"พี่หนาน"
นาย พรพจน์ พี่หนาน เรียงประพัฒน์

​ข้อคิดจากการไปงานศพ


๑๗/๐๗/๒๕๕๗

****************

ข้อคิดจากการไปงานศพ

           เมื่อคืนวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้ไปร่วมงานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมเนื่องในงานศพของพ่อใหญ่ถม ข้างโต ตอนกลางคืนเจ้าภาพได้นิมนต์พระมาสวดพระอภิธรรม ๔ รูป นิมนต์มาแสดงธรรม ๑ รูป และมีพระมาเป็นเจ้าภาพนั่งด้านนอกอีก ๒ รูป เท่าที่ฟังและสังเกตการสวดพระอภิธรรมของพระสงฆ์อย่างตั้งใจ พระสงฆ์ที่มาสวดในวันนี้

๑. ท่านสวดเร็วมาก จังหวะในการสวดฟังดูไม่เพราะ เสนาะหู เสียงกระโดดขึ้นกระโดดลง แปร่ง ๆ ยังไงบอกไม่ถูกไวแต่ไม่ได้จังหวะหรือทำนองที่เหมาะควร

๒. ในบทปุคคปัญญัติ ท่านผู้นำสวดออกเสียงผิดตรงคำว่า “ปัญญัติติโย” เสียงจริงออกเป็นเสียง ป. ปลา แต่ท่านออกเสียงเป็นเสียง บ.ใบไม้ทั้งหมด คือหากออกเสียงถูกต้อง ควรเป็น “ฉะ-ปัน-หยัด-ติ-โย” ท่านออกเสียงเป็น “ฉะ-บัน-หยัด-ติ-โย” ซึ่งก็คือความหมายหรือรูปแบบที่เปลี่ยนเป็นภาษาไทยแล้ว ท่านไม่ตรวจสอบหรือระวังการสวดการท่องเลย เรื่องเล็กน้อยอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ เพราะท่านเป็นผู้นำ สวดบ่อย ๆ จนกลายเป็นความเคยชิน และจะกลายเป็นนิสัยที่จะแก้ยากในอนาคต คนที่รับฟังบ่อย ๆ หัดสวด หัดฟัง หัดว่าตามแบบชาวบ้านก็จะคิดว่านั่นคือการ “สวดถูกต้องแล้ว”ท่านน่าจะหาเวลาหรือตำรามาตรวจสอบ ทบทวนบทสวดมนต์แนะนำสวดกันบ้าง เมื่อมีเวลา ไม่อยากให้มีการปล่อยปละละเลยกันแบบนี้ ผู้รู้ท่านมักกล่าวกันว่า “ทิฏฐิพระ มานะครู” ชาวบ้าน(อย่างผม)จะกล้าไปแนะนำก็คงจะเป็นไปไม่ได้

            หลังจากสวดพระอภิธรรมเสร็จแล้วก็ถวายปัจจัย คืนนี้พระรับปัจจัยดูแล้วรูปไหนคงไม่ต่ำ ๒๐ ซอง (ไม่รู้ซองละเท่าไหร่)ถวายปัจจัยเสร็จชุดที่สวดก็กลับวัดก่อน ที่นิมนต์มาเทศน์ก็เทศน์ต่อ รูปที่เทศน์ชื่อ พระธเนศวร ชยฺยธมฺโม วัดราชคีรีวิเศษ(วัดเก่า) ก่อนเทศน์ท่านขอบิณฑบาต(ไม่ได้ขอข้าวนะครับ)ไม่ให้ชาวบ้านส่งเสียงดังเวลาพระเทศน์ ท่านบอกขอให้เงียบ ๆ กัน สัก ๒๕ นาทีนะ อย่าคุยกัน เดี๋ยวท่านจะไม่มีสมาธิเทศน์ว่างั้น ข้อคิดจากธรรมะที่ท่านเทศน์ซึ่งผมพอจับความได้ ๒ ประเด็นหลัก ๆ คือ

๑. การจัดงานศพนั้นเป็นการแสดงออกถึง “ความกตัญญูกตเวที” ต่อบุพพการี “กตัญญูหมายถึง รู้คุณ คือรู้คุณพ่อ รู้คุณแม่ รู้คุณญาติพี่น้อง รู้คุณแผ่นดินเกิดเป็นต้น “กตเวที หมายถึง ตอบแทนคุณ คือรู้แล้วว่าพ่อแม่มีคุณต่อเราแล้วก็ต้องตอบแทนคุณ เช่นพ่อตายก็ต้องตอบแทนด้วยการจัดงานศพ บำเพ็ญกุศลให้ทานถวายทานพระสงฆ์ไปให้ท่าน ให้ท่านพ้นจากความลำบากในภพภูมิเบื้องหน้าเป็นต้น พระอาจารย์ท่านกล่าวว่าความกตัญญูนั้น อีกนัยหนึ่งก็คือ “ความเมตตา” นั่นเอง ความเมตตาเปรียบเหมือนกับแผ่นดินหรือผืนดินของโลก ที่พอได้รับฝนแดดอุณหภูมิในปริมาณที่เหมาะสมก็จะเกิดพันธุ์ไม้ต่างๆ นานาขึ้นมาได้ ความเมตตาของพ่อแม่ ของทุกคนก็ส่งความรักความเจริญให้ลูกหลาน เติบโตแกร่งกล้ามีหน้ามีตา มีงานทำ มีเกียรติยศได้ ทำให้สังคมสงบสุขได้ไดม่ต่างกัน

๒. อีกเรื่องหนึ่งคือ ท่านยกเรื่องของบุคคล ๔ ประเภทมาชี้แนะให้ข้อคิดตามหลักบาลีว่า

          ๑)ตโม ตมปรายโน มืดมาแล้วก็มืดไป

          ๒)ตโม โชติปรายโน มืดมาแล้วก็สว่างไป

          ๓)โชติ ตมปรายโน สว่างมาแล้วก็มืดไป

          ๔)โชติ โชติปรายโน สว่างมาแล้วก็สว่างไป

          ๑) ท่านขยายความหมายข้อแรกคือ บุคคลที่เกิดมาในภาวะที่ลำบากยากแค้นครอบครัวขัดสน เดือดร้อน ไม่มีความพร้อม ขาดปัจจัยสำคัญหล่อเลี้ยงชีวิต เหมือนคนที่มืดบอดทางความคิด บอดทางสายตา และบุคคลดังกล่าวยังปฏิบัติตนผิดศีลผิดธรรมประพฤติอกุศลกรรม ๑๐ ตลอดการมีชีวิตอยู่ พอสิ้นชีวิตแล้วก็จะนำพาตนไปสู่นรก

          ๒) ข้อที่สอง คือ บุคคลที่เกิดมาในภาวะที่ลำบากยากแค้น ขัดสน เดือดร้อนดังกล่าวมาแต่ไม่ยอมย่อท้อต่อโชคชะตา แสวงหาดิ้นรนให้ตนเองพ้นจากความลำบากนั้นด้วยวิธีการต่างๆ นานาและไม่ยอมผิดศีลธรรม ปฏิบัติตนตามหลักธรรมที่ถูกต้องเข้าใจวิถีชีวิตตามสภาพของความเป็นจริง ช่วยเหลือสังคมเมื่อถึงคราวสิ้นชีวิตแล้ว ก็จะเข้าถึงโลกแห่งสวรรค์ท่านว่า “ต้นคดปลายตรง” ใช้ได้

          ๓) ข้อที่สาม คือ บุคคลที่เกิดมาในโลกนี้อาจเรียกว่า “คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด” ก็ว่าได้มีความพร้อมทุกอย่าง ครอบครัวอบอุ่น พ่อแม่ร่ำรวย ญาติพี่น้องแสนดี สมอง ร่างกาย อวัยวะครบ ๓๒ ทุกประการ แต่สันดานไม่ดี นิสัยใช้ไม่ได้ ไม่ยอมเชื่อฟังพ่อแม่ ครูอาจารย์ ดื้อรั้น ประพฤติผิดหลักศีลธรรม อกุศลกรรม นำพาตัวเองเข้าสู่สิ่งชั่วร้าย ท่านเปรียบเหมือนต้นไม้ที่ “ต้นตรงปลายคด” สุดท้ายพอสิ้นชีวิตแล้ว ก็เข้าหาทุคติ นรกโลกเป็นที่หวัง

          ๔) ข้อที่สี่ คือ บุคคลที่เกิดมาแล้วสมบูรณ์ทุกอย่าง ทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ มีความพร้อมในทุกด้าน ไม่ขาดปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อชีวิตเลย และยังประพฤติปฏิบัติตัวอยู่ในศีลธรรมอันงามหรือประพฤติแต่กุศลกรรม ทำคุณงามความดีสร้างคุณประโยชน์ต่อตนเองและสังคม หรือกล่าวง่าย ๆ ว่า “มาดี ไปดี” หากเปรียบเหมือนกับต้นไม้ก็ต้องเป็นต้นไม้ที่ “ลำต้นตรงตลอดทั้งต้น” ไม่มีที่ตำหนิ

           ตอนท้ายท่านกล่าวสรุปว่า คนเรานั้นไม่ควรที่จะลืมหลักธรรมสำคัญดังกล่าวมา “อย่าประมาท” อย่าได้คิดว่า เรายังเด็ก อายุของเรายังน้อยอยู่ เรายังไม่แก่ เรายังไม่เจ็บป่วย เรายังสุขภาพดีอยู่เลย เพราะการคิดแบบนี้ จะทำให้เรา “ประมาท” และอาจหลงทางและจะเข้าหลัก “สว่างมา มืดไป” ได้ ขอให้ตั้งใจบำเพ็ญบุญอุทิศส่วนกุศลเพื่อเป็นการตอบแทนคุณของผู้ตายในฐานะที่เราเป็นภรรยา เป็นลูก เป็นหลาน เป็นญาติมิตร ก็ขอให้มีความรัก เมตตาต่อกันช่วยเหลือกัน ไม่ทอดทิ้งกันในยามยากยามลำบากเช่นนี้...แล้วท่านก็อวยพรเจ้าภาพและลงท้าย “เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้”

          พอพระเทศน์จบแล้ว ผมก็มาคิดพิจารณาตนเองอยู่ว่า “เราอยู่ในประเภทไหนนะ?” ถ้าไม่เป็นการเข้าข้างตนเองจนเกินไปน่าจะอยู่ที่ข้อ “ตโม โชติปรายโน มืดมาแล้วก็สว่างไป” นะ เพราะวิถีชีวิตตอนเป็นหนุ่มที่ผ่านพ้นมาก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน...

หลักธรรมนี้มาจาก “ปุคคลสูตร” ลองเข้าไปอ่านรายละเอียดกันดูนะครับ

http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=15&A...

**ขอบคุณทุกท่านที่สนใจ ขอบคุณโกทูโนว์**

หมายเลขบันทึก: 572658เขียนเมื่อ 17 กรกฎาคม 2014 15:31 น. ()แก้ไขเมื่อ 17 กรกฎาคม 2014 15:42 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (5)

๑) ตโม ตมปรายโน - มืดมาแล้วก็มืดไป          = ต้นคด ปลายคด

๒) ตโม โชติปรายโน -มืดมาแล้วก็สว่างไป    = ต้นคด ปลายตรง

๓) โชติ ตมปรายโน - สว่างมาแล้วก็มืดไป       = ต้นตรง ปลายคด

๔) โชติ โชติปรายโน - สว่างมาแล้วก็สว่างไป  = ต้นตรง ปลายตรง

ชั่งเป็นนักฟังที่มีหูทิพย์ หูธรรมดีจริงพี่หนาน จริงครับงานศพทุกวันนี้ เหมือนไปงานแฟชั่น บันเทิง เริงร่า เจรจา ไร้แก่นสาร งานชนิดนี้คือ งานธรรม งานเทศน์ งานทบทวนชีวิต งานฝึกจิตถึงวัฏ  งานพัฒนาจิตข้างใน งานผู้ตายสอนผู้เป็น ครับ..โดยเฉพาะในกทม. น่าจะปฏิรูปซะใหม่ ให้ถึงแก่นแท้ของคำสอนพระพุทธศาสนา ทั้งพระและคนร่วมงานนะครับ อยากเขียนเรื่องนี้สักวันครับ

ขอบคุณครับ

ไปงานศพได้สิ่งดีๆ กลับมาเสมอค่ะ พี่ชอบฟังเวลาพระเทศน์  แต่บางทีมักมีคนคุยกันเสียงดัง

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี