ทุ่งนาแห้งแล้งกันดารไม่เฉพาะดินแดนอีสาน ที่เลาขวัญเมืองกาญจน์ก็เจอปัญหานี้เช่นกัน แม้จะย่างก้าวเข้าเดือนกรกฎาคมแล้ว เม็ดฝนหยดน้ำยังเบาบาง นานแสนนานจะโปรยละอองร่วงหล่นกระทบใบไม้ ยอดหญ้าและพื้นดิน ทุกครั้งที่สายตาเราจับจ้องมองหมู่แมกไม้ เห็นใบเหี่ยวเฉาเปรียบเหมือนคนที่ไม่สบาย เราเองก็รู้สึกหดหู่ไม่น้อย ความร้อนระอุและอบอ้าวทำให้บรรยากาศในแต่ละวันดูอึดอัด ร่างกายดูเหนอะหนะ เวลาลมพัดก็หอบเอาไอแดดมากระทบร่างกายรู้สึกร้อนวูบผิวแทบไหม้

   หลายวันแล้วที่นั่งคิดและทบทวน เมื่อเวลาวันเสาร์วันอาทิตย์ หยุดเรียนไม่มีสมาชิกช่วยงาน อาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อม รดน้ำ พรวนดิน ต้อนไม้ดูเหี่ยวเฉา เราจะหาวิธีบรรเทาอาการขาดแคลนน้ำของต้นไม่อย่างไรดี โดยเฉพาะสวนเกษตรที่ปลูกต้นไม้และพืชผักหลากหลายชนิด ที่สำคัญที่สุดคือมะนาวแป้นพิจิตรในวงบ่อ คิดหาวิธีอยู่นานเพื่อจะช่วยแบ่งเบาภาระงานของคุณครูและผู้บริหารที่แวะเวียนมาทำงานในวันหยุดเสาร์อาทิตย์

   การทดลองจึงเกิดขึ้น เมื่อได้ขวดน้ำพลาสติกและสำลี เจาะรู้ที่ข้างขวดน้ำ(ก้น) ทั้ง 4 ด้าน แล้วอุดด้วยสำลี บรรจุน้ำให้เต็ม ปิดฝา นำไปติดตั้งที่หลุมต้นมะนาว ใช้ 2 ขวด ต่อมะนาว 1 ต้น ฝังขวดไว้ในดินประมาณครึ่งขวด เมื่อน้ำหมดขวดเราสามารถเติมใหม่ได้สะดวกมาก น้ำในขวดจะซึมผ่านสำลีแล้วซึมลงดินให้ความชื้นแก่ดินและรากของต้นไม้

   สิ่งประดิษฐ์นี้ทำง่าย  สะดวก  ประหยัด ไปไหนไกลๆได้หลายวันโดยไม่ต้องกลัวต้นไม้จะขาดน้ำตาย ที่สำคัญเราสามารถผสมปุ๋ยกับน้ำในขวดได้ด้วย พืชได้น้ำได้ปุ๋ยเพื่อการเจริญเติบโต นักเรียนได้เรียนรู้ เกิดแรงบันดาลใจ สามารถนำไปปรับใช้ที่บ้านได้ด้วย สิ่งเหล่านี้อาจไม่ใช่ของใหม่ แต่ทำแล้วได้ประโยชน์ สร้างสรรค์ พัฒนาต่อยอดได้...