เมื่อข้าพเจ้าได้รับชมภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวแล้วนั้นทำให้ข้าพเจ้าตระหนักได้ถึงแนวคิดของเนื้อความที่จะสื่อ สะท้อนได้เห็นจากบทบาทของตัวละครในเรื่องแต่ละคน โดยตัวละครในเรื่องแต่ละคนนั้นก็มีเหตุผลส่วนตัวด้วยกันทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่สนับสนุนในการต่อต้านการค้าทาสหรือแม้แต่ฝ่ายที่ต่อต้านไม่สนับสนุนเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ข้าพเจ้าจะขอแสดงความคิดเห็นโดยแยกออกในลักษณะที่ปรากฎออกมาของแต่ละฝ่ายดังนี้
ด้านฝ่ายที่สนับสนุนในการต่อต้านการค้าทาสนั้น โดยส่วนมากมักสะท้อนออกมาจากตัวเอกของเรื่องซึ่งมีชื่อว่า วิลเลียม วิลเบอร์ฟอร์ซ โดยตัวละครนั้นกล่าวโดยคร่าวๆได้ว่าเป็นบุคคลที่ต่อสู้ในเรื่องดังกล่าวโดยสละทั้งร่างกายและจิตใจเพื่อให้เรื่องการค้าทาสนั้นจบสิ้นลง ทั้งนี้วิลเลียมนั้นได้ใช้วิธีการต่างๆในการผลักดันเรื่องดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นการที่ ใช้ความศรัทธาในพระเจ้าซึ่งย่อมเป็นสิ่งที่อยู่ภายในจิตใจของบุคคลผู้นับถือศาสนาคริสต์ทุกคนเพื่อเป็นการกระคุ้นเตือนให้ทุกคนทราบถึงพระประสงค์ของพรเจ้าว่าบุคคลทุกคนที่พระเจ้าได้สร้างมานั้นมีสถานะที่เท่าเทียมกัน ซึ่งอยู่ในตอนหนึ่งของภาพยนตร์ที่ว่า "God made man equal" และการกระทำดังกล่าวยังเป็นการลดทอนความเป็นคนซึ่งข้าพเจ้าเห็นว่า สิ่งที่วิลเลียมกระทำนั้นเป็นสิ่งที่สร้างแนวความคิดให้บุคคลนั้นหลุดออกมาจากแนวความคิดจารีตประเพณีที่ปฏิบัติกันมาอย่างยาวนานโดยสร้างความศรัทธาในการนำศาสนาซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนนั้นมาแทรกแซงให้บุคคลไม่มากก็น้อยนั้นตระหนักเห็นและเกิดความสงสารในฐานะของบุคคลผู้เสมอภาคกันตามคำของพระเจ้าซึ่งย่อมส่งผลให้การค้าทาสนั้นสิ้นสุดลง โดยทั้งนี้ข้าพเจ้าเห็นว่า วิลเลียมนั้นมีความมุ่งมั่นในการขจัดเรื่องการค้าทาสเป็นอย่างมาก ทั้งความศรัทธา ความซื่อสัตย์กับความรักในสันติ ซึ่งแม้จะโดนบุคคลรอบข้างเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไร้สาระก็ตามแต่ด้วยความประพฤติที่สม่ำเสมอของวิลเลียม สุดท้ายความมุ่งหวังของวิลเลียมก็ประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ความคิดเห็นข้าพเจ้าจึงอยู่ที่ว่าแม้ว่าการกระทำในลักษณะรูปธรรมจะได้กระทำเพ่อนำไปสู่ความสำเร็จผลแล้วนั้น ความคิดในลักษณะของนามธรรมก็ย่อมเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากเพื่อผลักดันให้สิ่งที่กระทำอยู่สมความประสงค์
โดยจากเนื้อความในภาพยนตร์นั้นวิธีการของวิลเลียมยังประกอบด้วยการออกกฎหมายเพื่อนำไปสู่การขจัดการค้าทาสโดยการออกกฎหมายยึดเรือที่ปลอมแปลงธงกำหนดสัญชาติ โดยในที่นี้คือธงอังกฤษ ซึ่งวิธีการอยู่ที่ว่า ทาสในสมัยนั้นมักมีการลำเลียงตามเรือและการที่ติดธงประจำสัญชาตินั้นก็เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี ทั้งนี้ 80 เปอร์เซ็นของเรือที่ขนส่งเป็นเรือที่มีการขนส่งทาสทั้งนั้น ประกอบกับสถานการณ์ในขณะนั้นเกิดขึ้นหลังจากมีการปฏิวัติฝรั่งเศส โดยกลุ่มผู้สนับสนุนในการยกเลิกการค้าทาสรวมทั้งวิลเลียมจึงใช้โอกาสดังกล่าวโดยการอ้างการเข้ามาของเรือฝรั่งเศสเพื่อจับและยึดเรือฝรั่งเศสที่มีการปลอมแปลงธงให้เป็นธงของอังกฤษเพื่อการเลี่ยงภาษี และเนื่องด้วยจากการกล่าวว่าการขนส่งโดยเรือส่วนมากนั้นเป็นการขนส่งเพื่อค้าทาส การออกกฎหมายนี้จึงมีความมุ่งหมายแอบแฝงเพื่อจับกุมบุคคลผู้ลำเลียงทาสนั่นเอง
ทั้งนี้เมื่อกล่าวถึงอีกฝ่ายหนึ่งกล่าวคือฝ่ายที่เห็นด้วยกับการค้าทาส เหตุผลที่บุคคลกลุ่มดังกล่าวได้อ้างเช่น หากปราศจากทาสผู้เป็นกลุ่มบุคคลอันเป็นฐานในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมทั้งหมดแล้วนั้นระบบดังกล่าวก็จะพังทลายลงและส่งผลให้ประเทศนั้นเข้าสู่ความล่มสลายได้ และเหตุผลอีกประการคือการกล่าวอ้างว่าไม่ปรากฎความประสงค์ของกษัตริย์ และการที่ทาสนั้นก็ทำงานให้แก่กษัตริย์เช่น เรื่องของการเพาะปลูก เมื่อมีการยกเลิกการค้าทาสย่อมส่งผงให้เกิดความเสียหายแก่กษัตริย์ ซึ่งจากการกล่าวอ้างดังกล่าวข้าพเจ้าเห็นว่า เป็นเหตุผลที่สามารถเข้าใจได้เนื่องจากอาจเป็นเพราะจารีตประเพณีที่มีมาอย่างยาวนานในเรื่องของสถานะทางสังคม รวมทั้งความหวั่นวิตกในกรณีที่ว่าไม่สามารถหาทางออกอื่นเพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปได้หากปราศจากแรงงานทาส ซึ่งข้าพเจ้าเห็นว่าหากมีการปราศรัยให้เห็นถึงทางออกให้ประเทศสามารถเดินหน้าไปได้ก็ย่อมอาจทำให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวมีความคิดที่แตกต่างไปได้
จากการพิจารณามาข้างต้นนั้นสามารถเห็นความเชื่อมโยงกับ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน(Universal Declaration of Human Rights)[1] ในเรื่องความเสมอภาคของบุคคลที่ ตัวเอกในเรื่องกล่าวคือวิลเลียมได้อ้างเพื่อจูงใจให้บุคคลเห็นด้วยกับเขา โดยปรากฎออกมาในข้อซึ่งอยู่ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนดังต่อไปนี้ ข้อ 1 มนุษย์ทั้งปวงเกิดมามีอิสระและเสมอภาคกันในศักดิ์ศรีและสิทธิ ต่างในตน มีเหตุผลและมโนธรรม และควร ปฏิบัติต่อกันด้วย จิตวิญญาณแห่งภราดรภาพ
ข้อ 2 ทุกคนย่อมมีสิทธิและอิสรภาพทั้งปวง ตามที่กำหนดไว้ในปฏิญญานี้ โดยปราศจากการแบ่งแยกไม่ว่าชนิดใด อาทิ เชื้อชาติ ผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมืองหรือ ทางอื่น พื้นเพทางชาติหรือสังคม ทรัพย์สิน การเกิด
หรือสถานะอื่น นอกเหนือจากนี้ จะไม่มีการ แบ่งแยกใดบนพื้นฐานของสถานะทางการเมือง ทางกฎหมาย หรือทางการระหว่างประเทศของ ประเทศ หรือดินแดนที่บุคคลสังกัด ไม่ว่าดินแดนนี้จะเป็นเอกราช อยู่ในความพิทักษ์ มิได้ปกครองตนเอง หรืออยู่ภายใต้การจำกัดอธิปไตยอื่นใด
ข้อ 3 ทุกคนมีสิทธิในการมีชีวิต เสรีภาพ และความมั่นคงแห่งบุคคล
ข้อ 6 ทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการยอมรับทุกแห่งหนว่าเป็นบุคคลตามกฎหมาย
ข้อ 7 ทุกคนเสมอภาคกันตามกฎหมายและ มีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองของกฎหมาย เท่าเทียมกัน โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติใด ทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองเท่าเทียมกันจากการเลือกปฏิบัติใด อันเป็นการล่วงละเมิดปฏิญญานี้ และจากการยุยงให้มีการเลือกปฏิบัติดังกล่าว
ทั้งนี้จุดมุ่งหมายสำคัญในการเรียกร้องดังกล่าวก็เพื่อให้เกิดความตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนใน ข้อ 4 กล่าวคือ บุคคลใดจะตกอยู่ในความเป็นทาส หรือสภาวะจำยอมไม่ได้ ทั้งนี้ ห้ามความเป็นทาสและการค้าทาสทุกรูปแบบ
โดยแม้ปัจจุบันจะได้มีการยกเลิกการค้าทาสอันเป็นการต่อสู้เป็นเวลา 53 ปีแล้วนั้นข้าพเจ้าเห็นว่าแม้ว่าจะไม่มีคำว่าทาสให้ปรากฏแต่ก็มิได้หมายความว่ารูปแบบที่มีลักษณะเหมือนทาสนั้นจะหายไป ทั้งนี้อาจเห็นได้จาก แรงงานเถื่อนเช่นแรงงานสัญชาติต่างๆที่ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย ต้องจำยอมให้เกิดความกดขี่ใช้แรงงานเพื่อค่าจ้างอันน้อยนิดเนื่องจากความจำเป็นเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้ ซึ่งแม้ว่าจะต่างกับทาสคือการให้ค่าจ้างแต่การกดขี่ ทำร้าย ก็ยังมีลักษณะของความเป็นทาสปรากฎให้เห็นอยู่นั่นเอง
[1] “คำปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน(Universal Declaration of Human Rights).” 2491. [ระบบออนไลน์].แหล่งที่มา http://www.mfa.go.th/humanrights/images/stories/book.pdf (1 มีนาคม 2557).