ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งอยู่ในป่าเขาลำเนาไพร มีหญิงสาวผู้หนึ่ง ซึ่งเธอสวย ใส วัยน่ารัก เป็นที่หมายปองของชายหนุ่มในหมู่บ้าน แต่อันที่จริงแล้วเธอมีแฟนแล้ว อยู่ห่างออกไปไกลโพ้นอีกหมู่บ้านหนึ่ง ด้วยทั้งคู่ต่างอยู่ห่างไกลกัน ไม่มีเวลาให้กัน ทำให้ความสัมพันธ์นั้นต้องยุติลง ทำให้เธอเสียใจมาก เพราะถูกแฟนบอกเลิกจึงต้องอกหักรักคุด จนเกือบจะคิดฆ่าตัวตาย

ในกาลวันหนึ่งนั้น ก็ได้มีชายหนุ่ม ๓ คน ซึ่งเป็นเพื่อนรักกัน เดินทางผ่านมาในหมู่บ้าน บังเอิญได้พบประสบเจอกับหญิงสาวผู้น่ารัก ต่างก็หลงรักหัวปักหัวปำ ทำให้ชายหนุ่มทั้ง ๓ คน จึงตัดสินใจเข้าไปนั่งคุย แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบอันใด เพราะยังเศร้าสร้อยเสียใจ ทุกข์ใจไม่กล้ารับรักใครอีก กลัวจะเป็นเหมือนเดิม ชายหนุ่มทั้ง ๓ คนจึงตกลงกันว่าใครสามารถทำให้เธอหายจากความเศร้าสร้อยเสียใจได้ และทำให้เธอมีความสุขได้ ผู้นั้นจะได้อยู่ดูแลและได้แต่งงานกับหญิงสาว โดยผลัดกันมา

ชายหนุ่มคนแรก เป็นผู้มีความเมตาสูง และฐานะดีมีเงินมีทองซื้อของที่หญิงสาวชอบ ไม่ว่าจะเป็นของใช้ส่วนตัวครีมอาบน้ำ ครีมทาหน้า อาหารการกินครบ ๕ หมู่ ก็ดูแลอย่างดี พาไปเดินเล่น ฟังเพลง ออกกำลังกาย ในไม่ช้าหญิงสาวก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นนิดหนึ่ง เพราะไม่มีเวลาไปคิดถึงเรื่องที่ผ่านมา

ชายหนุ่มคนที่ ๒ ซึ่งมีความสามารถพิเศษด้านการพูด มีคารมคมคาย เป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอนขับร้องเพลง ดนตรีกวีศิลป์ สร้างบรรยากาศให้ดีขึ้น พูดขำขันสนุกสนาน เป็นกันเอง รวมถึงพูดให้กำลังใจในยามท้อ ยามผิดหวัง สร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต จึงทำให้หญิงสาวยิ้มได้ในที่สุด

ชายหนุ่มคนที่ ๓ ซึ่งไม่รวยเหมือนชายหนุ่มคนที่ ๑ พูดไม่เก่งเหมือนชายหนุ่มคนที่ ๒ แต่เขามีความพิเศษกว่าคนอื่นๆ คือ ในเวลาอยู่ใกล้ๆ ทำให้หญิงสาวมีความอุ่นใจ รู้สึกปลอดภัย สบายใจ ไปไหนมาไหนหากมีชายหนุ่มคนนี้ติดตามไปด้วย จะรู้สึกดีแม้มีปัญหาให้นึกถึงเขา ก็ทำให้หญิงสาวสุขใจได้

อยู่มาวันหนึ่งแฟนเก่าก็ขอกลับมาคืนดี และมาขอเธอแต่งงาน โดยไปอยู่ด้วยกัน ในอีกหมู่บ้านที่เขาอาศัยอยู่ หญิงสาวด้วยความที่ยังมีใจ ก็ตอบตกลงไป โดยไม่รีรอ ไม่นึกถึง ไม่สนใจ ไม่แคร์ ชายหนุ่ม ๓ คน และก็จากไปอย่างไม่มีเยื่อใย

ในเวลาต่อมาทั้งคู่กินอยู่ด้วยกันไป เกิดความไม่เข้าใจ ทะเลาะกันทุกวัน ถึงขั้นลงไม้ลงมือ ทำร้ายร่างกาย และจิตใจ จนไม่นานนักหญิงสาวผู้น่ารักและสดใส ก็ตรอมใจตายในที่สุด

ธรรมะที่ได้จากนิทานเรื่องนี้ หญิงสาว เปรียบเสมือน ตัวเรา ซึ่งต้อง มีสติ เพราะ สติมา ปัญญาเกิดชายหนุ่มคนที่ ๑ คือ กาย เราต้องรักษากายให้ดี โดยไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น มีเมตตาต่อทุกคน เพราะ โลกทั้งผองคือพี่น้องกัน ที่สำคัญ ดูแลสุขภาพให้ดีด้วยการออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ชายคนที่ ๒ คือ วาจา เราต้องรักษาวาจาให้ดี ไม่พูดส่อเสียดไม่พูดโกหกหลอกลวง พูดแต่สิงที่ดีงาม ดั่งคำนักปราชญ์ที่ว่า “พูดดีเป็นศรีแก่ปาก พูดมากปากจะเป็นสี”

ชายคนที่ ๓ คือ ใจ เราควรรักษาใจให้ดี ไม่ให้มัวหมองตกเป็นทาสของกิเลสตัณหา เพราะใจสำคัญที่สุด ดั่งคำที่ว่า “จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว” ส่วนแฟนเก่า คือ ตัวกิเลสตัณหา ความอยากได้อยากมีไม่รู้จบไม่รู้สิ้น หากหลงระเริงเพลิดเพลินไปกับมันจะทำให้เราวุ่นวาย เกิดความทุกข์ระทมจมปลักกับมันไม่มีวันที่จะเกิดความสุขแท้ได้ เหมือนหญิงสาวที่หลงระเริงไปกับมัน สุดท้ายก็ตรอมใจตายในที่สุด

มนุษย์ผู้ประเสริฐสุดควรรักษากาย วาจา และใจให้ดี

ไม่ว่ามีกิเลสตัณหาจะมาในรูปแบบใด ก็ไม่สามารถทำอะไรเราได้


โดย

---/// ร.รตนเมธี ///---