๒๐ กว่าปีที่ผ่านมา ภาษาไทยได้กลายพันธุ์ด้านการออกเสียง คำศัพท์ใหม่ ที่สอดแทรกแหวกวัฒนธรรมภาษาไทย ที่รักษากันมาหลายศตวรรษ นี่คือ เอกลักษณ์ของเราใช่หรือไม่ ก่อนหน้านี้เรามีภาษาอย่างไร จำเป็นหรือไม่ที่ภาษาต้องกลายพันธุ์ ในฐานะคนไทย เรา "ควรหรือต้อง" เห็นภาษาอื่นเป็นมิตรหรืออุปสรรค???? (คำตอบที่จะได้คือ ภาษาคือสื่อกลาง ไม่มีจิตวิญญาณแห่งเจตนาร้ายใดๆ เรารับได้ แต่ทำไมฝรั่งเศส ญี่ปุ่น จีน รัสเซีย ฯ จึงเป็นนักอนุรักษ์นิยมของตน)
ยิ่งกว่านั้นปัจจุบัน สังเกตเห็นคนไทยใช้ภาษาฟุ่มเฟือยหรือใช้ภาษาเกินภาพกิริยาไปมาก และใช้กันจนเสพติด ไม่รู้ตัวเองใช้ภาษาเกินจริง จึงทำให้เห็นปรากฏการณ์การใช้ภาษาเหล่านี้ ตามสื่อหรือทั่วไปอย่างแพร่หลาย ขอให้ตั้งข้อสังเกตดูตามสื่อโทรทัศน์ หรือสื่อวิทยุ ฯ ทุกวันนี้นะครับ
สถานภาพด้านภาษาไทยถูกกล่าวในทางลบอยู่บ่อยเช่น ภาษาล้าสมัย คนไทยอ่านภาษาไทยไม่ออก เด็กตกวิชาภาษาไทย ภาษาไทยเพี้ยน ภาษาไทยวัยรุ่นมีคำที่แปลกใหม่ ฯ เรากำลังถูกวัฒนธรรมตะวันตกล้างสมองด้วยภาษา (ต่างชาติ) รัฐให้การสนับสนุนภาษาไทยด้วยวิสัยทัศน์แค่ไหน นอกจากราชบัณทิตยสถานและภาควิชาภาษาไทยในมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยเฉพาะ รศ. ดร.นิตยา กาญจนะวรรณ ราชบัณทิตฯ
เราไม่ได้สอนให้นักเรียนรักษ์ภาษาไทยด้วยความตระหนักของภาษา ไม่ได้สอนให้นักเรียน นักศึกษาภูมิใจในภาษาของตน ภาษาสร้างเอกลักษณ์ไทย เป็นหน้าตาของไทยนะครับ เพราะเรามีภาษาไทยเดียวในโลก เราพูด เราเขียน เราสื่อแทนความรู้สึกต่างๆ แทนเจตจำนง ทัศนะ ความเห็น ความคิด ความต้องการ ฯ มาจากข้างใน จนเข้าใจกันได้ เป็นมิตร เป็นเพื่อนกันได้เพราะเรามีภาษาไทย (เอภาพมาจากเอกภาษ)
เวลาเราอยู่ต่างประเทศเราได้พูดภาษาเดียวกันแล้ว มันกินใจ มันถึงใจ เหมือนเราไปหาคนต่างชาติ เราพูดภาษาเขาได้ เขาก็ภูมิใจ และแสดงอารมณ์ออกมาอย่างจริงใจ แต่กลับกลายเป็นว่า เราไปพูดภาษาอังกฤษกันอย่างน่าภาคภูมิใจและรัฐกลับกระตุ้นให้ประชาชนเรียนรู้และพูดภาษาต่างชาติให้เก่ง เพื่อจะได้พูดเอาใจเขา ให้เขามาใช้ชีวิต ใช้เงินตราเยอะๆ คิดแบบนี้เรียกว่า คิดหากำไรเงินตราเป็นตัวตั้ง หลังจากนั้นละ คุณจะให้คนไทยทำอะไรต่อ สูบเลือดต่างชาติให้หมดกระนั้นหรือ เขาสนใจวัฒนธรรมไทยหรือเอาเงินมาฟาดหัวละ
จนเราละเลยภาษาของตน คนก่อนยุคนี้ที่อายุ ๔๐-๕๐ ปีขึ้นไปนั้น ภาษาไทยท่านคงไม่แย่นะครับ แต่ที่น่าห่วงคือ ภาษาคนรุ่นใหม่ที่ถูกล้างตา ล้างสมองคือ ภาษาอังกฤษ เป็นภาษาตัวเงิน ตัวทอง (ภาษาหาเงินครับ) ใครเก่งภาษานี้จะได้มีโอกาสดีๆ มีเงินเดือนสูง แล้วคนชนบท คนยากจน คนที่ไม่ได้เรียนละ หรือพวกที่เรียนไม่เก่งละ หรือพวกที่ไม่ชอบละ จะให้เขาพูดอยู่ไหมละ ความไม่เท่าเทียมก็เกิดขึ้นอีก ออกกฎหมายมาให้คนไทยพูดภาษาอังกฤษสิครับ ถ้ารัฐต้องการเช่นนั้น ผมว่าคนไทยพูดต่างชาติปร๋อ (ประชด)
เมืองไทยคือ เมืองเสรีภาพ จนกลายเป็นบวกบ้าบริโภค แล้วกลายพันธุ์เป็น "คนครึ่งวัต (ถุ) ปราชญ์ครึ่งวุฒิ (ปริญญา) บริสุทธิ์ครึ่งใจ (แหล) คลั่งไคล้เงินตรา บ้าต่างเทศ" คุณค่าความเป็นเอกลักษณ์ไทยค่อยๆหายไป นี่คือ กฎของไตรลักษณ์ครับ ความเป็นเสรีจริงๆ ที่มีในใจคือ อิสระในตัวตน พ้นหนี้ พ้นภาวะเครียด ทุกข์น้อย มีความคิดในตัวเอง พึ่งตัวเอง ไม่ตกหลุมดำนายทุน ไม่บ้าเงินทอง ข้าวของ จนไม่รู้จักรักษาเกียรติของตน (เหมือนชาวนาบ้าเงิน จนลืมฐานตนเอง)
มองในฐานพุทธ เมืองไทยมีเครื่องมือในการแสวงหาความอิสรภาพของตนได้ เครื่องมือคือกรอบแนวคิดตะวันออก มิใช่มาจากตะวันตก ให้เขาล้างสมอง เราถูกสอนตั้งแต่อยู่โรงเรียนอนุบาล ไปถึงมหา(บรร)ลัยแล้วหละว่า เรียนภาษาอังกฤษเก่ง เข้าเรียนแบบนานาชาติ มีวัฒนธรรมฝรั่ง กิน อยู่ แต่งตัว คิด สร้าง ทำแบบฝรั่ง จนเด็กยุคใหม่เติบโตมาในอาณานิคมฝรั่ง
ขอย้ำอีกทีว่า นี่คือ อิทธิพลของแนวคิดโพสต์โมเดิน นายทุน วัฒนธรรมเชิงเดี่ยว วัฒนธรรมสื่อมอมชน เน้นปัจเจกบุคคล ภาษา การค้า เงินทอง ยุคบริโภคนิยมฯ จนมนุษย์ยุคใหม่ไร้เสรีภาพในใจของตนอย่างแท้จริง จนอาจเป็นเหตุให้คนยุคก่อนกำลังเอนโอนตามไปด้วย มันจึงสะท้อนคุณค่ามนุษย์ว่า เรามีค่าจริงหรือ เรามีใจจริงหรือ และเรามีอัตลักษณ์ของตนแท้ๆจริงไหม
มุมมองเหนือช่องมอง มีปล่องช่องเห็นคือ ภาษาไทยถูกเหยียบย่ำ ทำลาย จนกลายพันธุ์ กลายเป็นภาษาลูกผสม ที่คนรุ่นใหม่ ท้าทายกับวัฒนธรรมรุ่นเก่า เพราะมีแนวคิดว่า "ฝรั่งดีกว่า" ไทยเก่าล้าสมัย ภาษาจึงถูกดัดแปลง เราคงไม่แปลกใจที่เกิดภาษาใหม่ๆ จากคนรุ่นใหม่ ที่ปรากฏทางสื่อต่างๆ เช่น โทรทัศน์ วิทยุ ยูทุบ เอฟบี ไอจี ไลน์ หนังสือพิมพ์และอื่นๆ
ที่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อ ๑) สะท้อนภาษา ที่พาสารกันจนฟุ่มเฟือย ๒) ภาษาไทยไม่ได้เพาะปลูกให้มีราก มีแต่ตัด ต่อ ตอน ทาบ กิ่ง ให้ไปอิงกับกิ่งก้าน ภาษาต้นอื่น ๓) คนรุ่นใหม่พูดเสียงเพี้ยนผิด จนกลายเป็นถูก ออกเสียงไปอิงฝรั่ง เช่น ตัว ท ร จ ช ส และควบกล้ำแท้ไม่มี ๔) ทำไมเด็กไทยจึงตกวิชานี้ ๕) เรากำลังถูกยัดเยียดให้เรียนภาษาต่างชาติ จากอิทธิพลของคำว่า เอ อี ซี หรือเพื่อเงินตราเข้าประเทศ แล้วต่อไปละ ๖) เราถูกกระตุ้นให้รักษ์ และให้เกียรติภาษาบรรพบุรุษของตนหรือไม่
ประเด็นที่เสนอเป็นปัญหาที่ไม่น่าเป็นเป็นปัญหาคือ ๑) เรา (คนไทย) กำลังใช้ภาษาเป็นยาเสพติดกันทั่วไป โดยเฉพาะคนกทม. รูปแบบของคนเมืองกรุงพูดจะมีคำเหล่านี้ปรากฏครับ (ข้างล่าง) ๒) เราไม่ค่อยเห็นคนไทยใจกล้าออกมาท้าทายกระแสสังคมเรื่องภาษาไทย พอถูกวิพากษ์หน่อยหายหัวหด ๓) ภาษาของสื่อมีอิทธิพลต่อชาวบ้านมาก เราควรจะมีใครออกมาให้คำชี้แนะหรือไม่ ๔) เวลามีปัญหาทางภาษาไทย ภาษาเทศ เราควรมีสถาบัน ให้ข้อยุติ ตีความอย่างชัดเจน เช่น ภาษาในศาสนา ในสังคม ในกระแสนั้นๆ ๕) เสนอโครงการหรือให้ทุนวิจัยด้านภาษาไทยกับเทศ หรือวิเคราะห์ภาษาไทย ให้เกิดเป็นมาตรฐานหรือเป็นภาษาเอกลักษณ์ไทยไว้ ๖) ปลูกฝังภาษาด้วยท้องถิ่นให้คงไว้ครับ
ส่วนที่ผู้เขียนมองว่า คนไทยที่อยู่ในเมืองกรุงเทพ (มาร?) ที่มักใช้ภาษาเพี้ยนๆ ใหม่ๆ จนกลายเป็นแม่แบบของสังคมไทยไปทั้งประเทศ เพราะสื่อ จนกลายเป็นภาษาเลียนแบบไป ทุกวันนี้มีคำที่ปรากฏตามสื่อ เวลาเด็กๆ วัยรุ่น ดารา นักร้อง คนดัง นักศึกษา คนทั่วไปให้สัมภาษณ์ มักจะมีคำเหล่านี้คือ
๑) "โอเค" (OK) เป็นคำฮิตติดปาก จนไม่รู้ตัว โดยเฉพาะทางโทรศัพท์
๒) "คือ แบบว่า" เป็นคำขึ้นต้น ก่อนพูด ก่อนกล่าวสนทนา
๓) "จริงๆแล้ว" เป็นคำพูดก่อนประโยคยาว หรือใช้ขยายประโยคก่อน จนติดปาก ใครไม่รู้จริงหรือไม่จริง
๔) "ก็" คำนี้อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชอบพูดมาก แปลว่าอะไร ครับ เราก็ใช้จนติดปากด้วย
๕) "ค่อนข้าง" คำนี้มักจะใช้ในกลุ่มนักวิชาการ เมื่อใช้บ่อยและมากเข้าจนทำให้ไม่มีน้ำหนัก ใช้จนติดปาก
๖) "ถูกไหม" คำนี้ เหมือนไม่แน่ใจ ผู้พูดใช้จนติดปากเช่นกัน
๗) "ไม่" (ม่ายย) คำนี้ ใครมีเพื่อนสนิทจะได้ยินบ่อยๆ แปลว่า อะไรครับ นัยอยู่ที่บริบทของคนนั้น แต่ใช้บ่อยก็น่าเบื่อนะ
๘) "นะฮะ" เป็นคำไม่บ่งเพศครับ คือ ใช้ทั้งชายและหญิง แต่ดูน้ำหนักน่าจะออกไปหาชาย หรือกึ่งกะเทย คนเมืองชอบมาก
๙) "เฮ้ย" เป็นคำเน้น ให้ตกใจ หรือเน้นหนัก จนติดปาก แต่คำนี้หลุดปากมาก โดยเฉพาะ ดารา นักร้อง ดูไม่ค่อยสุภาพ
๑๐) "จริงเหรอ" ก็เป็นคำกล่าวยอกย้อนเล่นๆ แต่กลายเป็นนิสัยครับ หากจะพูดกันให้ตรง ควรจะใช้คำอื่นดีไหม
ยังมีอีกมากมายที่ปรากฏในสื่อ ในใจ ในกิริยาการของคนไทยสมัยนี้ ขอให้สังเกตดู และช่วยกันมองให้เห็น และฉุกคิด ในมุมต่าง อย่างสร้างสรรค์ปัญญาครับ หรือหากดูและสนุกไปด้วยก็เป็นสิทธิเสรีภาพของคนไทยครับ
-----------------------<๑๒/๖/๕๗>------------------------
เห็นด้วยครับ โอเคผมใช้เป็นประจํา ขอบคุณครับ
บางครั้งพี่ก็หลุด ๆ เหมือนกันค่ะ...ภาษาเขียนก็นำภาษาพูดมาเขียนแทน...ต่อไปก็จะพยายามค่ะ คริ ๆ ๆ...บางเรื่องราวพี่ก็ให้นึกเช่นที่คุณ ส. บอก...การพัฒนาคนก็ควรทำเรื่องหนึ่ง...การอนุรักษ์ก็ยังต้องควรควบคู่ไปกันด้วย ยิ่งภาษาไทย ถึงแม้เราจะเดินตามต่างชาติ แต่ก็ควรสร้างเพื่อเป็นอัตลักษณ์ของประเทศไทยด้วย เพราะไม่เช่นนั้น คนไทยจะไม่มีของดีอะไรให้สืบทอดไปยังลูกหลานได้ค่ะ