96. รัฐบาลจีนรุดผูกไมตรีกับรัฐบาลใหม่อินเดีย

โสภนา
สองผู้ยิ่งใหญ่เอเชียมาเกี่ยวก้อยกัน

https://www.google.co.th/search?q=Modi&source

https://www.google.co.th/search?


เมื่ออินเดียมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ นาย NarendraModi ที่ได้ชื่อว่าเป็นมิตรต่อนักลงทุนต่างชาติซึ่งท่านได้พัฒนาเศรษฐกิจในรัฐ        คุชราตให้เติบโตมาโดยลำดับ ทำให้ต่างชาติ โดยเฉพาะตะวันตกเช่น สหรัฐ หรือบางประเทศในยุโรปเหนือที่เคยบอยคอตต์ไม่อนุญาตให้ท่านเดินทางเข้าประเทศ ต่างเปลี่ยนท่าทีทันทีภายหลังทราบผลการเลือกตั้งด้วยการให้วีซ่า ส่วนจีน พี่เบิ้มใหญ่ในเอเชีย ท่านนายกฯ จีนได้โทร. ถึงท่านนายกฯ Modi เพื่อแสดงความยินดีที่ชนะการเลือกตั้ง และส่งรมว. ต่างประเทศมาเยือนอินเดียในวันที่ 8 มิย. นี้ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และเพื่อความร่วมมือในการพัฒนาอันจะนำไปสู่สันติภาพและความมั่งคั่งของทั้งสองประเทศนโยบายของท่าน Modiให้ความสำคัญกับจีนเป็นประเทศลำดับแรกๆ ของนโยบายต่างประเทศของท่าน

จีนเปรียบนายก Modi ของอินเดียว่าเป็นเหมือน “นิกสันแห่งอินเดีย” เพราะวิธีการบริหารและปรัชญาของท่าน Modi สอดคล้องกับวิธีปฏิบัติของจีน เปรียบกับการที่ประธานาธิบดีนิกสันเยือนจีนครั้งแรกในปี 1972 ถือเป็นการเปลี่ยนโลกด้วยการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ ซึ่งเคยทำสงครามเย็นกันมาก่อน จีนคิดว่าท่าน Modiที่เปรียบเป็นนิกสันของอินเดียน่าจะเป็นผู้ที่กระชับความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างอินเดีย-จีนให้แน่นแฟ้นมากขึ้นได้

หากจีนจับมือกับอินเดียได้ดังที่ทั้งสองฝ่ายประสงค์โลกจะเอียงมาทางตะวันออกมากขึ้นตามที่คาดการณ์ไว้ว่าจะเป็นศตวรรษของเอเชียคำว่าเอเชียนั้น ประเทศไทยและคนไทยจะเข้าไปเอี่ยวด้วยได้ไหมอย่างไร นี่เป็นคำถามที่ถามกันมานานที่จริงเราถามกันแค่ ประชาคมอาเซียน ที่จะเกิดขึ้นในปี 2015 เราพร้อมไหม เสียงที่ออกมาตามสื่อ คือ ‘ยังไม่พร้อม’ ที่เห็นชัดเจนคือในบ้านเรายังไม่เรียบร้อย มัวแต่สาละวนต่อสู้กันกันเอง ทะเลาะกันเอง ฆ่ากันเอง จนทหารต้องมาจัดการ คำถามคือ เราจะเข้าไปมีส่วนในตลาดที่ใหญ่มหาศาลนั้นได้อย่างไร

อินเดียตั้งแต่วันนี้ไป นายกฯ Modiท่านเน้นเรื่องความโปร่งใสมาก ด้วยนโยบายที่ส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติก็จะยิ่งดึงดูดให้นักธุรกิจทั้งจากตะวันออก ตะวันออกเฉียงใต้ และตะวันตกเข้าไปมากขึ้น ซึ่งเดิมรัฐบาลพรรคคองเกรสก็อนุญาตให้บรรษัทข้ามชาติเข้าไปมากแล้วแม้ว่าสถานทูตไทยและสถานทูตอินเดียในไทยจะได้พยายามส่งเสริมการลงทุนในประเทศอินเดีย แต่ปรากฎว่ามีจำนวนบริษัทไทยเพียงไม่กีสิบบริษัทที่กล้าเข้าไปลงทุนในอินเดีย ซึ่งเมื่อเทียบกับขนาดของตลาดและโอกาสที่ยังพอมีอยู่นักธุรกิจไทยก็ยังไม่ประสงค์ที่จะเข้าไปมีส่วนแบ่งในตลาดสองพันล้านคนของอินเดีย ซึ่งบอกได้เลยว่า กว่าเราจะกล้าตัดสินใจตลาดก็วายสำหรับนักลงทุนไทยแล้ว เพราะประเทศอื่นเข้าไปจับจองส่วนแบ่งและโอกาสนั้นหมดแล้ว

ท่านที่สนใจจะศึกษาเรื่องราวของอินเดียเพื่อเตรียมตัวเข้าประลองสนามการทำงานกับมหาอำนาจประเทศนี้ในอนาคต สามารถสมัครเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรวัฒนธรรมศึกษา เอกอินเดียศึกษา สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชียได้ในปลายปีนี้ โปรดติดตามรายละเอียดในเฟสนี้อย่างต่อเนื่อง และเข้าชมได้ที่ www.lc.mahidol.ac.th; Indian-Studies Mahidol-University---เรียนและมีทุนให้ไปฝึกปฏิบัติที่อินเดียด้วย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Indian Studies, Bharat Studies

คำสำคัญ (Tags)#จีน#อินเดีย#อินเดียศึกษา#indian studies

หมายเลขบันทึก: 569608, เขียน: 02 Jun 2014 @ 22:29 (), แก้ไข: 04 Jun 2014 @ 22:25 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 1, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)