รูปภาพ:ไผ่เลี้ยงน้องกับหน่อไม้เลี้ยงน้อง
บทกวีไผ่เลี้ยงน้อง
ผู้แต่ง: ก. วันทะมาศ
ไผ่เอ๋ยไผ่ เลี้ยงไว้ ได้กินหน่อ ปลูกหนึ่งกอ แตกหน่อได้ ขยายพันธุ์
ใบไผ่หล่น ตกลง ทับถมกัน บริเวณนั้น ดินปุ๋ยไผ่ ให้ความอุดม
มีไส้เดือน ชอนไช มีเห็ดโคลน ไผ่สุดทน ทานสู้ได้ อย่างเหมาะสม
โน้มกิ่งใบ ไปตาม กระแสลม น่าชื่นชม ทั้งรากเหง้า เจ้าก็ดี
ปลูกเป็นแนว กั้นน้ำ ก็ยังได้ น้ำท่วมใหญ่ แช่ขังไว้ ได้เป็นปี
ฟื้นฟูดิน คืนสภาพ จากเคมี ด้วยอินทรียวัตถุสีเขียวเอย
เป็นไม้พุ่ม ลำต้น เป็นปล้องปล้อง เลี้ยงพี่น้อง พ้องเพื่อน ดีนักเหวย
ต้มหน่อไม้ จิ้มน้ำพริก รสเด็ดเลย แกงส้มเอย หน่อไม้ดอง หายข้องใจ
ลำต้นไผ่ ใช้สอยได้ หลากหลายนัก ทำราวผัก ห้อยตำลึง ก็ยังได้
ถั่วฝักยาว เลื้อยตามแหนง แข่งผลิใบ จอบเสียมได้ ด้วยด้ามไผ่ ใช้คล่องดี
ทำที่ค้ำ กิ่งมะนาว ดียิ่งนัก เผื่อกิ่งหัก ต้นล้ม ทนใช้ได้
ปลูกกิ่งตอน ต้องอย่า นิ่งนอนใจ ให้ผลได้พร้อมหน่อไม้ตลอดปี
มีพันธุ์ไผ่ เลี้ยงน้อง ที่ต้องปลูก ไว้เลี้ยงลูก เลี้ยงหลาน กันเต็มที่
ออกหน่อให้ ได้กิน กันทั้งปี ขายหน่อได้ ราคาดี มีกำไร
ไม่ใช่ไผ่ “พงศธร” ร้องลูกทุ่ง ไผ่กิมซุง ตงลืมแล้ง ก็ไม่ใช่
ไผ่เลี้ยงน้อง” ร้องบอก ให้เข้าใจ ออกหน่อได้ เป็น “หน่อไม้เลี้ยงน้อง” เอย
รูปภาพ:น้องใภ้กับพี่นางและหน่อไม้เลี้ยงน้อง
ไผ่เลี้ยงน้อง เป็นพืชชนิดหนึ่งมีลักษณะเป็นพุ่มๆ ลำต้นเป็นปล้องๆ เหมือนไผ่ทั่วๆไป แต่ไม่มีหนาม ลักษณะเหมือนไผ่เลี้ยงแต่ต้นเตี้ยกว่าต้นไผ่เลี้ยง ต้นสูงเต็มที่ประมาณ 4-5 เมตร เท่านั้นแตกต่างจากไผ่เลี้ยงที่นิยมปลูกทั่วไปจะสูง 7–12 เมตร ขึ้นเป็นกอแน่นแบบหลวมๆ เหมือนกัน ข้อปล้องยาวประมาณ 15-35 ซม. ลำต้นแก่สีเขียวถึงสีเขียวอมเหลือง แตกกิ่งก้านบริเวณกลางลำต้นขึ้นไปถึงปลายยอดตามข้อปล้อง ใบเป็นรูปใบหอกหรือรูปแถบ สีเขียวสด กาบหุ้มบริเวณข้อเป็นรูปสามเหลี่ยมสีเขียวอมเหลือง มีขนสีน้ำตาลปกคลุมหรือเกลี้ยง ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำต้น ผลผลิตที่สำคัญคือหน่อไม้เลี้ยงน้อง มีผลผลิตออกตลอดทั้งปี แต่จะมีผลผลิตลดลงในช่วงฤดูหนาวใบล่วงในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม และผลผลิตจะสูงมากช่วงหน้าฝน หน่อไม้เลี้ยงน้องเป็นอาหารที่นิยมทานกันมากโดยเฉพาะภาคอีสาน มีรสชาติหวาน กรอบ อร่อย ทำอาหารได้หลายอย่าง สามารถนำมาต้มน้ำเพียงครั้งเดียว จิ้มน้ำพริกกินได้เลย ไม่มีรสขมหรือเฝือน หน้าแล้งขายได้ถึงกิโลกรัมละ 50 บาท ส่วนหน้าฝนที่มีหน่อไม้ป่าออกมาขายในตลาดมากๆราคาก็ไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 10 บาท หนึ่งกิโลกรัมได้ประมาณ 3-4 หน่อ และหน่อแหนงเป็นที่นิยมกันมาก แต่เจ้าของสวนไม่ขายมักจะนำไปแจกญาติพี่น้องเป็นของฝาก หรือไม่ก็กินในครัวเรือนกันเอง นอกจากนี้ต้นไผ่ยังมีคุณสมบัติพิเศษทั้งด้านความแข็งแรงและยืดหยุ่นที่เหนือ กว่าวัสดุสังเคราะห์หลายชนิด จึงได้รับความนิยมในการทำเครื่องมือเครื่องใช้หลายประเภทใช้ในงานก่อสร้าง ทำไม้ค้ำยัน เฟอร์นิเจอร์ ปลูกเป็นแนวรั้วใช้ทำราวตากผ้า ทำราวปลูกผักถั่วฝักยาว ตำลึง ทำเป็นไม้ค้ำกิ่งมะนาว ทำนั่งร้านก่อสร้างและบันได เนื่องจากมีกอสวยงาม ลำสม่ำเสมอไม่แน่น ซึ่งลำต้น สามารถใช้งานได้หลังปลูกเพียง 1 ปี รากของไผ่ก็ช่วยรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดิน ดินที่รากไผ่ชอนไชลงไปเป็นดินที่ร่วนซุยมากช่วยปรับสภาพดิน รวมทั้งใบไผ่ที่ร่วงโรยลงมาตกทับถมกันก็เป็นปุ๋ยช่วยฟื้นฟูสภาพดินที่เสีย จากการใช้สารเคมีได้ และถ้าปลูกไผ่เป็นแนวดีๆก็สามารถเป็นแนวกั้นน้ำท่วมได้ แต่ตรงกันข้ามก็สามารถปลูกทำเป็นแนวระบายน้ำได้ร่มรื่นดีเช่นกัน
รูปภาพ:น้าบ่าวกับพี่อ้ายและสวนไผ่เลี้ยงน้อง
รูปภาพ:อุหน่อไม้ถนอมอาหารภูมิปัญญาของคนอีสาน ขาดละ 10-20 บาท
รูปภาพ:ผลผลิตสูงขึ้นทุกปี
รูปภาพ:กำลังตัดแต่งต้นและกิ่งไผ่ให้เหลือกอละ 4-5 ต้น ช่วงหน้าหนาวหลังจากผลผลิตน้อย เตรียมใส่ปุ๋ย จะได้ออกหน่ออีกต่อไป





