รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ได้บัญญัติเรื่องของเสรีภาพ ไว้ในหมวดที่ 3 ที่ได้รับรองการใช้สิทธิและเสรีภาพไว้ใน มาตรา 28 วรรคแรกที่ว่า “บุคคลย่อมอ้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หรือใช้สิทธิและเสรีภาพของตนได้เท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน” อีกทั้งในมาตรา 28 วรรคท้าย ได้บัญญัติให้รัฐต้องสนับสนุนการใช้สิทธิและเสรีภาพตามความหมายของสิทธิและเสรีภาพในหมวดที่สามนี้ และ ในมาตรา 29 วรรคแรก ได้บัญญัติให้ความคุ้มครองในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ไว้ว่า “การจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ซึ่งต้องไม่กระทบกระเทือนสาระสำคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้น”
จากกรณีศึกษาของนายสาธิต เซกัลป์ นั้นมีประเด็นปัญหาคือ กรณีของการถูกคำสั่งเนรเทศ ให้ออกนอกประเทศไทย โดยเป็นคำสั่งของ(ศรส.) เหตุเพราะเขาได้ขึ้นเวทีปราศรัยของ กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. โดยมีการต่อว่ารัฐบาลของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ซึ่งประเด็นปัญหา คือ รัฐบาลไทยสามารถที่จะทำเช่นนั้นได้หรือไม่ ซึ่งเรื่องของการเนรเทศบุคคลออกนอกประเทศนั้น ประเทศไทยได้บัญญัติเรื่องดังกล่าวไว้ใน พระราชบัญญัติการเนรเทศ พ.ศ. 2499 โดยได้ระบุไว้ในมาตรา 5 ว่า “เมื่อปรากฏว่ามีความจำเป็นเพื่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกคำสั่งให้เนรเทศคนต่างด้าวออกไปนอกราชอาณาจักรมีกำหนดเวลาตามที่จะเห็นสมควร อนึ่ง เมื่อพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไป รัฐมนตรีจะเพิกถอนคำสั่งเนรเทศเสียก็ได้
การที่นายสาธิต เซกัลป์แสดงความคิดเห็นทางการเมืองนั้น เป็นสิทธิในเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญไทยได้รับรองไว้ในมาตรา 45 ซึ่งสิทธิทางการเมืองเป็นส่วนหนึ่งของเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ดังนั้นแล้วการที่นายสาธิต ได้แสดงออกซึ่งความเห็นทางการเมืองนั้น ถือเป็นการใช้สิทธิโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เมื่อเป็นการใช้สิทธิในเสรีภาพโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ รัฐบาลไทยจึงไม่มีสิทธิที่จะไปทำการเนรเทศนายสาธิต เซกัลป์ ได้แต่อย่างใด
ในกฎหมายระหว่างประเทศ จากกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองข้อ 19 ได้มีการรับรองว่า "บุคคลทุกคนมีสิทธิในเสรีภาพในเสรีภาพแห่งการแสดงออก สิทธินี้รวมถึงเสรีภาพที่จะแสวงหา รับและกระจายข่าวและความคิดเห็นทุกรูปแบบโดยไม่คำนึงถึงพรมแดน ทั้งนี้ไม่ว่าด้วยวาจาเป็นลายลักษณ์อักษร หรือการตีพิมพ์ ในรูปของศิลปะหรือโดยอาศัยสื่อประการอื่นตามที่ประสงค์"
เมื่อกฎหมายระหว่างประเทศได้มีการรับรองสิทธิในการแสดงความคิดเห็นต่างๆไว้ อีกทั้งมีกฎหมายภายในรับรองถึงสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น นายสาธิต เซกัลป์ จึงสามารถแสดงความคิดเห็นดังกล่าวได้ โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะต้องเป็นคนสัญชาติไทย เพราะสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนพึงมี และเมื่อนายสาธิต เซกัลป์ มีเสรีภาพในการกระทำดังกล่าว รัฐจึงไม่สามารถเนรเทศนายสาธิต เซกัลป์ ออกจากประเทศได้ มิเช่นนั้นจะเป็นการละเมิดสิทธิของนายสาธิต เซกัลป์
ที่มา
- “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550.”[ระบบออนไลน์] ที่มา :http://www.parliament.go.th/ewtadmin/ewt/parliament_parcy/ewt_w3c/ewt_dl_link.php?nid=8337
- สาธิต เซกัล ประวัติประธานหอการค้าไทย-อินเดีย ที่ถูกศรส. ประวัติประธานหอการค้าไทย-อินเดีย ที่ถูก เนรเทศ.(ออนไลน์). ที่มา :http://hilight.kapook.com/view/97452
- “กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง” .[ระบบออนไลน์]. ที่มา :http://www.mfa.go.th/humanrights/images/stories/ic...