การไกล่เกลี่ยและประนีประนอมข้อพิพาท คือการที่คู่สัญญาสองฝ่ายหรือหลายฝ่าย ตกลงหรือสมัครใจที่จะระงับข้อพิพาท ซึ่งมีทั้งข้อพิพาทคดีแพ่งและคดีอาญา
คดีแพ่ง คือคดีที่ว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายแพ่ง ที่สำคัญคือ เป็นเรื่องการชดใช้ค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายแพ่ง เช่น การผิดสัญญาทั้งหลาย ครอบครัว มรดก ตามกฎหมายที่ดิน ทรัพย์ การละเมิด จงใจ ประมาทเลินเล่อ เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น ผู้กระทำผิดต้องชดใช้ค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทน
คดีอาญา คือคดีที่มีโทษ 5 อย่าง ไม่ว่าจะอยู่ในกฎหมาย พรบ. พรก. ใดก็ตาม คือ ประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ และริบทรัพย์สิน
คดีอาญาที่สามารถยอมความกันได้ ดูจากกฎหมาย หากกฎหมายไม่เขียนระบุไว้ หมายความว่าไม่สามารถยอมความได้
ข้อสังเกต คือ คดีอาญาที่ยอมความได้ ดูที่จำนวนตัวผู้เสียหาย จะมี หนึ่งหรือสองคน ไม่เกินสามคน เท่านั้น คือไม่ใช่จำนวนมาก และจะต้องไม่มีความรุนแรงต่อทรัพย์สินและร่างกาย
ตัวอย่างเช่น ยักยอก ฉ้อโกง คดีเช็ค สามารถยอมความได้ ส่วนลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย เป็นคดีที่ยอมความไม่ได้
คดีอาญาที่ยอมความได้ ต้องแจ้งความร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่รู้ตัวและรู้เรื่องผู้กระทำความผิด มิฉะนั้นจะหมดอายุความ ดังนั้นหากมีการไกล่เกลี่ย ระงับข้อพิพาท ควรต้องระวังเรื่องอายุความด้วย
คดีอาญาที่ยอมความไม่ได้ ต้องร้องทุกข์ภายในอายุความ ตำรวจมีหน้าที่ สืบสวน สอบสวน ทำคดี อัยการมีหน้าที่สั่งฟ้อง หรือไม่ฟ้อง หรือสั่งสอบสวนเพิ่มเติม หากสั่งไม่ฟ้องต้องส่งเรื่องไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด (ในต่างจังหวัด ส่วนในกรุงเทพฯ ต้องส่งเรื่องไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) หากผู้ว่าฯ เห็นแย้งต้องส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุด แต่ถ้าสั่งฟ้อง ก็ต้องส่งเรื่องไปศาล เพื่อพิจารณาพิพากษา ออกหมายอันเป็นอำนาจ หน้าที่ของศาลต่อไป
คดีแพ่ง สามารถไกล่เกลี่ยได้ทุกกรณีหากประสงค์ แต่คดีอาญาไกล่เกลี่ยได้ ถ้าเป็นคดีที่ยอมความได้ เช่น คดีขับรถประมาท กฎหมายไม่ได้บอกว่าให้ยอมความกันได้ หากขับรถชนคนตาย จ่าย 500,000 บาท ศาลจะเห็นว่าสำนึกผิดและชดเชย บรรเทาผลร้ายแล้วมักจะรอการลงโทษทุกคดี เพราะเป็นการขับรถโดยประมาท ดูจำเลยอย่างเดียว ไม่ดูคู่กรณี จำเลยควรรับสารภาพและชดใช้ค่าเสียหายไป ส่วนใหญ่ประกันภัยจะแนะนำให้สู่คดี ซึ่งไม่ควรทำเพราะเป็นผลร้ายมากกว่าผลดี
การทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ผลทางแพ่ง คือข้อพิพาทเดิมระงับ เกิดสิทธิตามข้อพิพาทใหม่ ส่วนผลทางคดีอาญา สิทธิในการดำเนินคดีอาญาระงับ กลายเป็นคดีแพ่ง หากผิดสัญญา ไม่สามารถดำเนินคดีอาญาได้อีก เช่น คดีเช็ค เป็นต้น
สัญญาประนีประนอมมี สองแบบ คือ ทำในศาลกับทำนอกศาล ผลที่ต่างกันคือ หากทำในศาล ผิดสัญญาสามารถบังคับได้ทันที่ แต่หากทำนอกศาลต้องฟ้องร้องให้ศาลมีคำสั่ง โดยดูจากคำพิพากษาตามยอม หรือตามคำขอท้ายฟ้องเป็นหลัก ซึ่งจำเป็นต้องจดลงในคำพิพากษา"
สรุปการบรรยายจากรองอัยการจังหวัดนครนายก นายสิทธิภัตร์ พรพิจิตรทรัพย์
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น