"มรณนฺตํ ชีวิตํ" (มะระนันตัง ชีวิตัง) ข้อความนี้แปลว่า "ชีวิตมีความตายเป็นที่สุด" หรือ "ความสิ้นสุดของชีวิตคือความตาย" ข้อความนั้น มักผุดขึ้นมาเสมอเมื่อผมคิดถึงเรื่องเป็นๆตายๆ อย่างในดึกนี้ ทำให้ผมต้องเปลี่ยนอิริยาบถจากนอนดูหนังไทยเก่าๆเรื่อง "อีแตน" โดยการลุกขึ้นมาเขียนบันทึก หลังจากไม่ได้ให้เวลากับการเขียนมาหลายเดือน เพราะให้ชีวิตเป็นไปกับการเดินทางและรักษาความรู้สึกดีๆของคนรอบข้าง ภาพที่ทำให้ผมต้องลุกขึ้นมาเขียนคือภาพปลายเท้าที่ทอดยาวแบบสงบนิ่ง

    ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวที่ผมมองลงไปปลายเท้า เห็นเท้าของตัวเองทั้งสองข้างนิ่งงัน ไม่เคลื่อนไหว แล้วเชื่อมโยงไปถึงศพผู้ชาย ที่เคยพบเห็นมาก่อน ศพที่ไม่มีลมหายใจนอนแน่นิ่งอยู่บนเสื่อกก เท้าของศพก็นิ่งไม่เคลื่อนไหวอย่างที่ขาของผมเป็นอยู่ในขณะนี้ ดูๆแล้ว ขาที่ทอดยาวของผมนั้น ก็คือศพๆหนึ่งนั่นเอง การเห็นกิริยาแบบนี้ และพบอารมณ์แบบนี้ มักเกิดขึ้นกับผมบ่อยครั้ง แล้วสุดท้ายก็จะมีความคิดอื่นๆเสริมเข้ามา เช่น ชีวิตก็แค่นี้ ขาของเราที่ทอดยาวไม่ได้แตกต่างจากขาศพ ถ้าวันนี้ผมไม่มีความรู้สึกแล้ว ไร้ลมหายใจแล้ว เราก็คือศพนั่นเอง ซึ่งจะมีกิริยาคือการนอนทอดยาวอย่างนี้ คนเราเมื่อตายแล้วไปไหน หมายถึง ร่างกายหยุดการเคลื่อนไหว แต่ความคิดความรู้สึกหายไปไหน ในวันนี้ถ้าร่างกายของเราที่หมดลมแล้วถูกไฟเผาร่าง ไม่เหลือร่างแล้ว ความเป็นเราของเราที่เรามีเราเป็นจะมีอยู่หรือไม่ อย่างไร ฯลฯ หลากหลายความคิดที่เข้ามา

   พระมักสอนอย่างข้อความที่ว่านั้น คือชีวิตมีความตายเป็นที่สุด ผมใคร่ครวญแล้วว่า มีความเป็นไปได้ เพราะทันทีที่สิ้นชีวิต ความเป็นชีวิตก็สิ้นสุดไปด้วย ดังนั้น ชีวิตจึงสิ้นสุดที่ความตาย ส่วนตายแล้วไปไหน หรือจะกลายเป็น "ศูนย์" นั้น ผมไม่รู้ในเรื่องนี้ สิ่งที่รู้คือ ขณะนี้ ขาที่ทอดยาวลงไปนั้น แน่นิ่ง ไม่แตกต่างจากขาของคนที่ตายไปแล้ว รอญาติดำเนินการตามพิธีกรรมทางศาสนา