HR-LLB-TU-2556-TPC-มนุษย์ข้ามชาติ

มนุษย์ข้ามชาติ

                        ปัจจุบันเรื่องมนุษย์ข้ามชาตินั้น นับเป็นปัญหาที่ถูกกล่าวถึงมาก โดยเฉพาะเรื่อง แรงงานข้ามชาติ เพราะว่าประเทศไทยเรามี อุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมบริการประเภทต่าง ๆ มากมาย แต่กลับประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานไทย ผู้ประกอบการจึงนำแรงงานข้ามชาติมาทดแทน ซึ่งมีทั้งแรงงานข้ามชาติที่เป็นชาย หญิง และเด็ก ที่มาจากประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงของไทย เช่น ประเทศพม่า ลาว กัมพูชา

                        มนุษย์ที่ข้ามชาติ หมายถึง บุคคล ที่มีการกระทำในลักษณะข้ามชาติ คือ มีถิ่นฐานที่อยู่อาศัยอยู่ในประเทศหนึ่งอยู่แล้ว แต่ได้มีการข้ามหรือเคลื่อนย้ายมายังอีกประเทศหนึ่ง ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม[1] บุคคลเหล่านี้ได้แก่ นักท่องเที่ยว แรงงานข้ามชาติ นักลงทุนข้ามชาติ นักศึกษา และผู้หนีภัยความตาย เป็นต้น โดยมีทั้งการข้ามชาติปกติ คือ มีการเข้าเมืองอย่างถูกกฎหมาย มีพาสปอร์ต มีวิซ่าในการอาศัย หรือ การทำงาน และ การข้ามชาติไม่ปกติ คือ การข้ามชาติโดยลับลอบเข้ามาซึ่งในประเทศไทย มักมีข่าวให้เห็นอยู่เนืองๆว่า มีการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาในเมืองไทย มนุษย์ข้ามชาติ ในกรณี เด็กข้ามชาติ ซึ่งมีหลายประเภท เนื่องจากสาเหตุที่แตกต่างกัน จึงส่งผลให้เด็กเหล่านี้ต้องพบกับปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน

                          จากกรณีของ น้องดนัย ยื่อบ๊อ นั้น มิใช้แรงงานข้ามชาติ แต่เป็นบุตรของบิดาที่เป็นคนต่างด้าวเกิดวันที่ 16 พฤษภาคม 2542 ที่โรงพยาบาลฝาง จ, บิดาคือ นายอาบู ยื่อบ๊อ ชาวอาข่าที่อพยพมาจากประเทศพม่า โดยได้รับ บัตรประจำตัวคนไม่มีสัญชาติที่ขึ้นต้นด้วย เลข 6 และมีมารดาคือ นางหมี่ยื่มเป็นคนสัญชาติไทยแต่เพิ่งได้สัญชาติไทยในวันที่ 13 พฤษภาคม 2552 หลังน้องดนัยเกิด 10 ปี ทำให้ในตอนเกิดน้องดนัยกลายเป็นบุคคลไม่มีสัญชาติ ซึ่งทำให้เสียเป็นอย่างมากทั้ง สิทธิทางการรักษาพยาบาล การศึกษา การทำงาน เป็นต้น

ซึ่งตามกฎหมาย พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ ได้กำหนดการได้รับสัญชาติไทยตาม

มาตรา ๗ บุคคลดังต่อไปนี้ย่อมได้สัญชาติไทยโดยการเกิด

(๑) ผู้เกิดโดยบิดาหรือมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย ไม่ว่าจะเกิดในหรือนอกราชอาณาจักรไทย

(๒) ผู้เกิดในราชอาณาจักรไทย ยกเว้นบุคคลตามมาตรา ๗ ทวิ วรรคหนึ่ง

คำ ว่าบิดาตาม (๑) ให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นบิดาของผู้เกิดตามวิธีการ ที่กำหนดในกฎกระทรวง แม้ผู้นั้นจะมิได้จดทะเบียนสมรสกับมารดาของผู้เกิด และมิได้จดทะเบียนรับรองผู้เกิดเป็นบุตรก็ตาม

มาตรา ๗ ทวิ ผู้เกิดในราชอาณาจักรไทย โดยบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าว ย่อมไม่ได้รับสัญชาติไทย ถ้าในขณะที่เกิดบิดาตามกฎหมายหรือบิดาซึ่งมิได้มีการสมรสกับมารดาหรือมารดา ของผู้นั้นเป็น

(๑) ผู้ที่ได้รับการผ่อนผันให้พักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย

(๒) ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าอยู่ในราชอาณาจักรไทยเพียงชั่วคราว หรือ

(๓) ผู้ที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง[2]

                         ใน กรณีที่เห็นสมควร รัฐมนตรีจะพิจารณาและสั่งเฉพาะรายหรือเป็นการทั่วไปให้บุคคลตามวรรคหนึ่งได้ สัญชาติไทยก็ได้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด กล่าวคือ ผู้เกิดในราชอาณาจักรไทยซึ่งไม่ได้สัญชาติไทยตามวรรคหนึ่งจะอยู่ในราชอาณาจักรไทยในฐานะใด ภายใต้เงื่อนไขใด ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรและสิทธิมนุษยชนประกอบกัน ในระหว่างที่ยังไม่มีกฎกระทรวงดังกล่าว ให้ถือว่าผู้นั้นเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่า ด้วยคนเข้าเมือง

เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริง น้องดนัย เป็นบุตรของมารดาที่มีสัญชาติไทย แม้การได้สัญชาติไทยของมารดาจะช้าเกินกำหนด ทำให้น้องดนัยเป็นบุคคลที่ไม่ได้สัญชาติไทย แต่เมื่อมีการพิสูจน์ว่ามารดามีสัญชาติไทยจริง มีบัตรประจำตัวประชาชนไทยแล้ว ก็ควรให้น้องดนัยได้รับสิทธิในสัญชาติไทยตาม มาตรา7 คือ ได้รับรองการได้รับสัญชาติไทยตาม โดยหลักการเกิด เพราะ มารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย และ เกิดในประเทศไทย แม้มีบิดาไม่มีสัญชาติก็ตาม ตามมาตรา 7 พ.ร.บ. ว่าด้วยสัญชาติ พ.ศ. 2535 (ฉบับที่2)

http://www.l3nr.org/posts/535656 ค้นข้อมูล : 15 พฤษภาคม 2557

[2]พระ ราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ซึ่งถูกแก้ไขและเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติสัญชาติ( ฉบับที่2 )พ.ศ.2535 แหล่งข้อมูล : http://www.thaigeneralkonsulat.de/th/consular/nationality1.pdf ค้นข้อมูล : 15 พฤษภาคม 2557

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน HR-LLB-TU-2556-TPC



ความเห็น (0)