ขอเก็บตก สรุปงานเสวนา “ ชุมชนควรมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพ (กระดูก) อย่างไร?” ซึ่งผู้เขียนได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม
งานเสวนา “ ชุมชนควรมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพ (กระดูก) อย่างไร? โดย ชมรมรักษ์กระดูก
ณ. ห้องอาศรมสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ซอยงามดูพลี
วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 เวลา 13.00-16.00 น.
ทีม วิทยากร ได้แก่
ผู้ช่วยวิทยากร ได้แก่
- พยาบาลวิชาชีพ 1 คน
- นักกายภาพบำบัด 2 คน
วิทยากรรับเชิญ ได้แก่
จำนวนผู้เข้าร่วมเสวนา 47 คน ซึ่งเป็น สมาชิกชมรมผู้สูงอายุจากศูนย์บริการสาธารณสุขที่ 16 สวนลุมพินี สมาคมแพทย์สตรี และคุณนเรศ หอมหวล หรือ บังวอญ่า บุคลากรทางการแพทย์ จากโรงพยาบาลปากพะยูน จังหวัดพัทลุง
คุณหมอสุขจันทร์ กล่าวเปิดการเสวนา “ ชุมชนควรมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพ(กระดูก)อย่างไร? ได้มีการเชิญชวนสมาคม ชมรม และสมาชิก Go To Know เข้าร่วมการเสวนาในครั้งนี้
โดยมีวัตถุประสงค์
1.ประชาชนทุกคนควรมีสภาวะกระดูกที่แข็งแรงตั้งแต่แรกเกิด จนเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ
2.ผลกระทบต่อภาวะกระดูกพรุนที่เกิดขึ้น คือ กระดูกหักได้ง่าย ตำแหน่งที่สำคัญ ได้แก่
2.1 กระดูกสันหลัง
2.2 กระดูกข้อสะโพก
2.3 กระดูกข้อมือ
ความสำคัญที่กระดูกข้อสะโพกหักซึ่งจะมีอัตราเสียชีวิตภายใน 1ปี มี 20% และจะเสียชีวิตทั้งหมดหมดภายใน 5 ปี
กิจกกรรมการเสวนา ประกอบด้วย
1.การบรรยาย “ทำอย่างไรให้กระดูกแข็งแรง” โดยคุณหมอสุขจันทร์
- ปัจจัยส่งเสริมกระดูกแข็งแรง
1.อาหารส่งเสริมกระดูกแข็งแรง(อาหารแคลเซี่ยมสูง) ได้แก่นม (1 ซี.ซี. = แคลเซี่ยม 1mg.) เต้าหู้ก้อน น้ำเต้าหู้ (จะมีน้อยกว่าชนิดก้อน) ผักใบเขียว ปลาเล็ก ปลาน้อย
2.ออกกำลังกาย เดินให้ได้ครั้งละ 30 นาที (3 วัน / สัปดาห์) โดยเน้นการลงน้ำหนักที่ขา ทั้ง 2 ข้าง โดยจะต้องพิจารณาข้อจำกัดของแต่ละบุคคล ได้แก่ ไทเก็ก ชี่กง เต้นรำ รำพลอง เป็นต้น
3. การผึ่งแดด ครั้งละ 10 – 15 นาที / ครั้ง ในช่วงเวลา 08.00 – 10.00 และ 16.00 – 18.00 น. (โดยจะต้องไม่ใส่เสื้อแขนยาว หรือทาครีมกันแดด)
- ปัจจัยเสี่ยงกระดูกพรุน
1. บุหรี่
2. น้ำอัดลม (น้ำดำ)
3. กาแฟ ดื่มเกินวันละ 2 ถ้วย
4. แอลกอฮอล์
2.ตัวอย่าง กรณีศึกษา ผู้ป่วยสูงอายุกระดูกข้อสะโพกหัก 2 ราย จากสาเหตุ พลัดตก หกล้ม นำเสนอโดยวิทยากรรับเชิญ
( ญาติผู้ป่วย) ทั้ง 2 ราย
- การปรับเปลี่ยนแก้ไขที่เกิดขึ้น เมื่อได้กลับบ้าน
1.การปรับเปลี่ยนสภาพสิ่งแวดล้อม ได้แก่ มีราวจับบริเวณรอบๆ บ้านและในห้อง
2. พื้นบ้านจัดให้เรียบเสมอกัน
3. การจัดเตรียมผู้ดูแล เป็นต้น
- ผลที่ตามมาเมื่อมีกระดูกหัก คือ
1. ค่าใช้จ่าย
2.คุณภาพชีวิต
3.การปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม / สภาพที่อยู่อาศัย
3.เปิดโอกาสซักถาม แลกเปลี่ยนโดยผ่านผู้มีประสบการณ์ตรง
- ชุมชนปลูกผักกินได้ นำโดย อ. ขจิต ฝอยทอง นำเสนอผักใบเขียวที่มีแคลเซี่ยมสูง ได้แก่ ใบยอ ใบมะกรูด คะน้า กวางตุ้ง ถั่วพลู และเต้าหู้แข็ง เป็นต้น ( การรับประทานผักใบเขียว ต่อเนื่องเป็นเวลานาน สารออกซาเลตที่มีในใบสีเขียว จะไปขัดขวางการดูดซึมแคลเซี่ยม ) และกล่าวเสริมทิ้งท้ายไว้ว่า " เราสามารถปลูกผักได้เอง ควรปลูกฝัง และสอนตั้งแต่ยังเป็นเด็ก " พร้อมแจกเม็ดพันธุ์ผักให้กับผู้ร่วมเสวนาไปขยายผลผลิตกันอย่างทั่วหน้า
4.การสาธิตการทดสอบการทรงตัวโดยนักกายภาพบำบัด
5.กิจกรรมกลุ่มร่วมกัน ระดมความคิดในหัวข้อ “ เราจะมีส่วนร่วมให้คนมีกระดูกแข็งแรงได้อย่างไร?”
โดยสรุป ดังนี้
1.คนในชุมชนมีความรู้ในการส่งเสริมให้กระดูกแข็งแรง และมีความพร้อมของการมีสุขภาวะ ( กาย ใจ จิตวิญญาณ และสังคม) ที่ดี
2.สื่อสาร ส่งต่อให้ความรู้ของตนแก่ชุมชนได้
3.คนในชุมชนมีวิถีการจัดการกันเอง ในการปรับเปลี่ยนทัศนคติ และการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจะเกิดความน่าเชื่อถือมากกว่าจากบุคลากรสุขภาพ
4.ชุมชนสร้างเสริมสุขภาพตนเอง จนสามารถเป็นตัวอย่างแก่ชุมชนอื่นๆ ต่อไป
5.การเชื่อมโยงโรงเรียนให้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมการปลูกผักกินได้ในโรงเรียน และปลูกฝังการรับประทานผักตั้งแต่เด็กวัยเรียน
6.การสร้างเครือข่ายชุมชนเข้มแข็งทางภาคใต้ของชุมชุนโรงพยาบาลปากพะยูน จังหวัดพัทลุง และชุมชนมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราชในการสร้างคนให้มีกระดูกแข็งแรง



