เรียนไสยศาสตร์กับอาจารย์วัดเขาอ้อ ตอน 1
ก่อนอื่นข้าพเจ้าขอออกตัวก่อนว่า ข้าพเจ้านั้นไม่ได้มีคุณวิเศษมหัศจรรย์ใดๆ วิชาที่มีโอกาสได้เล่าเรียนมานั้นก็เป็นวิชาไสยศาสตร์ในทางโลกที่มีวันเสื่อมมีวันคลายได้ อีกทั้งตัวข้าพเจ้าเองนั้นก็เป็นคนธรรมดาๆคนหนึ่งซึ่งยังคงเดินดินกินข้าวแกงเหมือนกับท่านผู้อ่านที่เคารพเช่นกัน ยังมีกิเลสที่ข้าพเจ้าพยายามที่จะขัดเกลาให้หมดไปแต่ก็ยังไม่ทราบว่าเมื่อไหร่ถึงจะหมดเช่นกัน
หากแต่ว่า..บังเอิญได้มีประสพการณ์จากการได้ไปศึกษาเล่าเรียนจากท่านอาจารย์ต่างๆมาบ้าง จึงได้นำเรื่องราวเหล่านั้นมาเล่าสู่กันฟังเพื่อเป็นเครื่องประเทืองปัญญา โดยโปรดอย่าได้คิดเป็นสิ่งอื่นใด ขอให้ท่านผู้อ่านได้โปรดใช้วิจารณญาณด้วยตัวท่านเองว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อในเรื่องที่ข้าพเจ้าจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้เพียงใด..
อนึ่งตัวข้าพเจ้าเองนั้นเคยได้ศึกษาศิลปวิทยาการแปลกๆ โดยที่ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีโอกาสได้ศึกษาเช่นวิชาโหราศาสตร์ วิชาไสยศาสตร์ และก็ได้เคยพบปะกับครูบาอาจารย์ที่สำคัญๆมากมายหลายท่านโดยไม่ได้ตั้งใจและในครั้งนี้ก็อีกเช่นกันที่ ข้าพเจ้าได้มีโอกาสศึกษาล่าเรียนวิชาไสยศาตร์กับอาจารย์ชุม ไชยคีรี ศิษย์ฆราวาสผู้เก่งฉกาจแห่งสำนักวัดเขาอ้อซึ่งกำลังเป็นที่โด่งดังมากในขณะนี้โดยที่ข้าพเจ้าไม่ได้เจตนา โดยเรื่องมีอยู่ว่า..
เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2520 ตอนนั้นข้าพเจ้าพักอาศัยอยู่ที่ซอยลอยมา ถนนประดิพัทธ์ สะพานควาย กรุงเทพมหานคร ขณะนั้นข้าพเจ้าเพิ่งจะอายุ 20 กำลังเป็นเด็กหนุ่มทีเดียว ชอบที่จะเดินเที่ยวไปไหนมาไหนคนเดียวตามลำพังซึ่งเป็นลักษณะนิสัยส่วนตัวของข้าพเจ้า วันหนึ่งขณะที่เดินเที่ยวเล่นเพลินไปตามถนนประดิพัทธ์ จนมาถึงซอยประชาอุทิศใกล้กับถนนพระรามหก ก็ได้เดินเลี้ยวเข้าไปในซอยนั้น พลันได้เห็นบ้านหลังใหญ่โอ่อ่าหลังหนึ่งติดป้ายหน้าบ้านว่า “สำนักกุญแจไสยศาสตร์ อาจารย์ชุม ไชยคีรี” ภายในบ้านเมื่อมองเข้าไปข้างในจะเห็นฉัตรหลายชั้นปลูกอยู่ อีกทั้งมีศาลพระภูมิต้นใหญ่ที่ประดับประดาไปด้วยดอกไม้หลายสี และเห็นชายสูงอายุท่านหนึ่งนุ่งขาวห่มขาวเดินอยู่ภายในบริเวณบ้าน มองดูท่านแล้วเป็นชายผิวค่อนข้างคล้ำ ลักษณะค่อนข้างไปทางล่ำเตี้ยแต่มีสง่า มีลูกประคำห้อยอยู่ที่คอ จึงได้ร้องถามไปว่าข้าพเจ้ามีความประสงค์จะศึกษาวิชาไสยศาสตร์ ท่านจึงเรียกให้เข้ามานั่งภายในห้องพระอันโอ่โถงซึ่งมีกลิ่นธูปควันเทียนจุดหอมกลุ่นอยู่ จึงได้เห็นรูปภาพของท่านและมีชื่อเขียนติดเอาไว้ว่า อาจารย์ชุม ไชยคีรี เขาไชยสน จังหวัดพัทลุง จึงคุกเข่าเข้าไปกราบท่านและขอฝากตัวเป็นศิษย์เพื่อเรียนวิชาไสยศาสตร์กับท่านต่อไป
ท่านได้แนะนำตัวของท่านเองว่าท่านนั้นได้เรียนวิชาไสยศาสตร์มาตั้งแต่อายุยังน้อยๆ กับบิดาของท่านและยังได้เคยเรียนไสยศาสตร์จากสำนักวัดเขาอ้อจนจบหลักสูตร และจากเกจิอาจารย์ดังๆทางภาคใต้ซึ่งมีทั้งเป็นฆราวาส และพระเกจิอาจารย์มากมายหลายท่านด้วยกัน ตัวท่านเองนั้นไม่ได้คิดต้องการที่จะเปิดสำนักสอนวิชาไสยศาสตร์แต่อย่างใดเลยและก็อยากจะใช้ชีวิตเงียบๆในยามแก่เฒ่า แต่ท่านอดที่จะขัดใจลูกหลานและศิษย์ใกล้ชิดที่ไม่ต้องการให้วิชานี้สูญหายไปจากโลกนี้ จึงได้ทำตำราไว้ชื่อว่า “ตำรากุญแจไสยศาสตร์” ขนาดหนาหลายร้อยหน้า รวมรายละเอียดในการเรียนวิชาไสยศาตร์ตั้งแต่ผู้เรียนนั้นไม่รู้อะไรเลยจนสามารถเป็นครูบาอาจารย์สั่งสอนสืบทอดวิชาไสยศาตร์ต่อไปได้และได้เปิดสำนักสอนวิชาไสยศาสตร์แห่งนี้ขึ้นมา
เวลาที่ท่านพูดใกล้ๆจะได้กลิ่นน้ำหมากหอมสดชื่นออกมาจากปากของท่าน แววตาาของท่านนั้นดูเมตตาปราณีแต่แฝงไว้ด้วยพลังอำนาจอย่างบอกไม่ถูก สำเนียงพูดของท่านจะออกมาทางสำเนียงของชาวใต้อย่างชัดเจน ใบหน้าท่านนั้นไร้หนวดเครา วันนี้ท่านสอนข้าพเจ้าสองคำคือ “คำว่า พุธ กับคำว่าโธ” ท่านบอกว่าพุธมาจากคำว่า พ่อ โธมาจากคำว่าแม่ เมื่อรวมกันแล้วเป็น "พุธโธ" เราต้องเคารพบูชากราบไหว้เลี้ยงดูพ่อแม่ท่าน ใครอกตัญญูต่อพ่อแม่ เรียนวิชาไสยศาสตร์ไม่ขึ้นไม่ขลัง วิชาไสยศาสตร์มีครูบาอาจารย์เก่าๆต้นตำรับคิดค้นขึ้นมาและเจ้าของตำราจะมาประสิทธิ์ประสาทให้วิชาขลังศักดิ์สิทธิ์ต่อเมื่อศิษย์ที่เล่าเรียนต้องมาทำการครอบครูก่อน
เนื่องจากวันนั้นเป็นวันอังคาร ท่านจึงนัดหมายให้มาในวันครูคือวันพฤหัสบดีพร้อมทั้งให้เตรียมดอกไม้ ธูปเทียน เงินค่าบูชาครูซึ่งเป็นจำนวนไม่มากนักพอเป็นพิธี ส่วนดอกไม้เครื่องบายศรีท่านอาจารย์จะเป็นผู้เตรียมให้ โดยท่านนัดให้มาในเวลาห้าโมงเย็น..
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ...แหมกำลังสนุกเลยจบเสียได้
เคยประสพกับคนนี้ชื่อนี้..โดยบังเอิญเมื่อเด็กๆ..เห็นการเชือด..โดยเลือดไม่ออก..เห็น..หนูกับแมวเล่นกัน..กับคนๆที่ชื่อ..ชุม ไชยคีรี..."เขายังมีชีวิตอยู่..หรือเจ้าคะ..อายุ..เท่าไรแล้ว...
ตอบคุณยายธี
ผมไม่ได้ติดต่อท่านอาจารย์ชุม สามสิบกว่าปีแล้ว ส่วนตัวผมเองมาตั้งรกรากที่อเมริกาก็ยี่สิบปีกว่าแล้ว จึงไม่ทราบว่าท่านอาจารย์เป็นอย่างไร .ส่วนคุณยายธีได้มีโอกาสเห็นท่านอาจารย์ดังที่บรรยายก็ต้องสนิทสนมกัยท่านอาจารย์แน่นอน ส่วนผมเองนั้นศิษย์ปลายแถวครับ ก็พอมีอะไรมาเล่าสู่กันฟังนิดหน่อยครับ