ในชีวิตการทำงานของฉัน...สิ่งหนึ่งที่ฉันใช้
นั่นคือ...การใช้ "หลักธรรม" ในการทำงาน
ฉันยึดหลักธรรม...ใคร ๆ อาจดูไม่ออก...
สำหรับฉัน ๆ ดูตัวเองออก...การเป็นหัวหน้าคน
ใช่ว่าเป็นเรื่องง่าย ๆ เพราะหัวหน้าต้องมีการปกครองคน
ปกครองลูกน้อง...หากทำผิดพลาดไป
ลูกน้องจะหัวเราะเยาะเอาได้ง่าย ๆ...
ดังนั้น จึงต้องระวังตัวเองให้มาก...
คนเป็นลูกน้องก็ไม่ค่อยจะเข้าใจคนเป็นหัวหน้า
แม้ว่า...ฉันเคยเป็นลูกน้องมาก่อน...
แต่ใช่ว่า ฉันกับลูกน้องจะเหมือนกัน
ยิ่งปัจจุบันคนละ Generation กันด้วยแล้ว
ทำให้เห็นถึงความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
แต่การเป็นหัวหน้าคน ต้องปกครองลูกน้องให้ได้
ลูกน้องดีก็ดีไป สำหรับลูกน้องที่ยังไม่ค่อยเข้าใจ
ในการทำความดี...ในฐานะหัวหน้าคนก็ต้องการ
เพียงแค่ต้องการเห็นเขาเป็นคนดี...ไม่มีเจตนาอื่น
แอบแฝง เพราะอนาคตของพวกเขายังอีกยาวไกล
ฝึกเขาไว้เพื่อให้มีเมตตาธรรม...การมีเมตตาธรรม
ก็ต้องไม่เลือกปฏิบัติกับคนใดคนหนึ่ง...เพราะความเป็นจริง
ของคนเรา นั่นคือ ทุกคนไม่มีใครสมบูรณ์แบบ...
เพียงแต่ฉันต้องการเห็นในสิ่งดี ๆ ของตัวเขาเอง
ความมีอคติต่อคนใดคนหนึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของ
มนุษย์...แต่เมื่อตัวเราหัดฝึก หัดปฏิบัติ มีความเข้าใจ
ในความเป็นจริงของธรรมชาติ ของโลกมนุษย์
เราจะเข้าใจชีวิตมากยิ่งขึ้น...
ยิ่งคนเรามีอายุมากขึ้น...ความคิดในแต่ละช่วง
จะมีการเปลี่ยนแปลงไป จะไม่เหมือนเดิม
จะทำให้เข้าใจโลกมากขึ้น...และเมื่อย้อนมองใน
อดีต จำทำให้เห็นถึงจุดบกพร่องของเราได้
ฉันผ่านประสบการณ์มาก่อน...จึงไม่ต้องการเห็น
สิ่งที่ไม่ดี สิ่งใดพบเห็นจึงบอก จึงสอน...
ไม่เคยคิดอคติ หรือคิดไม่ดีต่อลูกน้อง...
หวังดี ช่วยเหลือ เมตตา อย่างเสมอมา
มองดู...อาจคิดว่า...ไม่ใช่...แต่สำหรับฉันเอง
ยืนยันว่า...ไม่มีใครรู้ใจฉัน เท่ากับตัวฉันเอง...
เมื่อฉันยึด "ธรรม" ในการปฏิบัติแล้ว...สิ่งที่ฉันพบ
นั่นคือ "ความสุข"...การปล่อยวางเรื่องบางเรื่อง
เพื่อให้ "ใจนิ่ง" "ใจใส" ไม่ว่อกแวก...ฉันหัดแบบนี้
มานานพอสมควร...สิ่งที่ได้ นั่นคือ "ความสงบ"
ใจสงบ...เมื่อใจสงบ ก็จะมีสติและปัญญาในการคิด
แก้ไขปัญหาในการทำงาน ทำให้สามารถแก้ไขได้
ด้วยตนเอง...ใช่ว่า ปัจจุบันทำงานด้านบุคคล
ใคร ๆ มองดูอาจคิดว่า "สบาย"...สำหรับใจฉัน ๆ
รู้ดีว่า "ไม่ใช่" แต่ที่เห็นฉันเฉย ๆ นิ่ง ๆ นั่นคือ
ฉันใช้สติและปัญญาในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ นั้น
ให้ผ่านพ้นไปได้...ฉันจึงต้องการให้ลูกน้องของฉัน
เห็นและเป็น...ณ ปัจจุบันพวกเธออาจยังไม่เข้าใจ
แต่สักวัน...ฉันคิดว่า...พวกเธอคงเข้าใจ ๆ ในสิ่งที่
ฉันพูด ฉันบอก ถึงแม้ว่า...มันต้องใช้เวลามากก็ตาม
ฉันเป็นหัวหน้า ฉันก็เหมือนพี่สาวคนโตของพวกเธอ...
คนเป็นพี่สาว ไม่ต้องการเห็นน้อง ๆ แตกแยกหรือแบ่ง
พวก ต้องการเห็นถึงความปรองดอง เป็นหนึ่งเดียวกัน
ฉันพร่ำบอกเสมอว่า...พฤติกรรมคนเราจะให้เหมือนกัน
เลยนั้น บอกได้เลยว่า "ยากมาก"...เพียงแต่ว่า...
ทำอย่างไร เราจะอยู่ทำงานด้วยกันอย่างไม่มีปัญหา
ปัญหาในที่นี้ หมายถึง ปัญหาทางการทำงานและ
ปัญหาที่กระทบใจคนในที่ทำงานด้วย...
ฉันจึงต้องการเห็นความรัก ความสามัคคีกันมากกว่า
จะเห็นถึงความขัดแย้ง ความแตกแยกกัน...
การเป็นหัวหน้าคนต้องมีความหนักแน่น อดทน
อย่างสูง ฉันพยายามทำ บางคราวก็หลุด แต่ก็พยายาม
ตั้งสติใหม่ ไม่คิดอคติ ไม่ทำใจให้ขุ่น ฝึกแบบนี้ไปเรื่อย ๆ
นี่คือ การปฏิบัติธรรมในการทำงาน...สุดท้าย "ใจมันก็จะ
นิ่งไปเอง" เหมือนใจใส...ฉันก็จึงต้องการเห็นลูกน้อง
ของฉันเป็นเช่นกัน เพราะในอนาคตพวกเธอก็ต้องขึ้นมา
เป็นหัวหน้าแทนฉัน...โดยเฉพาะสิ่งที่ต้องฝึกปฏิบัติ
นั่นคือ การครองตน การครองคนและการครองงาน
พวกเธอต้องฝึกให้ได้...
ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ
บุษยมาศ แสงเงิน
๕ สิงหาคม ๒๕๕๗

ขอขอบคุณสำหรับดอกไม้กำลังใจจากทุก ๆ ท่านค่ะ