การละเมิดสิทธิในชีวิตอื่นๆ


"บุคคลมีสิทธิในการดำรงชีวิตในเสรีธรรมและในความมั่นคงแห่งร่างกาย"

นี่คือ ข้อความที่ถูกบัญญัติไว้ในปริญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ 3 ซึ่งเป็นการกล่าวและรับรองถึงสิทธิในการดำรงชีวิตของมนุษย์ทุกคน

เมื่อทราบกันแล้วว่ามนุษย์ทุกคนมีสิทธิในการดำรงชีวิตและความมั่นคงแห่งร่างกาย คือการไม่ถูกทำให้สูญเสียชีวิตหรือร่างกายของตนเอง ทำให้ข้าพเจ้าสงสัยขึ้นมาว่า สิทธิในการดำรงชีวิตของมนุษย์นั้น มีเพียงที่ได้บัญญัติไว้ใน ข้อ3 แห่งปริญญานี้เท่านั้นหรือ แล้วข้ออื่นๆ มีความเกี่ยวข้องกับสิทธิในการดำรงชีวิตหรือไม่ หรือหากมีการละเมิดสิทธิในข้ออื่น ก็จะไม่ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิในการดำรงชีวิตเช่นนั้นหรือ

ก่อนจะกล่าวในประเด็นดังกล่าว ข้าพเจ้าขอกล่าวถึงกรณี คนไร้รัฐไร้สัญชาติ ซึ่งเป็นประเด็นที่นับว่ากำลังเป็นปัญหาอยู่มากในประเทศไทย และอีกหลายประเทศทั่วโลก 

คนไร้รัฐ คือ บุคคลที่ไม่ได้รับการบันทึกตัวบุคคลจากรัฐใดเลยบนโลก กล่าวได้ว่าเป็นบุคคลที่ไม่มีสัญชาติหรือปราศจากสิทธิพลเมือง มีสถานะเป็นผู้ลี้ภัยหรือคนต่างด้าวที่เข้าเมืองแบบผิดกฎหมายสำหรับทุกดินแดน

ส่วนคนไร้สัญชาติ คือ บุคคลที่ไม่มีสัญชาติของรัฐใดเลยบนโลก ไม่มีประเทศใดรับว่าบุคคลนั้นเป็นหรือเคยเป็นสมาชิกของประเทศ คนไร้สัญชาติอาจเป็นคนไม่ไร้รัฐหากมีรัฐใดยอมรับให้สิทธิอาศัยหรือเป็นรัฐเจ้าของดินแดนอันเป็นภูมิลำเนา

การที่มนุษย์คนหนึ่ง ไม่ถูกยอมรับว่าเป็นคนของรัฐใดรัฐหนึ่งหรือเป็นคนไร้รัฐนั้น ทำให้คนผู้นั้นได้รับผลกระทบในการดำเนินชีวิตมากมาย เพราะหากเมื่อใดที่เขาถูกละเมิดสิทธิ ก็จะไม่มีรัฐใดเข้ามาเป็นเกราะป้องกัน คุ้มครองสิทธิของเขาได้ ปัญหาที่ตามมาอีกระลอกหนึ่ง คือการเป็นคนไร้สัญชาติ โดยจากที่ได้ศึกษาเรื่องสิทธิมนุษยชน เห็นได้ว่า คนไร้รัฐส่วนใหญ่จะไร้สัญชาติด้วย และเมื่อคนผู้นั้นไร้สัญชาติ เขาก็จะขาดโอกาสในการเข้าถึงสิทธิต่างๆมากมายในสังคมที่อยู่อาศัย โดยถูกยกข้ออ้างขึ้นมาต่อสู้ว่า เพราะเขาไม่มีสัญชาติของรัฐนั้นๆ โดยอาจลืมไปว่าสิทธิบางอย่าง เพียงเป็น "มนุษย์" เหมือนกัน ก็ควรได้รับสิทธิเช่นนั้นแล้ว 

แต่ทั้งนี้ ก็มีอีกหลายกรณีที่ มนุษย์คนนั้น ตามข้อเท็จจริง ได้กลายเป็นคนของรัฐนั้น หรือเป็นคนสัญชาติของรัฐนั้นแล้ว แต่กลับไม่ถูกรับรองให้ได้สิทธิดังกล่าว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆที่ทางรัฐอ้างขึ้นมาต่อสู้ก็ตาม ส่งผลให้เขาขาดโอกาสหลายๆอย่างที่ประชาชนในประเทศนั้นพึงได้รับ เช่น ขาดโอกาสในการศึกษา โอกาสในการรักษาพยาบาล เป็นต้น

โอกาสในการศึกษา จากมตัวอย่างข้อเท็จจริง เด็กต่างชาติบางคน เช่นเด็กพม่า ซึ่งเกิดในประเทศไทย แต่พ่อแม่ไม่ได้แจ้งให้ทางรัฐทราบ จึงไม่ได้รับการรับรองทางทะเบียนราษฎร ส่งผลให้กลายเป็นคนไร้รัฐ และเมื่อไร้รัฐแล้วปัญหาที่มักจะตามมาดังที่ได้กล่าวข้างต้นคือ เป็นคนไร้สัญชาติ ทำให้ทางโรงเรีย หรือสถานพยาบาลปฏิเสธที่จะรับเด็กคนนั้นเข้าศึกษา หรือรักษาพยาบาล คำถามของข้าพเจ้าที่ได้กล่าวไว้แต่ต้นคือ เช่นนี้ จะเป็นการละเมิดสิทธิในชีวิต หรือไม่

ในความคิดเห็นของข้าพเจ้าเห็นว่าการละเมิดสิทธิในชีวิต มิได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่การถูกฆ่า ทารุณกรรม ทางชีวิตร่างกายเท่านั้น แต่รวมถึงการถูกปฏิเสธสิทธิที่ควรได้รับอื่นๆด้วย เช่นสิทธิที่จะได้รับการรักษาเยียวยา และได้รับการศึกษา

กล่าวคือ ในกรณีสิทธิที่จะได้รับการรักษาเยียวยานั้น แม้ไม่ใช่การทำทารุณกรรมร่างกายหรือชีวิต การไม่ให้การช่วยเหลือดังกล่าว ด้วยเหตุผลที่ว่าเขาไม่มีสัญชาติไทย ก็เป็นเสมือนการละเมิดสิทธิในชีวิตเขาของ เพราะหากลองนำเปรียบเทียบกับการกระทำทางอาญา ก็เสมือนการงดเว้นกระทำการ คือแม้ไม่ได้ฆ่า ไม่ได้ทำร้าย แต่กลับไม่ให้การช่วยเหลือให้เขามีชีวิตรอด ข้าพเจ้าเห็นว่าไม่ต่างกัน

อีกตัวอย่างหนึ่งคือ การถูกปฏิเสธสิทธิในการได้รับการศึกษา เพราะเราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า สังคมปัจจุบันและอีกต่อไปในอนาคต ให้ความสำคัญกับการศึกษามาก ส่วนใหญ่ ผู้ที่มีการศึกษาดี เท่านั้น ที่จะสามารถทำงานดีๆได้ และได้รับรายได้ดีๆ กล่าวคือ ยิ่งการศึกษาสูงเท่าไหร่ คุณภาพชีวิตก็จะดีขึ้นเท่านั้น การศึกษาจึงเป็นเสมือนองค์ประกอบสำคัญในชีวตอย่างหนึ่งของมนุษย์ในการใช้ชีวิตในสังคม อันมีผลกระทบต่อสภาพการดำเนินชีวิตและความเป็นอยู่ หากไม่มีการศึกษา ก็มักจะถูกปฏิเสธจากสังคม ถูกดูถูก ถูกตัดโอกาสต่างๆมากมาย คุณภาพชีวิตก็แย่ การปฏิเสธสิทธิในการศึกษาจึงเปรียบเสมือนการละเมิดสิทธิในชีวิตด้วยเช่นกัน

หมายเลขบันทึก: 568443เขียนเมื่อ 18 พฤษภาคม 2014 10:26 น. ()แก้ไขเมื่อ 18 พฤษภาคม 2014 10:26 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี