อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง อภิปูชะยามิ

ข้าพเจ้าขอบูชาโดยยิ่ง ซึ่งพระพุทธเจ้า ด้วยสักการะนี้ (กราบ)

อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง อภิปูชะยามะ

ข้าพเจ้าขอบูชาโดยยิ่ง ซึ่งพระธรรมเจ้า ด้วยสักการะนี้ (กราบ)

อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง อภิปูชะยามะ

ข้าพเจ้าขอบูชาโดยยิ่ง ซึ่งพระสังฆเจ้า ด้วยสักการะนี้ (กราบ)

                        คำบูชาพระรัตนตรัย

อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ ภะคะวา,

พระผู้มีพระภาคเจ้า, เป็นพระอรหันต์ ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สิ้นเชิง ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง

พุทธัง ภะคะวันตัง อภิวาเทมิ.

ข้าพเจ้าอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า, ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน

(กราบ)

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม,

พระธรรม เป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า, ตรัสไว้ดีแล้ว ;

ธัมมัง นะนัสสามิ.

ข้าพเจ้านมัสการพระธรรม.

(กราบ)

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,

พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า, ปฏิบัติดีแล้ว ;

สังฆัง นะมามิ.

ข้าพเจ้านอบน้อมพระสงฆ์.

(กราบ)


                             ปุฟฟภาคนมการ

(นำ) หันทะ มะยัง พุทธัสสะ ภะคะวะโต ปุฟฟะภาคะนะมะการัง กะโรมะ เส.

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น ;

อะระหะโต

ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ;

สัมมาสัมพุทธัสสะ.

ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง (๓ จบ)


                                                      บทสวดกรรมฐาน

เมื่อกล่าวคำบูชา คำไหว้พระ เสร็จแล้ว ก็พร้อมกันกราบลง ๓ หน ให้นั่งพับเพียบตั้งใจสวดกรรมฐานดังต่อไปนี้

นะโม ตัสสะภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (ว่า ๓ หน)

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ,

ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ,

สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ,

ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ,

ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ,

ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ,

ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ,

ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ,

ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ,

นะโม พุทธายะ นะโม ธัมมายะ นะโม สังฆายะ อัปปะมาโน พุทโธ อัปปะมาโน ธัมโม อัปปะมาโน สังโฆ พุทโธ เม นาโถ ธัมโม เม นาโถ สังโฆ เม นาโถ กัมมัฏฐานัง เม นาถัง กัมมัฏฐานะทายะกา จะริโย เม นาโถ

อะหัง ภันเต พุทธานุสสะติกัมมัฏฐานัง ยาจามิ พุทธานุสสะติ กัมมัฏฐานัง เทถะ เม ภันเต, อะหัง ภันเต อะหัง ภันเต ปิติอุปะจาระสะมาธิง ยาจามิ

อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร

ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ

สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติฯ

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลีกะระณีโย อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ

อัตถิ อิมัสสะมิง กาเย เกสา โลมา นะขา ทันตา ตะโจมังสัง นะหารู อัฏฐี อัฏฐิมิญชัง วักกัง หะทะยัง ยะกะนัง กิโลมะกัง ปิหะกัง ปัปผาสัง อันตัง อันตะคุณัง อุทะริยัง กะรีสัง ปิตตัง เสมหัง ปุพโพ โลหิตัง เสโท เมโท อัสสุ วะสา เขโฬ สิงฆานิกา ละสิกา มุตตัง มัตถะเก มัตถะลุงคันติ ทวัตติงสาการัง

อะยัง อัตตะภาโว อะนิจจัง ทุกขัง อะนัตตา อะสุจิ อะสุภัง อิมัง กัมมัฏฐานัง ปุนัพภะโวติฯ

อะจิรัง วะตะยังกาโย ปะฐะวิง อธิเสสะติ ฉุฑโฑ อะเปตะวิญญาโณ นิรัตถัง วะ กะลิง คะรัง

ปะฐะวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ รูปักขันโธ เวทะนากขันโธ สัญญากขันโธ สังขารักขันโธ วิญญาณักขันโธ ปัญจักขันธาอัชฌัตตา พะหิธา สังขารา อะนิจจา ทุกขา อะนัตตา วิปะริณามะธัมมา

อะนิจจา วะตะ สังขารา อุปปาทะวะยะธัมมิโน อุปัชิตะวา นิรุชฌันติ เตสัง วูปะสะโม สุโขฯ นามะรูปัง อะนิจจัง ขะยัตเถนะ นิจจัง วะตะ นิพพานัง

นามะรูปัง ทุกขัง ขะยัตเถนะ สุขัง วะตะ นิพพานัง

นามะรูปัง อะนัตตา อะสาระกัตเถนะ สารัง วะตะ นิพพานัง

นามะรูปัง อะนิจจัง นามรูปัง ทุกขัง นามะรูปัง อะนัตตานิจจัง วะตะ นิพพานัง สุขัง วะตะ 

นิพพานัง สารัง วะตะ นิพพานัง นิพพานัง ปะระมัง สุขัง

พุทโธ มังคะละสัมภูโต สัมพุทโธ ทีปะทุตตะโม

พุทธะ มังคะละมาคัมมะ สัพพะทุกขา ปะมุญจะเร

ธัมโม มังคะละสัมภูโต คัมภีโร ทุทัสโส อะณุง

ธัมมะ มังคะละมาคัมมะ สัพพะภะยา ปะมุญจะเร

สังโฆ มังคะละสัมภูโต วะระทักขิเณยโย อะนุตตะโร

สังฆะมังคะละมาคัมมะ สัพพะโรคา ปะมุญจะเรฯ

       

                          ปาระมี ๓๐ ทัส

ทานะปาระมี สัมปันโน ทานะอุปะปาระมี สัมปันโน ทานะปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กรุณา มุทิตา อุเปกขาปาระมี สัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา

สีละปาระมี สัมปันโน สีละอุประปาระมี สัมปันโน สีละปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กรุณา มุทิตา อุเปกขาปาระมีสัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา

เนกขัมมะปาระมี สัมปันโน เนกขัมมะอุประปาระมี สัมปันโน เนกขัมมะปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กรุณา มุทิตา อุเปกขาปาระมี สัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา

ปัญญาปาระมี สัมปันโน ปัญญาอุประปาระมี สัมปันโน ปัญญาปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กรุณา มุทิตา อุเปกขาปาระมี สัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา

วิริยะปาระมี สัมปันโน วิริยะอุปะปาระมี สัมปันโน วิริยะประมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กรุณา มุทิตา อุเปกขาปาระมีสัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา

ขันติปาระมี สัมปันโน ขันติอุปะปาระมี สัมปันโน ขันติปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กรุณา มุทิตา อุเปกขาปาระมีสัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา

สัจจะปาระมี สัมปันโน สัจจะอุปะปารมี สัมปันโน สัจจะปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา กรุณา มุทิตา อุเปกขาปาระมีสัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา

อธิฏฐานะปาระมี สัมปันโน อธิฏฐานะอุปะปาระมี สัมปันโน อธิฏฐานะปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กรุณา มุทิตา อุเปกขาปาระมีสัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา

สัมปันโน เมตตาปาระมี สัมปันโน เมตตาอุปะปาระมี สัมปันโน เมตตาปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กรุณา มุทิตา อุเปกขาปาระมีสัมปันโน อิติปิโส ภะคะวา

อุเปกขาปาระมี สัมปันโน อุเปกขาอุปะปาระมี สัมปันโน อุเปกขาปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตาไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขาปาระมีสัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา

ทะสะปาระมี สัมปันโน ทะสะอุปะปาระมี สัมปันโน ทะสะปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กรุณา มุทิตา อุเปกขาปาระมี สัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา


                                            พระคาถากันภัยทั้งสิบทิศ

บูระพารัสมิง พระพุทธะคุณัง บูระพารัสมิง พระธัมเมตัง บูรพารัสมิง พระสังฆานัง ทุกขะโรคะ 

ภะยัง วิวัญชัยเย สัพพะทุกข์ สัพพะโศก สัพพะโรค สัพพะภัย สัพพะเคราะห์ เสนียดจัญไร วิวัญชัยเย สัพพะธะนัง สัพพะลาพัง ภะวันตุเม รักขันตุ สุรักขันตุ.ฯ

อาคะเนย์รัสมิง พระพุทธะคุณัง อาคะเนยรัสมิง พระธัมเมตัง อาคะเนยรัสมิง พระสังฆานัง ทุกขะโรคะ ภะยัง วิวัญชัยเย สัพพะทุกข์ สัพพะโศก สัพพะโรค สัพพะภัย สัพพะเคราะห์ เสนียดจัญไร วิวัญชัยเย สัพพะธะนัง สัพพะลาพัง ภะวันตุเม รักขันตุ สุรักขันตุ.ฯ

ทักษิณรัสมิง พระพุทธะคุณัง ทักษิณรัสมิง พระธัมเมตัง ทักษิณรัสมิง พระสังฆานัง ทุกขะโรคะ ภะยัง วิวัญชัยเย สัพพะทุกข์ สัพพะโศก สัพพะโรค สัพพะภัย สัพพะเคราะห์ เสนียดจัญไร วิวัญชัยเย สัพพะธะนัง สัพพะลาพัง ภะวันตุเม รักขันตุ สุรักขันตุ.ฯ

หรดีรัสมิง พระพุทธะคุณัง หรดีรัสมิง พระธัมเมตัง หรดีรัสมิง พระสังฆานัง ทุกขะโรคะ ภะยัง 

วิวัญชัยเย สัพพะทุกข์ สัพพะโศก สัพพะโรค สัพพะภัย สัพพะเคราะห์ เสนียดจัญไร วิวัญชัยเย สัพพะธะนัง สัพพะลาพัง ภะวันตุเม รักขันตุ สุรักขันตุ.ฯ

ปัจจิมรัสมิง พระพุทธะคุณัง ปัจจิมรัสมิง พระธัมเมตัง ปัจจิมรัสมิง พระสังฆานัง ทุกขะโรคะ 

ภะยัง วิวัญชัยเย สัพพะทุกข์ สัพพะโศก สัพพะโรค สัพพะภัย สัพพะเคราะห์ เสนียดจัญไร วิวัญชัยเย สัพพะธะนัง สัพพะลาพัง ภะวันตุเม รักขันตุ สุรักขันตุ.ฯ

พายัพรัสมิง พระพุทธะคุณัง พายัพรัสมิง พระธัมเมตัง พายัพรัสมิง พระสังฆานัง ทุกขะโรคะ 

ภะยัง วิวัญชัยเย สัพพะทุกข์ สัพพะโศก สัพพะโรค สัพพะภัย สัพพะเคราะห์ เสนียดจัญไร วิวัญชัยเย สัพพะธะนัง สัพพะลาพัง ภะวันตุเม รักขันตุ สุรักขันตุ ฯ.

อุดรรัสมิง พระพุทธะคุณัง อุดรรัสมิง พระธัมเม สัพพะโรค สัพพะภัย สัพพะเคราะห์ เสนียดจัญไร วิวัญชัยเย สัพพะธะนัง สัพพะลาพัง ภะวันตุเม รักขันตุ สุรักขันตุ.ฯ

อีสานรัสมิง พระพุทธะคุณัง อีสานรัสมิง พระธัมเมตัง อีสานรัสมิง พระสังฆานัง ทุกขะโรคะ 

ภะยัง วิวัญชัยเย สัพพะทุกข์ สัพพะโศก สัพพะโรค สัพพะภัย สัพพะเคราะห์ เสนียดจัญไร วิวัญชัยเย สัพพะธะนัง สัพพะลาพัง ภะวันตุเม รักขันตุ สุรักขันตุ.ฯ

อากาศรัสมิง พระพุทธะคุณัง อากาศรัสมิง พระธัมเมตัง อากาศรัสมิง พระสังฆานัง ทุกขะโรคะ ภะยัง วิวัญชัยเย สัพพะทุกข์ สัพพะโศก สัพพะโรค สัพพะภัย สัพพะเคราะห์ เสนียดจัญไร วิวัญชัยเย สัพพะธะนัง สัพพะลาพัง ภะวันตุเม รักขันตุ สุรักขันตุ.ฯ

ปฐวีรัสมิง พระพุทธะคุณัง ปฐวีรัสมิง พระธัมเมตัง ปฐวีรัสมิง พระสังฆานัง ทุกขะโรคะ ภะยัง 

วิวัญชัยเย สัพพะทุกข์ สัพพะโศก สัพพะโรค สัพพะภัย สัพพะเคราะห์ เสนียดจัญไร วิวัญชัยเย สัพพะธะนัง สัพพะลาพัง ภะวันตุเม รักขันตุ สุรักขันตุ.ฯ


                        คาถามงคลจักรวาฬทั้งแปดทิศ

อิมัสมิง มงคลจักรวาฬทั้งแปดทิศ ประสิทธิจงมาเป็นกำแพงแก้วทั้งเจ็ดชั้น มาป้องกันห้อมล้อมรอบครอบทั่ว อนัตตา ราชะ เสมานา เขตเต สะมันตา สะตะโยชะนะ สะตะสะหัสสานิ พุทธะชาละปะริกเขตเต รักขันตุ สุรักขันตุ.ฯ

อิมัสมิง มงคลจักรวาฬทั้งแปดทิศ ประสิทธิจงมาเป็นกำแพงแก้วทั้งเจ็ดชั้น มาป้องกันห้อมล้อมรอบครอบทั่ว อนัตตา ราชะ เสมานา เขตเต สะมันตา สะตะโยชะนะ สะตะสะหัสสานิ ธัมมะชาละปะริกเขตเต รักขันตุ สุรักขันตุ.ฯ

อิมัสมิง มงคลจักรวาฬทั้งแปดทิศ ประสิทธิจงมาเป็นกำแพงแก้วทั้งเจ็ดชั้น มาป้องกันห้อมล้อมรอบครอบทั่ว อนัตตา ราชะ เสมานา เขตเต สะมันตา สะตะโยชะนะ สะตะสะหัสสานิ ปัจเจกะพุทธชาละปะริกเขตเต รักขันตุ สุรักขันตุ.ฯ

อิมัสมิง มงคลจักรวาฬทั้งแปดทิศ ประสิทธิจงมาเป็นกำแพงแก้วทั้งเจ็ดชั้น มาป้องกันห้อมล้อมรอบครอบทั่วอนัตตา ราชะ เสมา นาเขตเต สะมันตา สะตะโยชะนะ สะตะสะหัสสานิ สังฆะชาละปะริกเขตเต รักขันตุ สุรักขันตุ.ฯ

                                                บทปลงสังขาร

มนุษย์เราเอ๋ย               เกิดมาทำไม

นิพพานมีสุข                             อยู่ไยมิไป

ตัณหาหน่วงหนัก             หน่วงชักหน่วงไว้

ฉันไปมิได้                           ตัณหาผูกพัน

ห่วงนั้นพันผูก                     ห่วงลูกห่วงหลาน

ห่วงทรัพย์สินศฤงคาร         จงสละเสียเถิด

จะได้ไปนิพพาน                ข้ามพ้นภพสาม

ยามหนุ่มสาวน้อย       หน้าตาแช่มช้อย

งามแล้วทุกประการ       แก่เถ้าหนังยาน

แก่ล้วนเครื่องเหม็น       เอ็นใหญ่เก้าร้อย

เอ็นน้อยเก้าพัน          มันมาทำเข็ญใจ

ให้ร้อนให้เย็น           เมื่อยขบทั้งตัว

ขนคิ้วก็ขาว            นัยน์ตาก็มัว

เส้นผมบนหัว         ดำแล้วกลับหงอก

หน้าตาเว้าวอก      ดูหน้าบัดสี

จะลุกก็โอย       จะนั่งก็โอย

เหมือนดอกไม้โรย     ไม่มีเกสร

จะเข้าที่นอน               พึงสอนภาวนา

พระอนิจจัง                     พระอนัตตา

เราท่านเกิดมา    รั้งแต่จะตาย

ผู้ดีเข็ญใจ     ก็ตายเหมือนกัน

เงินทองทั้งนั้น    มิติดตัวไป

ตายไปเป็นผี    ลูกเมียผัวรัก

เขาชักหน้าหนี    เขาเหม็นซากผี

เปื่อยเน่าพุพอง    หมู่ญาติพี่น้อง

เขาหามเอาไป    เขาวางลงไว้

เขานั่งร้องไห้    แล้วกลับคืนมา

อยู่แต่ผู้เดียว    ป่าไม้ชายเขียว

เหลียวไม่เห็นใคร     เห็นแต่ฝูงแร้ง

เห็นแต่ฝูงกา      เห็นแต่ฝูงหมา

ยื้อแย่งกันกิน       ดูน่าสมเพช

กระดูกเอ๋ย                      เรี่ยรายแผ่นดิน

แร้งกาหมากิน      เอาเป็นอาหาร

เที่ยงคืนสงัด       ตื่นขึ้นมินาน

ไม่เห็นลูกหลาน       พี่น้องเผ่าพันธุ์

เห็นแต่นกเค้า       จับเจ่าเรียงกัน

เห็นแต่นกแซก      ร้องแรกแหกขวัญ

เห็นแต่ฝูงผี          ร้องไห้หากัน

มนุษย์เราเอ๋ย        อย่าหลงนักเลย

ไม่มีแก่นสาร         อุตส่าห์ทำบุญ

ค้ำจุนเอาไว้         จะได้ไปสรรค์

จะได้ทันพระพุทธเจ้า     จะได้เข้านิพพาน

อะหัง วันทามิ     สัพพะโส

อะหัง วันทามิ นิพพานะปัจจะโย โหตุ.


                                                                 อธิษฐานภาวะนา

อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปะริจจะชามิ

ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เจริญ ข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมกายถวายชีวิตนี้ เพื่อเป็นพุทธบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา

ข้าพระพุทธเจ้าจักขอปฏิบัติตามธรรม ของพระพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อให้บรรลุถึงซึ่งสันติสุข คือพระนิพพาน ณ กาลบัดนี้

คําแผ่เมตตาให้ผู้อื่น

สัพเพ สัตต๋า สัตว์ตังหลายตังมวล

อะเวรา โหนตุ เป๋นผู้บ่มีเวรเต๊อะ

อัพพยาปัชฌา โหนตุ เป๋นผู้บ่เบียดเบียนกั๋นเต๊อะ

อะนีฆา โหนตุ เป๋นผู้บ่มีตุ๊กกายตุ๊กใจ๋เต๊อะ

สุขี อัตต๋านัง ปะริหารันตุ เป็นผู้มีมีสุขฮักษาต๋นเต๊อะ

สัพเพ สัตต๋า สัตว์ตังหลายตังมวล

ตุ๊กขะปะมุจ จันตุ จุ่งป้นจากตุ๊กเต๊อะ

สัพเพ สัตต๋า สัตว์ตังหลายตังมวล

มาละธะสัพมะติโต๋ วิกะจันตุ อย่าได้ผาศจากสมบัติอันต๋นได้แล้วนั้นเต๊อะ

อิตังโน ญาติตังโหนตุ สุขิต๋าโหนตุ ญาตะโญ ขอผลตานนี้จุ่งสำเร็จแก่หมู่ญาติดัง

หลาย ขอญาติตังหลาย จงมีสุขเต๊อะ


                                         แผ่เมตตาแบบพื้นเมือง

อิทัง ทานะกัมมัง นิพพานะปัจจะโย โหตุ โน นิจจัง

อิทัง สีละกัมมัง นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ โน นิจจัง

อิทัง ภาวนากัมมัง นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ โน นิจจัง

ยังกิญจิ กุสะลัง กัตตัพพัง กัมมัง สัพเพหิ กะเต๋หิ กะตั๋ง ปุญญัง โน อะนุโมตันตุ สุณันตุ โภนโต๋ เย เตวา อัส๎มิงฐาเน อะธิคะต๋า ทีฆายุก๋า สะทา โหนตุ สัพพะสัตต๋า สุขี อัตต๋านัง ปะริหะรั๋นตุ มาต๋าปิต๋า สุขิต๋า โหนตุ ตุ๊กขา ปะมุญจันตุ สัพเพ ญาติก๋า สุขิต๋า โหนตุ ตุ๊กขา ปะมุญจันตุ สัพเพ อะญาติก๋า สุขิต๋า โหนตุ ตุ๊กขา ปะมุญจันตุ สัพเพ ปิสา สัพเพ ยักขา สัพเพ เปต๋า สุขิต๋า โหนตุ ตุ๊กขา ปะมุญจันตุ สัพเพ เตวา สุขิต๋า โหนตุ ตุ๊กขา ปะมุญจันตุ สัพเพ อาจะริยุปัชฌายา สุขิต๋า โหนตุ ตุ๊กขา ปะมุญจันตุ สัพพะสัมปัตตินัง สะมิชฌันตุโว ฯ

กาเยนะ วาจายะ วะเจตะสา วา

พุทเธ กุกัมมัง ปะกะตัง มะยายัง

พุทโธ ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะ ยันตัง

กาลันตะเร สังวะริตุง วะพุทเธ

กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา

ธัมเม กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง

ธัมโม ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง

กาลันตะเร สังวะริตุง วะ ธัมเม

กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา

สังเฆ กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง

สังโฆ ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง

กาลันตะเร สังวะริตุง วะ สังเฆ


                            วันทาหลวง

วันทามิ พุทธัง สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต

วันทามิ ธัมมัง สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต

วันทามิ สังฆัง สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต

วันทามิ คะรุอุปัชฌาจะริโย สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต

วันทามิ กัมมัฏฐานัง สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต

วันทามิ อาราเม พัทธะสีมายัง สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต

วันทามิ เจติยัง สัพพัง สัพพัฏฐาเนสุ ปะติฏฐิตา สะรีระธาตุ มะหาโพธิง พุทธะรูปัง สะกะลัง สะทา นาคะโลเก พรัหมะโลเก ชัมพูทีเป ลังกาทีเป สะรีระธาตุโย เกสะธาตุโย อะระหันตะธาตุโย เจติยัง คันธะกุฏิง จะตุราสีติสะหัสเส ธัมมักขันเธ สัพเพสัง ปาทะเจติยัง อะหังวันทามิ สัพพะโสฯ วันทาน้อย วันทามิ ภันเต สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อะนุโมทิตัพพัง สามินา กะตัง ปุญญัง มัยหัง ทาตัพพัง สาธุ สาธุ อะนุโมทามิฯ

                                                          บทแผ่เมตตาแก่ตนเอง

อะหัง สุขิโต โหมิ ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข

นิททุกโข โหมิ ปราศจากความทุกข์

อะเวโร โหมิ ปราศจากเวร

อัพยาปัชโฌ โหมิ ปราศจากอุปสรรคอันตรายทั้งปวง

อะนีโฆ โหมิ ปราศจากความทุกข็กายทุกข์ใจ

สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ มีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์

ภัยทั้งสิ้นเทอญ.

 

ดร.ฤทธิชัย นางสุภัชชา แกมนาคและครอบครัวสร้างถวาย วัดท่าฮ่อ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย