ปัญหาสิทธิมนุษยชนในสังคมไทยที่เชื่อมต่อกับสังคมโลก : แน่ใจหรือว่าปฏิบัติต่อเขาเช่นมนุษย์?

 

(ที่มารูปภาพ : http://saranrom.mfa.go.th/data/pages/0000039/speci...
http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=188...
http://img.tnews.co.th/tnews_1286521778_82.jpg)


 

          ปัจจุบันนี้ คงปฏิเสธกันไม่ได้แล้วว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก แม้ว่าจะมีทั้งกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายภายในคุ้มครองอยู่ก็ตาม การละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น การใช้ความรุนแรงทางอาวุธปืนและวิธีการทางทหารของสหรัฐอเมริกา1 หรือประเทศกำลังพัฒนา เช่น ในประเทศไทยเอง ก็มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในหลายรูปแบบเช่นกัน ในที่นี้จะขอกล่าวถึงปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับประเทศต่างๆในโลก เพื่อสื่อให้เห็นว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้นไม่ได้มีพรมแดนขีดกั้นไว้แต่อย่างใด

          ประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับประเทศอื่นๆในโลกนั้น ข้าพเจ้าของนำเสนอเรื่อง3เรื่องนี้เป็นเพียงตัวอย่าง ได้แก่เรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนของชาวโรฮิงญา การละเมิดสิทธิมนุษยชนของแรงงานต่างด้าว และการละเมิดสิทธิมนุษยชนของเด็กที่ค้าประเวณี

          ประเด็นแรก ชาวโรฮิงญากับการละเมิดสิทธิมนุษยชน ชาวโรฮิงญาเป็นประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามในรัฐยะไข่ (รัฐอะระกันเดิม) ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศเมียนมาร์ ซึ่งถูกเหยียดหยามและเลือกปฏิบัติจากรัฐบาลทหารของประเทศเมียนมาร์มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน รัฐได้ปฏิเสธไม่ให้ชาวโรฮิงญาได้รับสัญชาติเมียนมาร์ ไม่ให้เคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ที่กำหนดไว้ตามกฎหมายสัญชาติพม่า ค..1982 หากต้องการออกจากพื้นที่ตรงนั้น ก็ต้องขออนุญาตและเสียค่าใช้จ่ายให้กับรัฐบาลทหาร ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพและการเดินทางเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ชาวโรฮิงญาไม่สามารถสมรสได้ ถ้าจะสมรสต้องได้รับการอนุญาตจากรัฐบาล และ ยังถูกคุมกำเนิดจากรัฐบาลเมียนมาร์อีกด้วย เนื่องจากแนวคิดที่ว่าไม่ต้องการให้ชาวโรฮิงญามีลูกมีหลานสืบเชื้อสายอีกต่อไป2

          การละเมิดสิทธิมนุษยชนของชาวโรฮิงญาโดยรัฐบาลเมียนมาร์นั้น หากพิจารณาถึงปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน3

          ข้อ 13 (1) กล่าวคือ ทุกคนมีสิทธิในอิสรภาพแห่งการเคลื่อนย้ายและการอยู่อาศัยภายในพรมแดนของแต่ละรัฐ แต่ข้างต้น รัฐเมียนมาร์ไม่ให้ชาวโรฮิงญาออกจากพื้นที่ที่ตนกำหนดไว้ ถ้าจะออกต้องได้รับการอนุญาตและเสียค่าใช้จ่าย เช่นนี้ รัฐเมียนมาร์ไม่ได้ให้ชาวโรฮิงญามีอิสรภาพในการเคลื่อนย้ายและมีที่อยู่อาศัยภายในพรมแดนของประเทศเมียนมาร์ รัฐเมียนมาร์ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชนในข้อนี้แล้ว

          ข้อ 15 (1) กล่าวคือ ทุกคนมีสิทธิในสัญชาติหนึ่ง แต่ตามข้อเท็จจริง รัฐเมียนมาร์ปฏิเสธการให้สัญชาติกับชาวโรฮิงญา เช่นนี้ รัฐเมียนมาร์ไม่ได้ให้ชาวโรฮิงญามีสัญชาติ รัฐเมียนมาร์ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชนในข้อนี้ด้วย

          ข้อ 16 (1) กล่าวคือ บรรดาชายและหญิงที่มีอายุครบ บริบูรณ์แล้ว มีสิทธิที่จะสมรสและก่อร่างสร้างครอบครัวโดยปราศจากการจำกัดใด อันเนื่องจากเชื้อชาติ สัญชาติ หรือศาสนา ต่างย่อมมีสิทธิเท่าเทียมกันในการสมรส ระหว่างการสมรส และในการขาดจากการสมรส เมื่อดูข้อเท็จจริงข้างต้นแล้ว รัฐเมียนมาร์ไม่ให้ชาวโรฮิงญาแต่งานโดยปราศจากการของอนุญาต และถูกคุมกำเนิดจากรัฐอีกด้วย เช่นนี้ รัฐเมียนมาร์ไม่ได้ให้สิทธิการสมรสและก่อร่างสร้างครอบครัวด้วยเหตุทางเชื้อชาติที่เขาเป็นชาวโรฮิงญา รัฐเมียนมาร์ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชนในข้อนี้ด้วยเช่นกัน

          เรื่องของชาวโรฮิงญาไม่ได้จบอยู่แค่ในประเทศเมียนมาร์ เพราะเมื่อชาวโรฮิงญาต้องอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายมาก จนเขาไม่สามารถทนอยู่ได้อีกต่อไป เขาจึงอพยพไปยังประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบังคลาเทศ มาเลเซีย หรือแม้แต่ประเทศไทย เมื่ออพยพเข้ามาในประเทศไทย ล่าสุดชาวโรฮิงญาล่องเรือเข้ามาทางชายฝั่งจังหวัดระนอง เมื่อเข้ามายังประเทศไทยแล้ว ชาวโรฮิงญาเป็นเพียงแค่ชาวต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย ซึ่งหากดำเนินตามกระบวนยุติธรรมแล้ว เขาก็จะถูกส่งกลับไปยังประเทศเมียนมาร์ ซึ่งต้องกลับไปอยู่อย่างแร้นแค้นเช่นเดิม แบบนี้ ถ้าชาวโรฮิงญายังอยู่ในประเทศไทยก็มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกหลอกเอาไปเป็นแรงงานทาส เนื่องจากเขาไม่มีสถานะอะไรเลย แม้แต่สถานะผู้ลี้ภัยก็ไม่มี อีกทั้ง หากไทยให้ความช่วยเหลือก็จะสิ้นเปลืองงบประมาณมาก ดังนั้น ไทยจึงต้องหาทางแก้ปัญหา ทางหนึ่งที่อาจเป็นไปได้คือ การเปลี่ยนสถานะของชาวโรฮิงญามาเป็นแรงงานต่างด้าว แทนที่จะนำเข้าแรงงานมากจากประเทศอื่นๆ

          ถ้าชาวโรฮิงญาถูกหลอกไปเป็นแรงงานทาสในประเทศไทย หากพิจารณาถึงปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนข้อ4 กล่าวคือ บุคคลใดจะตกอยู่ในความเป็นทาส หรือสภาวะจำยอมไม่ได้ ทั้งนี้ ห้ามความเป็นทาส และการค้าทาสทุกรูปแบบ ถ้าเกิดข้อเท็จจริงขึ้นมาตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ชาวโรฮิงญานั้นได้ตกอยู่ในสภาวะความเป็นทาสในทางแรงงาน เช่นนี้ ชาวโรฮิงญาได้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนในเรื่องการเอาคนลงเป็นทาสตามข้อ 4 นี้แล้ว

          ประเด็นที่สอง แรงงานต่างด้าวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน จากการรายงานข่าวของสำนักข่าว BBC News ถึงกรณีการค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์จากการใช้แรงงานหรือบริการ ซึ่งปรากฏกระบวนการนำพาแรงงานเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายและหลอกลวงแรงงานจากประเทศเมียนมาร์หลายพันคนมาทำงานในอุตสาหกรรมประมงประเทศไทย ทั้งกิจการประมงทะเล คือ เป็นลูกเรือประมงและกิจการต่อเนื่องจากประมงทะเล คือ เป็นคนงานในโรงงานบรรจุและผลิตอาหารทะเล โดยเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทยแรงงานชาวเมียนมาร์จะถูกขายต่อไปยังนายหน้ารายอื่นและถูกกักขังไว้ก่อนจะถูกขายให้กับเจ้าของเรือประมง อีกทั้ง สภาพการทำงานนั้น แรงงานชาวเมียนมาร์ถูกบังคับให้ต้องทำงาน 15-20 ชั่วโมงต่อวัน กรณีทำงานบนเรือประมงจะถูกกักตัวไว้ในเรือในทะเลเป็นเวลาหลายปีโดยไม่มีโอกาสขึ้นฝั่ง หรือถูกกักขังอยู่บนฝั่งระหว่างรอการออกเรือรอบต่อไป หากหลบหนีแล้วถูกจับได้ก็จะถูกทรมาน ทำร้ายทุบตี และข่มขู่เอาชีวิต ซึ่งในรายงานข่าวดังกล่าวมีรายหนึ่งที่กัปตันเรือคนไทยจับลูกเรือต่างด้าวที่หลบหนีมาช็อตด้วยไฟฟ้า และถูกยิงต่อหน้าลูกเรือคนอื่นแล้วโยนทิ้งทะเล โดยผู้ให้ข้อมูลตามรายงานข่าวดังกล่าวเป็นลูกเรือประมงคนหนึ่งที่กระโดดเรือแล้วว่ายน้ำหนีรอดออกมาได้4

          จากข้อเท็จจริงจากสำนักข่าว BBC News นี้ หากพิจารณาถึงปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนข้อ4 กล่าวคือ บุคคลใดจะตกอยู่ในความเป็นทาส หรือสภาวะจำยอมไม่ได้ ทั้งนี้ ห้ามความเป็นทาส และการค้าทาสทุกรูปแบบ จะเห็นไดว่า แรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาร์นี้ถูกกระทำเยี่ยงทาส คือ ถูกขายให้กับนายหน้าเพื่อเอาไปทำงานเหมือนสิ่งของ ถูกกักขังไว้ทั้งในเรือประมงและบนฝั่ง หากหลบหนีก็จะถูกทุบตีอย่างรุนแรง ขู่ฆ่า หรือแม้กระทั่งการเชือดไก่ให้ลิงดูของกัปตันเรือคนไทยที่จับเอาแรงงานชาวเมียนมาร์ช็อตไฟฟ้า ยิงให้ตาย และโยนลงทะเลต่อหน้าลูกเรือคนอื่น เพื่อให้เขากลัวไม่กล้าคิดที่จะหลบหนีอีก เช่นนี้ แรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาร์นี้ได้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนในเรื่องการไม่เอาคนลงเป็นทาส ในข้อ 4 นี้ด้วยเช่นกัน

          นอกจากชาวโรฮิงญาและแรงงานต่างด้าวที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนแล้ว ยังมีเรื่องของเด็กที่ค้าประเวณี5 กล่าวคือ การค้าประเวณีในประเทศไทย อยู่ในสภาพปัญหาทั้ง 3 สถานะ คือ สถานะต้นทาง คือ ผู้ที่ค้าประเวณีเป็นคนไทยแต่ไปค้าประเวณีในต่างประเทศ ทางผ่าน คือ ผู้ค้าประเวณีเป็นคนต่างด้าว เข้ามาในประเทศไทยเพื่อที่จะผ่านไปค้าประเวณียังประเทศอื่นๆ และปลายทาง คือผู้ค้าประเวณีเป็นคนต่างด้าว ต้องการเข้ามาต้าประเวณีในประเทศไทย โดยปัญหาสำคัญที่สุดของเรื่องการค้าประเวณีในประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับประเทศอื่น คือ การแสวงหาผลประโยชน์จากการค้าประเวณีเด็กหญิงจากประเทศเพื่อนบ้าน

          ปัญหาเรื่องการค้าประเวณีเด็กจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย กลายเป็นพื้นที่ทางผ่านและพื้นที่ปลายทางของการค้ามนุษย์ ลักษณะของสภาพปัญหามีการนำเด็กจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศลาวเข้ามาค้าประเวณีบริเวณชายแดนและจังหวัดใกล้เคียงในรูปแบบของซ่องและร้านคาราโอเกะ ในขณะเดียวกัน จังหวัดชายแดนลุ่มแม่น้ำโขง ยังเป็นทางผ่านให้ “นักล่าประเวณีเด็ก” จำนวนมาก ข้ามแดนเข้าไปซื้อบริการทางเพศเด็กในประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย

          สำหรับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเรื่องการค้าประเวณีเด็กนั้น หากพิจารณาถึงอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ข้อ 346 กล่าวคือ รัฐภาคีรับที่จะคุ้มครองเด็กจากการแสวงประโยชน์ทางเพศ และการกระทำทางเพศที่มิชอบทุกรูปแบบ เพื่อการน้ี รัฐภาคีจะดำเนินมาตรการที่เหมาะสมทั้งปวงทั้งมาตรการภายในประเทศ และมาตรการทวิภาคีและพหุภาคีเพื่อป้องกัน ข) การแสวงประโยชน์จากเด็กในการค้าประเวณี หรือการกระทำอื่น ๆที่เกี่ยวกับเพศที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะเห็นได้ว่า การค้าประเวณีเด็กนั้นเป็นการแสวงหาประโยชน์ในทางเพศที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย รัฐไทยที่เป็นภาคีของอนุสัญญานี้ ต้องดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อป้องกันปัญหานี้ ไม่ละเลย ปล่อยให้การค้าประเวณีดำเนินไป

          จากที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่า การละเมิดสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับประเทศอื่นๆในโลกนั้น ทั้งในเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนของชาวโรฮิงญา การละเมิดสิทธิมนุษยชนของแรงงานต่างด้าว และการละเมิดสิทธิมนุษยชนของเด็กที่ค้าประเวณี ประเทศไทยเป็น่สวนหนึ่งของปัญหาทั้งสิ้น ดังนั้น ประเทศไทยไม่ควรเพิกเฉยต่อปัญหาเหล่านี้ ควรหาทางแก้ปัญหาที่เหมาะสม บางครั้งอาจต้องพบกับครึ่งทางกับประเทศต่างๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เพื่อให้การละเมิดสิทธิมนุษยชนในสังคมไทยที่เกี่ยวพันกับสังคมโลกค่อยๆลดลงและหายไปในที่สุด

 


จิดาภา รัตนนาคินทร์

8 เมษายน 2557

 


1 จีนสวนกลับสหรัฐกรณีปัญหาสิทธิมนุษยชน, แหล่งที่มา : http://www.dailynews.co.th/Content/foreign/167172/จีนสวนกลับสหรัฐกรณีปัญหาสิทธิมนุษยชน8 เมษายน 2557.

2 โรฮิงญากับสิทธิมนุษยชนสากลแหล่งที่มา :

 http://blog.eduzones.com/jipatar/18849. 8 เมษายน 2557.

3 ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแหล่งที่มา :

 http://www.mfa.go.th/humanrights/images/stories/bo... 8 เมษายน 2557.

4 ร้องช่วยแรงงานประมงต่างด้าวถูกละเมิดสิทธิ ‘ทำงานเยี่ยงทาส-ถูกทรมาน-ฆ่าตายกลางทะเล', แหล่งที่มา :

 http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=... 8 เมษายน 2557.

5 รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประเทศไทยแหล่งที่มา :

 http://www.notforsale.in.th/autopagev4/show_page.p... 8 เมษายน 2557.

6 อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแหล่งที่มา :

 http://www.mfa.go.th/humanrights/images/stories/cr... 8 เมษายน 2557.