ครอบครัวข้ามชาติในบทความนี้เป็นบทความที่ต่อจากบทความที่แล้วซึ่งก็คือ มนุษย์ข้ามชาติ ซึ่งครอบครัวข้ามชาติเป็นบทความที่สือเนื่องต่อมา ซึ่งในสมัยนี้โดยเฉพาะในประเทศไทย มีการเกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย เช่นมีการสมรสข้ามชาติ โดยเฉพาะภาคอีสานที่มีการสมรสกับชาวต่างชาติเยอะ เช่นชาวยุโรป อเมริกา ในที่นี้จะยกตัวอย่างของประเทศเพื่อนบ้านคือ ประเทศลาว
รูปแบบครอบครัวข้ามชาติที่พบในพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว
nรูปแบบแรก ครอบครัวที่เกิดจากการแต่งงานข้ามชาติระหว่างชาวบ้านคนไทยอีสานกับชาวบ้านคนลาว พบครอบครัวข้ามชาติแบบนี้อยู่ถึงร้อยละ 76
nรูปแบบที่สองครอบครัวผู้ลี้ภัยชาวลาวที่อพยพเข้ามาในเมืองไทยช่วงลาวแตกระหว่าง พ.ศ.2517-2519
nรูปแบบที่สาม ครอบครัวแรงงานข้ามชาติสัญชาติลาว ที่อพยพหนีปัญหาความยากจนภายในประเทศมาทำมาหากินในหมู่บ้านฝั่งไทย
ปริมาณของครอบครัวข้ามชาติ
nพบว่าในแต่ละหมู่บ้านชายแดนฝั่งไทยที่ตั้งอยู่ชิดติดแม่น้ำโขง มักมีครอบครัวข้ามชาติทั้งสามประเภทอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเฉลี่ยประมาณ 10-20 ครอบครัวต่อหมู่บ้าน แต่บางหมู่บ้านมีมากกว่า 60 ครอบครัว
ระลอกการอพยพเข้าสู่ประเทศไทยของครอบครัวข้ามชาติรูปแบบที่หนึ่งและที่สาม
nครอบครัวข้ามชาติที่ปรากฏก่อนและหลังลาวเปลี่ยนแปลงการปกครองใน พ.ศ. 2517
nครอบครัวข้ามชาติที่เกิดขึ้นระหว่าง พ.ศ. 2521 ถึง พ.ศ. 2523 ตรงกับช่วงเวลาที่รัฐบาลลาวเริ่มนำแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศในระบบนารวมและสหกรณ์มาใช้ ประชาชนลาวที่ไม่สามารถปรับตัวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแบบรวมศูนย์นี้ได้ต่างพากันหลบหนีมายังประเทศไทยจำนวนมาก
nครอบครัวที่เกิดขึ้นหลัง พ.ศ. 2529 ซึ่งเป็นช่วง สปป. ลาว เปิดประเทศสู่โลกภายนอก
nครอบครัวที่เกิดในช่วง พ.ศ. 2539 ตรงกับที่ประเทศไทยมีนโยบายยืดหยุ่นให้แรงงานต่างชาติ 3 สัญชาติ คือ พม่า ลาว และเขมรเข้ามาทำงานในประเทศไทยได้ ส่วนใหญ่การอพยพระลอกหลังนี้เป็นการอพยพของคนหนุ่มสาวที่ต้องการแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีกว่าในประเทศไทย มีบางส่วนเข้ามาแต่งงานกับคนไทย หรือคนลาวอพยพที่อยู่ในประเทศไทยมาก่อนหน้าแล้ว
nครอบครัวข้ามชาติที่เกิดในช่วงหลัง 2539-ปัจจุบัน
ลักษณะปัญหาสถานะบุคคลของสมาชิกในครอบครัวข้ามชาติทุกประเภท
nลักษณะแรก เป็นบุคคลที่เกิดในประเทศไทย มีหลักฐานแสดงตนเป็นแรงงานต่างด้าว ท.ร. 38/1[1] เกิดจากพ่อแม่ที่เป็นลาวอพยพที่ไม่มีบัตรลาวอพยพ[2] หรือจากพ่อแม่ที่เป็นแรงงานต่างด้าว พ่อแม่ไม่ได้แจ้งการเกิดของบุตรไว้ในระบบทะเบียนราษฎร์ของประเทศลาวบุคคลกลุ่มนี้ไม่เคยหรือไม่ต้องการหรือไม่มีเงินเพื่อเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติลาวของตน
nลักษณะที่สอง เป็นบุคคลที่เกิดในประเทศไทยถือบัตรแรงงานต่างด้าว แต่มีบุพการีคนใดคนหนึ่งถือสัญชาติไทย เนื่องจากไม่มีหลักฐานไปยืนยันเพราะพ่อหรือแม่ไม่ได้แจ้งเกิดไว้ในระบบทะเบียนราษฎรของไทย ซึ่งโดยข้อเท็จจริงบุคคลประเภทนี้ต้องมีสัญชาติไทยตามหลักการสืบสายโลหิตจากบุพการีคนหนึ่งที่มีสัญชาติไทย อาจเพราะประสบกับความยุ่งยากในการเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติไทย คนกลุ่มนี้จึงไม่ได้รับสัญชาติไทยและตกอยู่ในข่ายคนไร้รัฐ-ไร้สัญชาติ
nลักษณะที่สาม เป็นบุคคลที่เกิดในประเทศลาวจากพ่อแม่ที่เป็นคนสัญชาติไทย ถึงแม้โดยข้อเท็จจริงแล้วบุคคลดังกล่าวมีสัญชาติไทยตามหลักสืบสายโลหิต แต่เนื่องจากบิดาหรือมารดาไม่ได้แจ้งเกิดไว้ในระบบทะเบียนราษฎรไทย หรือระบบทะเบียนราษฎรของลาว บุคคลนี้จึงตกอยู่ในสถานะบุคคลไร้รัฐและไร้สัญชาติ ที่อาจถือบัตรแรงงานต่างด้าว (ท.ร. 38/1) แต่ถ้าหากได้ผ่านกระบวนการพิสูจน์สัญชาติและมีหลักฐานยืนยันชัดเจนก็ต้องมีสิทธิ์ใช้สัญชาติไทย
nลักษณะที่สี่ เป็นบุคคลที่มีสถานะทางทะเบียนเป็นลาวอพยพ เพราะมาตั้งถิ่นฐานอยู่ในหมู่บ้านที่ศึกษาตั้งแต่ พ.ศ. 2517 และได้รับการจดทะเบียนเป็นลาวอพยพโดยกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2534 หรือเป็นบุคคลที่มีพ่อและแม่ถือบัตรคนลาวอพยพ คนกลุ่มนี้อาจถือบัตรลาวอพยพตามพ่อแม่ แต่บางคนอาจมี ท.ร.38/1 แต่ตามพระราชบัญญัติสัญชาติ ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2551 บุคคลที่เป็นบุตรของคนลาวที่มีบัตรลาวอพยพและเกิดในประเทศไทยก่อนวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2535 มีสัญชาติไทยแล้วโดยผลของกฎหมายตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2551 หากแต่การใช้สิทธิในสัญชาติไทยจะเริ่มต้นเมื่อไปร้องขอลงรายการสัญชาติไทย โดยแสดงหลักฐานแสดงการเกิดชัดเจนละน่าเชื่อถือได้ ต่อนายอำเภอซึ่งทำหน้าที่นายทะเบียนราษฎรของท้องที่ที่บุคคลมีชื่อปรากฏอยู่
n ลักษณะที่ห้า เป็นบุคคลที่เป็นคู่สมรสของคนไทยอีสาน อพยพมาอยู่อาศัยในหมู่บ้านอย่างถาวรในระยะเวลานาน ไม่เคยกลับไปพิสูจน์สัญชาติลาว ได้สถานะเป็นแรงงานต่างด้าว ไม่มีสิทธิ์ในการขอสัญชาติไทยเพราะไม่มีหลักฐานแสดงจุดเกาะเกี่ยวกับประเทศไทย เนื่องจากไม่ได้รับการจดทะเบียนสมรสกับสามี/ภรรยาคนไทย
nลักษณะที่หก เป็นบุคคลที่มีบุพการีเป็นคนลาวเกิดที่ประเทศลาว อพยพมาอาศัยในหมู่บ้านฝั่งไทยกับพ่อหรือแม่ตั้งแต่เด็กเพราะพ่อหรือแม่มาแต่งงานกับคนไทย แต่บุพการีไม่ได้แจ้งเกิดในระบบทะเบียนราษฎรของลาว จึงไม่มีสถานะบุคคลทั้งในประเทศไทยและประเทศลาว