อารัมภบท (อันแสนยาว)

จากเด็กน้อยบ้านป่าผู้เติมโตมาในสังคมสองยุค (คิดเอง) ยุคแรกเป็นยุคตะเกียงน้ำมันก๊าดทั้งๆที่ภายนอกเป็นยุคหลอดไฟแต่ไม่รู้เป็นความโชคดีหรือโชคร้าย  ยุคสองเริ่มออกมาจากนอกกะลาเข้าสู่แสงสีซึ่งเป็นยุคหลอดไฟ แต่คนอื่นเขาเรียกยุคดีจิตอล เฮ้อมันจะตามเพื่อนไม่ทันเลยหรือเนี๊ยะ (คิดในใจ) เริ่มเข้าเรียนในโรงเรียนวัดอุปกรณ์การเรียนก็ไม่พร้อมอะไรสักอย่างจะเรียนทันเพื่อนไหมเนี๊ยะ ขนาดแต่งประโยคง่ายๆๆยังทำไม่ได้ ยังจำได้ไม่เคยลืมแค่แต่งคำว่าเมื่อวาน ใช้เวลาเกือบชั่วโมง จนครูต้องช่วยกันถึงสองคน (เด็กคนนี้โง่มาก) หลังจากนั้นก็ตั้งปณิธานไว้ยังไงก็ต้องเรียนให้สูงที่สุด เรียน  เรียน และก็เรียน จากหน้ามือเป็นหลังมือด้วยความพยายามหรือคำเหยียดหยัน เสียงหัวเราะด้วยความดูถูก ก็ไม่แน่ใจ ทำให้เด็กน้อยเปลี่ยนไปเริ่มที่จะใฝ่รู้จากหนังสือสิ่งรอบข้าง หนังสือทุกเล่มที่ครูให้จะต้องอ่านให้จบก่อนครูสอน เดินกลับจากโรงเรียนต้องแวะดูโทรทัศน์บ้านเพื่อน (บ้านเองไม่มีก็อย่างที่บอกยังใช้ตะเกียงผสมหลอดไฟอยู่เลย) กลับบ้านค่ำทุกวัน จนพ่อกับแม่ดุบางวันกลับค่ำมากก็โดนตีแทนที่จะจำกลับยังทำแบบนี้อยู่เป็นประจำ จนเริ่มเข้า ป.2 การเรียนเริ่มดีจนได้รับทุนและเป็นตัวแทนแข่งขันทักษะ มาตลอดจนจบประถมศึกษา ก็เข้าเรียนระดับมัธยมในโรงเรียนประจำอำเภอ ก็ยังไม่ทิ้งนิสัยเดิมคืออ่านและก็ดู  แต่ที่บ้านก็ไม่พอจะส่งเสียทำกิจกรรมกับเพื่อนทีต้องหาเงินเองจะไปร่วมกิจกรรมต่างจังหวัดก็ต้องทำงานตัวเป็นเกลี่ยวกว่าจะได้เงินไปเที่ยวกับเพื่อนรับอาสาครูช่วยทำงานก็ได้เงินเก็บบ้างสะสมไว้จะได้เที่ยวกับเพื่อน เคยคิดอยู่เหมือนกันว่าวัยอย่างเราน่าจะมีเหมือนเพื่อนๆมีทำไมเราไม่มีนึกแล้วน้อยใจในโชคชะตาเหมือนกันเคยคิดฆ่าตัวตายด้วยซ้ำ แต่ด้วยกำลังใจจากครอบครัวและแรงผลักดันจากคำนินทาและคำดูถูกของคนรอบข้าง ก็เลยตั้งปณิธานไว้ "กรูต้องเรียน  เรียน และก็เรียน" ไม่มีอะไรหรือสิ่งใดมาเอาความรู้จากเราไปได้  ใฝ่ฝันในอนาคตต้องเป็นอินทีเรียให้ได้ แต่จุดผลิกผันก็มีอีกแล้ว (จบแค่นี้ก่อนนะค่ะ โปรดติดตามตอนต่อไป) พัสนี  ผกากรอง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน แนวคิด ทฤษฏี การจัดการนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา



ความเห็น (0)