ถ้าหากว่าคิดอัตราเงินเฟ้อถั่วเฉลี่ยที่ร้อยละ ๓ ต่อปี....หากเราจะฝากเงินสักก้อนหนึ่งเพื่อเป็นเงินออม จะต้องมีอัตราดอกเบี้ยที่เอาชนะเงินเฟ้อได้.....ซึ่งดอกเบี้ยที่ควรจะได้ ควรจะมากกว่าร้อยละ ๓ ต่อปี
ลองยกตัวอย่างเงินฝากของธนาคารออมสินเรียกว่า "ทรัพย์เพิ่มพูน5/2" (ฝาก ๒ ปี รับผลประโยชน์ ๕ ปี) ซึ่งเป็นแบบคุ้มครองชีวิตด้วยแต่ไม่สามารถนำไปเครดิตเงินคืนทางภาษีได้....ลองดูภาพดังนี้
![]() |
อธิบายตามการอธิบายของธนาคาร คือ คุณฝากเงินเท่าไรก็ได้..แต่ขั้นต่ำคือ ๑๐,๐๐๐ บาท สูงสุดคือ ๑๐ ล้านบาท จะต้องฝากด้วยอัตราที่เท่าๆ กัน ๒ ปี...ยกตัวอย่างง่ายๆ ดังภาพคือ ปีละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ฝากได้ ๒ ครั้ง...โดยจะฝากคู่กับสมุดบัญชีออมทรัพย์ พอถึงสิ้นปีที่ ๑ และปีต่อๆ ไป จะคืนเงินเข้าบัญชีดังนี้
- สิ้นปีที่ ๑ คืนให้ ๓,๒๕๐ บาท
- สิ้นปีที่ ๒ คืนให้ ๖,๕๐๐ บาท
- สิ้นปีที่ ๓ คืนให้ ๖,๗๕๐ บาท
- สิ้นปีที่ ๔ คืนให้ ๗,๐๐๐ บาท
- สิ้นปีที่ ๕ คืนให้ ๒๑๐,๐๐๐ บาท (รวมเงินต้น)
ฝากเงินต้น ๒๐๐,๐๐๐ บาท คิดเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยให้ ๒๓๓,๕๐๐ บาท..ดอกเบี้ย ๓๓,๕๐๐ บาท คิดเป็นผลตอบแทนจากการลงทุนได้เฉลี่ยปีละ ๓.๗๓% ต่อปี (ตามวิธีคิดของธนาคาร ซึ่งคิดได้ถูกต้องแบบของเขา)
บีแมนมีวิธีคิดดังนี้
- เงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทแรก ฝาก ๑ ปี ผลตอบแทน 3.25% เป็นเงิน ๓,๒๕๐ บาท
- เงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท (รวมปีแรกกับปีที่๒) ได้ผลตอบแทน ๔ ปีรวม 33,500-3,250=30,250 บาท
ผลตอบแทนจากการลงทุนด้วยเงิน ๒ แสน ภายใน ๔ ปี เท่ากับ 30,250/200,000 ได้เท่าไรนำมาคูณ 100% ได้ตัวเลขออกมาคือ 15.125% แต่ลงทุนด้วยระยะเวลา ๔ ปี...ดังนั้นต้องเอา ๔ มาหาร จะได้ผลตอบแทนเท่ากับ 3.78125% ต่อปี...
หากอยากทราบว่า แล้วใน 5 ปี ผลตอบแทนอย่างที่ธนาคารคิดถูกหรือไม่ ก็เอาตัวเลข 3.25+15.125=18.375 แล้วเอา ๕ มาหาร จะได้ตัวเลขเฉลี่ย 3.675% หรือ 3.68% ต่อปี ซึ่งก็ไม่เลวนัก...น่าลงทุน
เป็นที่น่าสังเกตว่า เงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท แรกแม้จะจมอยู่ ๕ ปี แต่ก็ได้ดอกผลมาใช้ทุกปี อย่างน้อย 3.25% ต่อปี
และเงินอีก ๒๐๐,๐๐๐ บาท จะจมอยู่อีก ๔ ปี แต่ก็ได้ดอกเบี้ยมาใช้ทุกปี ในอัตราดอกเบี้ยที่ไม่ต่ำกว่า 3.25% ต่อปี เช่นกัน
สูตร..ผลตอบแทนจากการลงทุน เท่ากับผลประโยชน์ที่ได้ (ในที่นี้เท่ากับ 33,500 บาท) หารด้วย เงินต้น (ในที่นี้เท่ากับ 2 แสน) ได้เท่าไร นำมาคูณด้วย 100 ผลลัพธ์ มีหน่วยเป็น% แต่เป็นผลมาจาก ๕ ปี ดังนั้นต้องเอา ๕ มาหารอีกครั้งหนึ่ง...ซึ่งถ้าคิดแบบนี้จะได้แค่ 3.35% ต่อปี เท่านั้นซึ่งต่ำกว่าความเป็นจริง
ในที่นี้ธนาคารคิดความคุ้มครองเงินฝากและชีวิตของเราด้วยในอัตราเฉลี่ย 1.25% ต่อปี...ซึ่งก็น่าสนใจ
ทีนี้ถามว่า ถ้าบีแมนมีเงินได้ที่จะเอาไปฝากปีละ ๑ แสนบาท จะเอาไปทำอะไร คำตอบคือ เอาไปซื้อหุ้นสะสมที่สหกรณ์ดีกว่า เพราะได้ผลตอบแทนปีละ 6% (ถ้าเอาเงินจำนวนนี้ไปฝากที่สหกรณ์ครูพิจิตร จะได้ 8% แต่ถ้าเอาไปฝากที่สปป.ลาวจะได้ 14%) ด้วยเหตุผล
- ได้ผลประโยชน์มากกว่าออมสิน
- ได้ช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ฯ(มีเงินให้สมาชิกกู้)
- แถมถ้ากู้มาใช้เอง ยังมีส่วนต่างระหว่างเงินปันผลกับดอกเบี้ย เป็นกำไรให้ใช้อีกประมาณร้อยละ ๑ บาท..อิอิ
