GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

นิทานสำหรับเด็กมีให้ download กันเยอะ แต่โชคร้ายไม่มี OLPC

Storynory.com มีนิทานสำหรับเด็กให้ download เพื่อฟังกับเครื่อง iPod หรือคอมพิวเตอร์ที่สามารถฟังเสียงได้

เด็กไทยที่มี iPod ขอเชิญ download ไปฟังกันได้ ฝึกภาษาอังกฤษดีอีกต่างหาก

ส่วนเด็กไทยบ้านนอกที่ไม่มีปัญญาซื้อเครื่อง iPod และไม่มีโอกาสจะได้ใช้ OLPC ที่เป็น Universal Learning Device ก็ถือว่าซวยไปแล้วกัน

สมน้ำหน้าเกิดมาจนไม่มี iPod แถมซวยไม่มี OLPC

ความจนกับความซวยมาด้วยกันเป็นเรื่องปกติสำหรับประเทศไทยแฮะ

จะให้ทำเว็บไซต์ที่มีความสามารถอย่าง Storynory.com นี่ทำได้ง่ายๆ สบายๆ เดือนเดียวก็เสร็จ

แล้วลองนึกสิครับว่าถ้าเราสามารถให้คนไทยช่วยกัน "เล่านิทาน" ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล่าพื้นบ้านหรือว่าเรื่องเล่าสมัยใหม่มาเก็บไว้ให้เด็กได้ download ผ่าน Mesh Networking ของ OLPC ซึ่งมีต้นทุนในการ operation น้อยมาก จะเกิด revolution ด้านการศึกษาแค่ไหน

แล้วให้เด็ก vote ด้วยนะ ว่าชอบนิทานของคุณลุงคุณป้าคนไหน

นี่เป็นระบบการศึกษาแบบ many-to-many ที่สามารถข้าม time & space ได้โดยชุมชนมีส่วนร่วมอีกต่างหาก

revolution ครับ เขาเรียกว่า revolution 

แต่น่าเสียใจเด็กไทยไม่มี OLPC ดังนั้นนิทานพื้นบ้านดีๆ ไปหาฟังกันด้วย iPod ก็แล้วกัน

ผมบอกว่าเว็บอย่าง Storynory.com ทำได้ง่ายๆ คุณอาจสงสัยว่าทำไมผมไม่ทำ

เด็กไทยที่มี iPod ก็เยอะแยะ ได้ทำเว็บไซต์ขายโฆษณา รวยไม่รู้เรื่อง

ขอตอบว่า ถ้าให้ผมทำเพื่อเด็กที่มี iPod ผมไม่ทำ ถ้าอยากรวยผมรับจ้างฝรั่งทำงานผมได้เงินเยอะกว่าจมเลย

ผมจะทำเพื่อเด็กตาดำๆ ที่ขาดโอกาสเท่านั้น เมื่อไหร่เด็กพวกนี้มี OLPC ผมจะทำ Storynory.com ภาคภาษาไทยที่ดีกว่า Storynory.com ทันที บอกไว้ตรงนี้ว่าทำฟรีอีกต่างหาก

แต่ทำเพื่อเด็กที่มี iPod ผมไม่ทำ จ้างเท่าไหร่ก็ไม่ทำ ผมจนแต่หยิ่ง ใครจะทำไม

ป.ล. ผมยังไม่หายเซ็งกับการที่ประเทศไทยยกเลิกการร่วมโครงการ OLPC อยากรู้ว่าผมเซ็งแค่ไหน อ่านบันทึกก่อนหน้านี้ครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): onlineนิทานipodolpc
หมายเลขบันทึก: 57282
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 9
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (9)

เพิ่งทราบจากอ.ว่าประเทศไทยเคยพิจารณาการร่วมโครงการ OLPC แล้วยกเลิกไป มาร่วมเสียดายด้วยคนค่ะ

แต่ถึงไม่มี OLPC เราก็น่าจะยังสนับสนุนการทำ file เสียง หรือ ภาพเคลื่อนไหว ให้ download ฟรี กันเยอะๆนะคะ ไม่ต้องมี ipod ก็ได้นี่ค่ะ

ถ้าเป็นเครื่องเล่น mp3 ที่ไม่ใช่ ipod หล่ะค่ะ อ.สนับสนุนรึเปล่า

เพราะส่วนตัวก็ได้ใช้ประโยชน์จากการฟัง podcast มากๆ ทั้งด้านความรู้ทั่วไป ข่าวสาร เรื่องเล่า หรือ ธรรมะ 

(นิทานเด็กก็มีอยู่หลาย podcast ทีเดียว เช่น storiesmykidslove

ส่วนตัว download มาแล้วก็จะบันทึกใส่แผ่น CD เป็น file audio ธรรมดาแจกคนที่ไม่มีเครื่องเล่น mp3 ฟังด้วย เค้าก็เอาไปฟังในเครื่องเล่นแบบธรรมดาได้

ตอนนี้ VDO สารคดี ให้ Downloadฟรีก็มีเยอะขึ้นมาก ทั้งของ National Geographic ของ PBS ของ BBC น้องๆเด็กไทยเราน่าจะมีโอกาสได้ดูกัน (ผู้ใหญ่ก็น่าดูค่ะ) 

เห็นด้วยและเข้าใจในความรู้สึกของอาจารย์ค่ะ แต่ถึงเรายังไม่มี laptop (มีเขาน่ารัก ราคาแสนถูก และมีประโยชน์) ให้เด็กทุกคน เราก็ไม่น่าล้มเลิกความหวังดีที่จะช่วยเด็กตาดำๆเลยนะคะ

ไม่ได้หมายถึงว่าให้อ.ทำเวปแบบStorynory.com นะคะ แต่อยากบอกทุกๆคนที่พอมีพลัง มีความสามารถ และ อำนาจมาช่วยกันทำแหล่งความรู้ฟรีและเข้าถึงง่ายให้เข้าถึงกลุ่มที่ต้องการจริงๆ

ปล. ตอนนี้ก็พอมี podcast เกี่ยวกับ ไทย บ้าง แต่มักเป็นเรื่อง ท่องเที่ยว สอนภาษา หรือ เรื่องราวฝรั่งที่อยู่บ้านเรา ยังไม่มีแหล่งความรู้สำหรับคนไทยจริงๆซักที 

 

PodCast มีประโยชน์มากครับ ผมยังนึกเลยว่าสมัยผมสอบ TOEFL ถ้าผมมี PodCast ฟังอย่างเด็กในปัจจุบันนี้ คะแนนส่วนการฟังที่ทำได้น้อยก็ไม่น่าจะมีปัญหา

การใช้ PodCast กับการศึกษานี่เป็นมุมที่น่าศึกษาทีเดียวครับ ผมเชื่อว่า PodCast จะมีประโยชน์มากกับการศึกษา 

แต่ก็นั่นละครับ เครื่องเล่น mp3 คุณภาพพอไหวในท้องตลาดปัจจุบันราคาก็เกือบๆ จะเท่า OLPC แล้ว

การเข้าถึง PodCast ของเด็กผ่านเครื่องเล่น mp3 หลายๆ ชนิดที่เราควบคุม user experience ไม่ได้ ก็จะเป็นกำแพงทำให้ระบบไม่ประสบความสำเร็จครับ

ถ้า device เป็น platform เดียวกัน เราสามารถดูแล usability ของการ "เข้าถึง" ระบบให้ง่ายที่สุดเท่าที่ทำได้

แต่ถ้าเราควบคุม user experience ของ device ไม่ได้ งานของคนทำระบบเพื่อให้ประสบความสำเร็จจริงได้ก็ยากขึ้นเป็นหลายเท่าตัว

นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของ "คนทำไม่มีโอกาสได้พูด เพราะคนพูด (และตัดสินใจ) ไม่เคยคิดจะลงมือทำเอง (จะได้มีประสบการณ์และรู้ปัญหาของจริงบ้าง)"

การบริหารที่มาจากห้องประชุมก็มักจะมีปัญหาเช่นนี้ละครับ

เข้าใจและเห็นด้วยเรื่อง OLPC ค่ะ

อ่านความคิดเห็นหลายๆท่าน ในบันทึกก่อนหน้านี้ของ อ. แล้ว รู้สึกว่า พอคนอ่านชื่อ OLPC แล้วก็ไปนึกถึง laptop ทั่วไปกันซะมากกว่า ไม่ได้ทราบว่าจริงๆ OLPC มันมีรายละเอียดอย่างไร ก็เหมือนที่อ.บันทึกไว้ใน เรื่องต่อเนื่อง นั่นแหละค่ะ 

แล้วทำยังไงถึงจะมีคน brief งานให้ท่านผู้บริหารฟังแบบให้ท่านๆเห็นประโยชน์มากพอที่จะชนะ agenda อื่นๆดีหล่ะคะเนี่ยะ

ปี 2008 เครื่อง 2B1 จะลดเหลือ $100 ถ้าเสนอเรื่องใหม่ แล้ว เน้นเรื่อง open source ให้มากๆ พยายาม lobby ให้คนบ่น(แบบไม่เข้าใจจริง)น้อยลง อาจจะยังพอมีหวังรึเปล่าค่ะ หรือประเทศเรามีปัญหาขัดผลประโยชน์นายทุนซะมากกว่า?

 

 

 

คุณมัทนาคะ..ชอบทุกความเห็นของทั้งสองท่านเลย

แต่ตรงนี้โดนใจมากที่สุดค่ะ

"แล้วทำยังไงถึงจะมีคน brief งานให้ท่านผู้บริหารฟังแบบให้ท่านๆเห็นประโยชน์มากพอที่จะชนะ agenda อื่นๆดีหล่ะคะเนี่ยะ "

นั่นสินะคะ....ทำยังไง (หลายๆๆๆๆๆผู้บริหารเสียด้วย)

  • เห็นใจที่อาจารย์ต้องต่อสู้เพื่อ OLPC สำหรับเด็ก
  • ให้กำลังใจครับ อย่าเพิ่งสิ้นหวัง
  • อาจารย์ครับ ถ้าไม่สามารถทำอะไรได้ในด้าน supply push ทำไมไม่กระตุ้นให้เกิด demand pull ล่ะครับ ? เรื่องเทคโนโลยีอะไรก็แล้วแต่ ล้วนเป็นระบบ bootstrap นะครับ คือเกิดจากฟาก supply หรือฟาก demand ก่อนก็ได้ ซึ่ง supply ด้าน hardware ก็ต้องการ demand ด้าน software ซึ่งผมมองว่า ทั้งสองด้าน อะไรเกิดก่อนหลัง ล้วนไม่ต่างกัน ถ้าดีจริง
  • เมื่อสามสิบปีก่อน สมุนไพรไทยเคยเจอปัญหา "ไก่เกิดก่อนไข่ หรือไข่เกิดก่อนไก่" คือไม่มีผู้ใช้ ก็เลยไม่มีผู้ผลิต เมื่อไม่มีผู้ผลิต ก็เลยไม่มีผู้ใช้ ต่อมา เมื่อเกิดการเรียกร้องขึ้นจากผู้ใช้ ก็ผู้ผลิตมาเป็นพรวนเอง

 

เป็นคำแนะนำที่มีคุณค่ามากครับอาจารย์วิบุล

แต่เรื่องซอฟต์แวร์นี้เราจะทำออกมาก่อนได้ยากครับ เราอาจจะให้มันทำงานบน emulator เพื่อ demo บนเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ แต่ก็จะเกิดปัญหาเข้าใจว่า OLPC เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์อีก เพราะตอนนี้ปัญหาที่สำคัญที่สุดคือ "คนเข้าใจผิดว่า OLPC เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์" ครับ

ในอีกประเด็นหนึ่งคือการออกแบบ User Experience ของ OLPC ต้องอาศัยเครื่องเป็นตัวนำครับ

เหมือนถ้าจะ demo ประโยชน์ของ PDA (อาทิ Palm ในช่วงแรกๆ) ถ้าให้ทำงานบน emulator โดยไม่ให้คนได้ใช้งานเครื่องของจริงเลย โอกาสที่คนจะเห็นว่า PDA มีประโยชน์นี่อาจจะจูงใจลำบากครับ

แต่ผมเชื่ออย่างยิ่งว่า demand pull จะเกิดขึ้นเมื่อเราเห็นประเทศอื่นใช้ครับ แล้วในที่สุดกระแสก็จะเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากคนที่ได้ไปเห็นได้ไปสัมผัสการใช้งานจริง

อีกกระแสหนึ่งจะเกิดขื้นจากเครื่องในตลาดมืดที่ตกมาถึงเมืองไทยให้คนไทยได้แอบทดลองใช้กัน 

บราซิลเป็นประเทศที่ตั้งท่าจะเป็นต้นแบบให้เราได้ไปดูงาน OLPC ในอนาคต เหมือนที่เขาเป็นผู้นำด้านการทดแทนน้ำมันปิโตรเลียมครับ

เอาของเขามาใช้ทีเดียวเลยนี่มีข้อดีคือเราไม่ต้องไปลองผิดลองถูกและเสียเวลาวิจัยเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของ revolution ด้านการศึกษา

ข้อเสียคือเราไม่มีโอกาสได้ลองผิดลองถูกและได้วิเคราะห์วิจัยเพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ "สร้าง" revolution ด้านการศึกษาครับ

ส่วนเรื่องใหญ่สุดคือ OLPC "ดีจริง" หรือเปล่า เรื่องนี้เป็นคำถามใหญ่ครับ ไม่มีใครตอบได้แน่นอน ที่แน่ๆ คือ OLPC ไม่ได้ดีออกมาจากกล่องแน่นอนครับ

OLPC เป็นอุปกรณ์เพื่อ "สร้างโอกาส" ทางการศึกษาให้เท่าเทียมกัน แม้เราจะนำมาใช้ภายในประเทศแต่ถ้าเราไม่ได้คว้าโอกาสนั้น และทำระบบรองรับอย่างเพียงพอ โอกาสก็หลุดมือไปได้ง่ายๆ เช่นกันครับ

ข้อดีคือการใช้งาน OLPC อย่างแพร่หลายจะทำให้เราสร้างระบบรองรับการใช้งานได้ง่ายขึ้นครับ

ถ้าเปรียบเทียบก็เหมือนก่อนหน้านี้เราคิดเรื่องระบบการส่งผ่านสารสนเทศบนระบบเครือข่ายกันยุ่งยากวุ่นวาย แต่พอมีเทคโนโลยีเว็บที่เป็นมาตราฐาน ระบบส่งผ่านสารสนเทศทั้งหลายที่เคยทำยากทำเย็น ก็ทำง่ายขึ้นอย่างมาก

การใช้งาน OLPC ใน large scale จะทำให้ทำได้ง่ายขึ้นเข้าไปอีกครับ ชนิดว่าเกินที่เราจะคิดว่าเป็นไปได้ขนาดนี้ทีเดียว

เพราะ vision เพื่ออุปกรณ์อย่าง OLPC นี่คิดกันเยอะมากเชียวครับ ทั้งในอุตสาหกรรมและในวงวิชาการ

UMPC จากกลุ่ม Microsoft กับ Nokia 770 นี่ก็จะได้ใช้กันอีกไม่นาน (แต่เขาไม่ยอมขายในเมืองไทย สงสัยเหมือนกันว่าทำไม) 

ผมนึกถึงสมัยใช้เครื่อง ratree.psu.ac.th แล้วพยายาม compile ทำให้คำสั่ง 'www' ทำงานได้ พยายาม ftp "mosiac" กันเป็นวันๆ เพื่อให้ได้ใช้เว็บในยุคแรก

ความรู้สึกต่อเว็บในวันนั้นเป็นอย่างไร ความรู้สึกต่อ OLPC ของผมก็มีในวันนี้เช่นนั้นครับ

ผมไม่กลัวว่าประเทศไทยจะตกรถไฟ OLPC แต่สิ่งจะเกิดขึ้นคือประเทศไทยจะขึ้น OLPC ท้ายขบวนครับ

ขึ้นช้าก็ไปถึงปลายทางช้ากว่าครับ

>> ขึ้นช้าก็ไปถึงปลายทางช้ากว่าครับ

เหมือนชื้อตั๋ว  แต่ไม่ได้ไป...
ไม่ได้ขึ้นช้าครับ     ยังไม่ได้ขึ้น!!

ขอบคุณนะคะที่ให้ความสำคัญกับการฟังและจินตนาการของเด็ก ดิฉันมักจะหาซื้อ CD เพลงเด็ก หรือนิทานเด็ก มาให้หลานฟังเสมอ ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนว่า มีประโยชน์ในแง่กระบวนการคิดและเรียนรู้อย่างมากค่ะ

"""""""ขอบคุณสำหรับเว็บไซด์ดีๆๆ สำหรับเด็กไทยได้ใช้ศึกษา............