เมื่อพระพุทธเจ้ามีเรื่องกับพระอิศวร

ดนตรีจิตปรัชญามนุษย์นิยม Music, philosophy, spiritual humanism

เพลงกับพุทธศาสนชนไทย

รายการฟังเขาเล่าว่า เขียนมาภาษาคุย

วิธีและกระบวนการสามารถสร้างหมวดวิชาประเภทจัดอยู่ในกลุ่มอันเป็นประเพณีแบบพิธีกรรมแขนงวัฒนธรรมไทย เมื่อกิจกรรมประเพณีสังคมนี้เกิดขึ้นครั้งอดีตสมัย ยังได้ยืนยงอยู่ทุกวันนี้ เพราะชนไทยได้ใช้ศาสนาพุทธซึ่งนำจากอินเดียมาเป็นแกนใจกลางสร้างสุข และพิธีกรรมด้วยการใช้เพลงแนวแบบดนตรีไทย ทำการประกอบกิจพิธี ประธานนำในพิธีนั้นใช้สัญลักษณ์ภาพหรือรูปจำลองพระพุทธเจ้า เป็นประธาน

ขั้นตอนต่อไปได้ดำเนินวิธีของขบวนการพิธีโดยใช้เพลงเฉพาะซึ่งผู้ดำเนินการหมายถึงชนดนตรีไทยได้นำใช้ด้วย เพลงตระหน้าพาทย์ ต่อการดำเนินประกอบพิธี การไหว้ครู พร้อมการบรรเลงและได้นำศาสนาฮินดู-พราหมณ์กับประเพณีพิธีกรรมไทยเข้าปนผสม

คำว่าเพลงตระหน้าพาทย์ คือ..หมายถึงอะไร

เพลง คือ ปราชญ์ดนตรีเป็นผู้นิพนธ์ไว้และกำหนดเพลงให้ใช้เฉพาะ

ตระ หมายถึง กะ คือการคาดคะเน หรือหมายไว้ทางความคิดแล้วผลิตให้เป็นรูปธรรมได้ เป็นอัน เป็นส่วนอย่างกะเอาไว้แล้วและหรือคาดหมายเอาไว้แล้วอย่างคนโบราญกล่าวไว้ว่า เมื่อมั่นใจก็เอาปูนหมายไว้ อันเป็นเกณฑ์แบ่งเนื้อที่นาก็ได้

ตระเพลงหรือเพลงตระ หมายถึงหมวดเพลงประเภทหรือประเภทเพลงที่กะเอาไว้แล้ว คือเพลงที่หมั้นหมายไว้ใช้บรรเลงในพิธีการโดยเฉพาะต่อการแสดง

หน้าหมายถึงสิ่งที่เป็นตัวเอกอยู่ด้านหน้า เป็นประธานพิธีที่ได้อัญเชิญมา ไม่ว่าท่านผู้นั้นจะมีร่างและหรือผู้ที่อยู่ในโลกทิพย์ก็ดี อันได้แก่ ครูมนุษย์ นักบวชฤษี เทพ สัตว์เทวะ ผู้ไร้ร่างและอสูร

พาทย์ หมายถึงวงดนตรีจัดอยู่ในประเภทเครื่องตีเรียกว่า วงพาทย์ ใช้บรรเลงเล่นรองรับกับงานพิธีไหว้ครูนี้ ถ้ามีปี่เข้าร่วมเรียกว่าวงปี่พาทย์

เพลงตระหน้าพาทย์ มีสองประเภทใหญ่ได้แก่เพลงตระหน้าพาทย์วรรณะสัญลักษณ์กับตระเพลงหน้าพาทย์บอกกริยา

เพลงตระหน้าพาทย์วรรณะสัญลักษณ์

เป็นการชี้บอกให้ประจักษ์ต่อองค์นั้นๆว่า มีวรรณะศักดิ์มากน้อยต่อกัน หมายถึง สัตว์เทวะย่อมมีวรรณะศักดิ์บารมีมากกว่ามนุษย์คือ พญาครุฑ และที่ต่ำกว่ามนุษย์คือคนไร้ร่างที่บกพร่องการสร้างกุศล สัตว์เทวะย่อมมีวรรณะศักดิ์บารมีน้อยกว่าเทพ แม้กระทั่งเทพเองก็ยังมีวรรณะศักดิ์บารมีไม่เท่ากัน

ตระเพลงหน้าพาทย์บอกกริยา เป็นเพลงที่ใช้ประกอบกริยา เช่นเพลงใช้ประกอบการดีใจ เสียใจ ร้องไห้ อารมณ์กริยา ไร้อารมณ์กริยาจากรูปธรรมจนถึงอวัจนะ เหาะเหิรเดินบนอากาศ สร้างปฏิหารย์ บุญฤทธิ์ อิทธิฤทธิ์ แม้กระนั้นผู้ที่กระทำการดังกล่าวชนดนตรีไทยยังใช้เพลงต่างกันเพราะวรรณะศักดิ์บารมีไม่เท่ากัน

กลุ่มประธานในพิธีกรรมการไหว้ครู

เมื่อชนดนตรีไทยได้นำเพลงตระหน้าพาทย์ซึ่งปราชญ์ดนตรีไทยได้นิพนธ์ไว้ให้นำใช้แล้ว ในแนวแบบเพลงตระหน้าพาทย์วรรณะสัญลักษณ์และตระเพลงหน้าพาทย์บอกกริยา เพื่อให้ครูมนุษย์มีร่าง มนุษย์ไร้ร่าง ฤษี สัตว์เทวะ มนุษย์เทพ เทพ และอสูรได้รับเชิญจากเพลงที่กำหนดไว้นั้น เพื่อให้ผู้ประสงค์ได้รับสิ่งนั้น องค์นั้น ตนนั้นตามต้องการที่เกี่ยวข้องกับพิธีการไหว้ครูของดนตรีไทยมี 1 – 9 เศียรด้วยกัน

  • 1.เศียรองค์เทพอิศวร (ศิวะ – จีฟวาย) ผู้สร้างจุดอวสาน ผู้ทำลาย
  • 2.เศียรองค์เทพ พรหม ผู้สร้างกำเนิดทุกสรรสิ่ง
  • 3.เศียรองค์เทพนารายณ์ (ไม่ใช้รามในพิธีไหว้ครู – แต่ฮินดูเรียกราม) ผู้บริหารดำเนินการคงอยู่
  • 4.เศียรองค์เทพพิฆเนศวรผู้รักษาข้อมูลทางปัญญาเพื่อมนุษย์
  • 5.เศียรองค์อสูรเทพพิลาป (ปางหนึ่งหรืออีกบทบาทหนึ่งของพระศิวะ - ประธานเทพอสูรแห่งดนตรีแนวเครื่องปี่พาทย์)
  • 6.เศียรองค์มนุษย์เทพองค์ปันจะสิงขร (ประธานเทพมนุษย์แห่งดนตรีแนวเครื่องสาย) หนังสือบางเล่มกล่าวว่าเป็นมนุษย์เทพองค์เดียวกันกับองค์เพชรฉลูกรรณ แต่หนังสืออีกบางเล่มกล่าวว่าเป็นคนละองค์แล้วยังเป็นนักบวชหญิง ปางหนึ่งหรืออีกบทบาทหนึ่งขององค์มนุษย์เทพวิษณุกรรมสุกรรมอีกปางหนึ่งหรืออีกบทบาทหนึ่งของเทพนารายณ์
  • 7.เศียรเทพองค์วิษณุกรรม.ประธานเทพองค์อาชีพช่างทั้งมวลและผลิตเครื่องมือ – เครื่องดนตรี)
  • 8..เศียรองค์มนุษย์เทพพระประโคมทับ(ประธานผู้ให้จังหวะ – เวลา และโอกาส)
  • 9..เศียรองค์มนุษย์เทพในคราบนักบวชฤษีนารอด ปางหนึ่งหรืออีกบทบาทหนึ่งของพระนารายณ์ในนาฏศิลปินลีลา

กรุณาค้นหาความเป็นมาจาก กูเกิ้ล และวีจีมีเดี่ยใน 1 – 9 รายการดังกล่าวเพื่อความกระจ่างแจ้ง

เพลงแรกที่ใช้ในพิธีกรรมการไหว้ครู

ใช้เพลงตระหน้าพาทย์วรรณะสัญลักษณ์ชื่อตระเพลง”สาธุการ”มีความสำคัญเป็นมาอย่างไรนั้นจัดได้ว่าเป็นเพลงแรกต่อการประกอบพิธีกรรม ซึ่งเป็นการระลึกถึงพระพุทธเจ้าที่เป็นครูอันหาสิ่งประมาณมิได้ต่อการฝากพระธรรมไว้ให้แก่ชาวโลกและสามารถแยกข้อความได้ดังนี้

สาธุ.....หมายถึงคำว่า.....ดีแล้ว..แล้วดีอย่างไร....คือทุกสิ่งทุกอย่างเมื่อสังเคราะห์แล้ว ผลย่อมดีแล้ว..บรรลุผลแล้ว...สำเร็จเสร็จสมบูรณไม่มีผลเสียใดๆให้เกิดปัญหาได้หมดสิ้นแล้ว...คือความพร้อมนั่นเองถึงใช้คำว่าสาธุได้

การ.....หมายถึงกิจการ...กิจกรรม....จัดกระทำพิธีการต่อในเวลาอันสมควรเป็นอย่างยิ่งโดยใช้เวลากำหนดต่อข้อตกลงสัญญา...(ความเชื่อ)ถ้าคลาดเคลื่อนย่อมนำความอัปมงคลหรือเป็นลางร้ายต่อการจัดพิธีกรรม....สาธุการก็คือ “ฤกษ์งามยามดีทำพิธีได้แล้ว”.

เมื่อพระพุทธเจ้ามีเรื่องกับพระอิศวร

จึงเกิดมีการลองดีกันขึ้น...เรื่องมีอยู่ว่า..ครานั้นเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นสู่สรวงสวรรค์ โปรดบรรดาเทพเทวะหญิงชายทั้งหลายที่ได้อันเชิญพระองค์ไปเพื่อแสดงธรรม จนกระทั่งถึงชั้นตาวะตึงสาซึ่งเป็นที่ประทับขององค์อินทร์เจ้า...(อยากทราบพำนักของเทพเจ้าทั้งมวลลองใช้วีกิพีเดียดูครับ)..ต่อเมื่อพระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมมาจนถึงชั้นตาวะติงสาดังกล่าว...ก็ได้เจอกับพระอิศวร(จีฟวาย) ที่ยังคงรอคอยพระพุทธเจ้าอยู่ในพำนัขององค์อินทร์เจ้าและทรงรอให้พระพุทธเจ้าเสร็จจากการแสดงธรรมเสียก่อน จากนั้น องค์อิศวรได้เอ่ยทักทายด้วยถ้อยเสียงสำเนียงคำอันเคยชินที่ได้รู้จักกันมานาน และทุกครั้งที่ได้เจอกัน....เทพผู้กำเนิดความอวสานมีความข้องใจในองค์พระสัมมาพุทธเจ้า จึงได้ตั้งคำถามไปว่า...