมีข้อมูลย้อนกลับเพื่อการแก้ไข ปรับปรุงการบริหารงานให้ดีขึ้น (สันสิทธิ์ ชวลิตธํารง, 2546, หน้า 2) ซึ่งสามารถแบ่งหน่าที่ทางการบริหารออกเป็นกลุ่ม ๆ (ศิริพงษ์ ลดาวัลย์ ณ อยุธยา, 2540, หน้า 3 - 4) ได้ 4 กลุ่ม ได้แก้การวางแผน การจัดองค์การและระเบียบงาน การดําเนินการและการติดตามและประเมินผลกล่าว คือ

        1. การวางแผน

         การวางแผนถือเป็นหน้าที่แรกของผู้บริหาร ได้แก่การกําหนดวัตถุประสงค์

เป้าหมาย นโยบายตลอดจนวิธีการในการปฏิบัติกิจการต่างๆ ไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ทุกคนใช้เป็น แนวทางในการปฏิบัติงานให้สําเร็จลงตามวัน เวลา และเป้าหมายที่กําหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ

การวางแผน หมายถึง “กระบวนการกําหนดวัตถุประสงค์สําหรับช่วงเวลาข้างหน้าและกําหนดสิ่งที่จะกระทําต่างๆ เพื่อที่จะให้บรรลุผลในวัตถุประสงค์ดังกล่าว” (Leslie & L.Byars อ้างถึงใน สมยศ นาวีการ, 2545) ซึ่งจะประกอบด้วยส่วนประกอบสําคัญ 2 ส่วนคือ (1) การกําหนดวัตถุประสงค์ ต่างๆ และ (2) การกําหนดแนวทางการกระทํา (Course of Action) หรือแผนการต่างๆ ที่จะนํามาปฏิบัติเพื่อที่จะให้สําเร็จตามวัตถุประสงค์เหล่านั้นนอกจากนี้การวางแผนจะต้องมาก่อนสิ่งอื่น กล่าวคือ จะต้องเป็นหน้าที่เบื้องต้นของกระบวนการบริหารงาน ซึ่งจะช่วยให้การปฏิบัติงานในหน้าที่อื่นๆ ของผู้บริหารเป็นไปในลักษณะที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

2. แนวคิดเกี่ยวกับการนํานโยบายไปปฏิบัติ ความหมายและความสําคัญของการนํานโยบายไปปฏิบัติ

วิลเลี่ยมส์ (Williams, 1971, p. 144 อ้างถึงใน สมบัติ ธํารงธัญวงศ์, 2548, หน้า 398- 399) ได้ให้ความหมายของการนํานโยบายไปปฏิบัติว่า เป็นความพยายามที่จะตัดสินความสามารถขององค์การในการรวบรวมคนและทรัพยากรในหน่วยงานหนึ่งและกระตุ้นบุคลากรให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ ซึ่งต้องมีการจัดหาตระเตรียมวิธีการทั้งหลายเพื่อจะทําให้การดําเนินงานตามนโยบายสําเร็จลุล่วง (มยุรี อนุมานราชธน, 2547, หนา 208) หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่าการนํานโยบายไปปฏิบัตินั้นจะให้ความสนใจเกี่ยวกับ ความสามารถในการผลักดันให้การทํางานของกลไกทั้งมวลสามารถบรรลุผลลัพธ์ที่ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ (Pressman & Wildavsky, 1973 อ้างถึงใน วรเดช จันทรศร, 2548, หน้า 27 - 28) ดังนั้น การนํานโยบายไปปฏิบัติหมายถึง ขั้นตอนของการแปลงเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ของนโยบายหรือองค์การมาเป็นกิจกรรมที่ต้องอาศัยความสามารถขององค์การและผู้นํา ในการนําเอาทรัพยากรขององค์การ อันได้แก่กลุ่มบุคคล อุปกรณ์งบประมาณรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดําเนินการให้บรรลุตามเป้าหมายที่ได้กําหนดไว้ 3. แนวคิดการบริหารจัดการศูนย์ส่งเสริมพัฒนาเด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4. แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นฐานของเด็กปฐมวัย 5. หลักการจัดการศึกษาและการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 6. งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับทัศนคติ

6. งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับทัศนคติ

จำนง จันแปงเงิน. (2540). การศึกษาสภาพปัจจุบันและแนวทางในการจัดการศึกษาให้เด็กก่อนวัย

         ตามทรรศนะของผู้บริหารสถานกานศึกษา: กรณีศึกษาจังหวัดพะเยา. วิทยานิพนธ์:

        การศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร

ธีรการ ศิริวุฒิการ. (2546). ศักยภาพในการรับการถ่ายโอนการศึกษาสู่ท้องถิ่นขององค์การบริหาร

        ส่วนตำบลในจังหวัดพิษณุโลก: วิทยานิพนธ์ครุศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยนเรศวร.

บุญเลิศ มาแสง. (2540). บทบาทขององค์การบริหารส่วนตำบลในการพัฒนาท้องถิ่น, กรุงเทพฯ:

        สำนักพิมพ์อักษรการพิมพ์

สมบูรณ์ สันชมพู และคณะ. (2545). ความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ในการ             จัดการศึกษาปฐมวัย ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาตอ พ.ศ.

         2542. ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยนเรศวร

7) กรอบแนวคิดในการวิจัย

        จากการทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ทำให้ผู้วิจัยได้กำหนดกรอบแนวคิดในการวิจัย ได้ดังนี้

        7.1 ลักษณะส่วนบุคล ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้

        7.2 ทัศนคติต่อการบริหารศูนย์ส่งเสริมพัฒนาเด็กเล็ก ได้แก่ ด้านบุคลากรและการบริหาร การจัดการด้านอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย ด้านพัฒนาการของเด็ก ด้านการมีส่วนร่วมและการสนับสนุนจากชุมชน

ตัวแปรต้น( Independent variable ) 

ลักษณะส่วนบุคคล
 เพศ
 อายุ
 ระดับการศึกษา
 อาชีพ
 รายได้


 ตัวแปรตาม( Dependent variable )

ทัศนคติของผู้ปกครองต่อการบริหารงานศูนย์ส่งเสริมพัฒนาเด็กเล็ก          

แผนภูมิที่ 1 กรอบแนวคิดในการวิจัย

10. ขอบเขตของการวิจัย

       10.1) ขอบเขตด้านเนื้อหา

                 ศึกษาทัศนคติของผู้ปกครองเด็กนักเรียนที่มีต่อศูนย์ส่งเสริมพัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลทุ่งคอก อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยใช้แบบสอบถาม

       10.2) ขอบเขตด้านประชากร และกลุ่มตัวอย่าง

                 ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้ปกครองเด็กนักเรียนศูนย์ส่งเสริมพัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลทุ่งคอก อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 200 คน

                 ประกอบด้วย 4 ด้าน 1. ด้านบุคลากรและการบริหารจัดการ 2. ด้านอาคารสถานที่สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย 3. ด้านพัฒนาการของเด็ก 4. ด้านการมีส่วนร่วมและการสนับสนุนจากชุมชน

ระยะเวลาในการดำเนินงาน

          เดือนสิงหาคม 2557 – เดือนกรกฎาคม 2558

11. วิธีดำเนินการวิจัย

        การศึกษาวิจัยในครั้งนี้ ดำเนินการศึกษา 2 แบบ คือ

         1. ศึกษาข้อมูลเอกสาร (Docuncntary Research) เป็นการรวบรวมข้อมูลจากเอกสารต่าง ๆ ดังนี้

  •         1.1.1รายงาน วารสาร จุลสาร ตำราต่างๆที่เกี่ยวข้อง
  •         1.1.2ผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องจากห้องสมุด
  •         1.1.3เว็บไซด์ต่างๆจากอินเตอร์เน็ต
  •   2.การเก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม (Questionnaire) ที่ผู้วิจัยได้นำแบบสอบถามไปเก็บรวบรวมข้อมูล

        11.1. ประชากร

                 ประชากรในการวิจัยครั้งนี้ คือ ผู้ปกครองเด็กนักเรียนศูนย์ส่งเสริมพัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลทุ่งคอก อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 200 คน

(ข้อมูลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของสำนักงานเทศบาลตำบลทุ่งคอก อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี,2557)

       11.2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

                เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ แบบสอบถาม แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ

                 ส่วนที่ 1 ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะส่วนบุคคล

                 ส่วนที่ 2 เป็นแบบสอบถามตามลักษณะเลือกตอบ (check list) เกี่ยวกับทัศนคติต่อศูนย์ส่งเสริมพัฒนาเด็กเล็ก ของผู้ปกครองเด็กนักเรียนศูนย์ส่งเสริมพัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลทุ่งคอก อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งประกอบด้วยด้านบุคลากร ด้านอาคารสถานที่ สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยด้านวิชาการ ด้านการมีส่วนร่วมและการสนับสนุนจากชุมชน

                 ส่วนที่ 3 เป็นแบบสอบถามลักษณะปลายปิด เกี่ยวกับข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานของศูนย์ส่งเสริมพัฒนาเด็กเล็ก โดยมีเกณฑ์ให้คะแนนดังนี้

                 แบบวัดทัศนคติต่อศูนย์ส่งเสริมพัฒนาเด็กเล็กใช้แบบวัด (rating scaie) โดยมีการให้คะแนน 5 ระดับ

มากที่สุด 5 คะแนน

มาก 4 คะแนน

ปานกลาง 3 คะแนน

น้อย 2 คะแนน

น้อยที่สุด 1 คะแนน

                 แล้วรวบรวมคะแนนที่ได้ทั้งหมดมาหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน แบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ เชิงบวก ปานกลาง และเชิงลบ คำนวณช่องกว้างระหว่างระดับดังนี้

ช่องกว้างระหว่าง = คะแนนสูงสุด – คะแนนต่ำสุด= 5 – 1= 1.33

ระดับ 3

ระดับคะแนน 1.00 – 2.33 หมายถึง ทัศนคติของผู้ปกครองที่มีต่อศูนย์ส่งเสริมพัฒนาเด็กเล็ก ระดับไม่ดี

ระดับคะแนน 2.34 – 3.66 หมายถึง ทัศนคติของผู้ปกครองที่มีต่อศูนย์ส่งเสริมพัฒนาเด็กเล็ก ระดับปานกลาง

ระดับคะแนน 3.67 – 5.00 หมายถึง ทัศนคติของผู้ปกครองที่มีต่อศูนย์ส่งเสริมพัฒนาเด็กเล็ก ระดับด

        11.3. การเก็บรวบรวมข้อมูล

                 ในการวิจัยครั้งนี้มีวิธีเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนี้

                  1) ผู้วิจัยชี้แจงวัตถุประสงค์และขออนุญาตทำการศึกษาวิจัย

                  2) ผู้วิจัยดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการแจกแบบสอบถาม โดยกำหนดเวลาขอรับแบบสอบถามคืนภายหลัง หลังจากแจกแบบสอบถามแล้วภายในเวลา 3 วัน

                  3) นำแบบสอบถามที่ได้รับคืนมาตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ เพื่อนำไปวิเคราะห์ต่อไป

        11.4. การวิเคราะห์ข้อมูล

                 การวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับการวิจัยครั้งนี้แบ่งการวิเคราะห์ออกเป็น 2 ตอน โดยใช้วิธีการประมวลผลค่าทางสถิติด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยเลือกใช้สถิติในการวิเคราะห์เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะของข้อมูลและตอบวัตถุประสงค์ดังนี้

  • 1.ข้อมูลลักษณะทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ โดยใช้ความถี่ (freguency) , ร้อยละ (percentage)
  • 2.ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา, ค่าร้อยละ (percentage), ค่าเฉลี่ย (mean), ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard deviation)

12. สถานที่ทำการวิจัย

         ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลทุ่งคอก อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี

13. แผนการดำเนินงาน

      ระหว่างเดือนสิงหาคม 2557 – เดือนกรกฎาคม 2558

14. งบประมาณ

      12.1) ค่ากระดาษ A4 และค่าหมึกปริ้นรายงานวิจัย 1,200 บาท

      12.2) ค่าจ้างผู้ช่วยวิจัยในการเก็บแบบสอบถาม 7,000 บาท

      12.3) ค่าถ่ายเอกสารเครื่องมือในการวิจัย

      - แบบสอบถาม 500 บาท

      12.4) ค่าเข้าเล่มงานวิจัย 2,000 บาท

รวมทั้งสิ้น 17,000 บาท

15. บรรณานุกรม/หนังสืออ้างอิง

จำนง จันแปงเงิน. (2540). การศึกษาสภาพปัจจุบันและแนวทางในการจัดการศึกษาให้เด็กก่อนวัย

        ตามทรรศนะของผู้บริหารสถานกานศึกษา: กรณีศึกษาจังหวัดพะเยา. วิทยานิพนธ์:

        การศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร

ธีรการ ศิริวุฒิการ. (2546). ศักยภาพในการรับการถ่ายโอนการศึกษาสู่ท้องถิ่นขององค์การบริหาร

         ส่วนตำบลในจังหวัดพิษณุโลก: วิทยานิพนธ์ครุศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยนเรศวร.

บุญเลิศ มาแสง. (2540). บทบาทขององค์การบริหารส่วนตำบลในการพัฒนาท้องถิ่น, กรุงเทพฯ:

         พิมพ์อักษรการพิมพ์

สมบูรณ์ สันชมพู และคณะ. (2545). ความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ในการ               จัดการศึกษาปฐมวัย ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาตอ พ.ศ.

          2542. ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยนเรศวร

16. ประวัติผู้วิจัย

ชื่อ-สกุล นางสาวพรพรรณ ใจกล้า

วัน/เดือน/ปีเกิด 30 มิถุนายน 2529

ที่อยู่ 302 หมู่ 11 ตำบลทุ่งคอก อำเภอสองพี่น้อง

จังหวัดสุพรรณบุรี 72190

ประวัติการศึกษา

2547 ระดับมัธยมศึกษา วิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี

2552 ปริญญาตรีสาขาวิชาพัฒนาชุมชน

คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมโครงการวิจัย2.docx