ในทางคดีอาญา ถ้าทำผิดกฎหมายต้องแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจ ส่งต่อไปยังอัยการ ไปสู่ศาลฯ และปลายทางคือเรือนจำ กรณีที่เป็นผู้กระทำความผิดจริง
ในทางคดีแพ่ง ผู้ถูกทำละเมิด (เรียกว่า โจทก์) ต้องฟ้องร้องต่อศาลด้วยตัวเจ้าของเรื่องเอง เมื่อศาลมีคำพิพากษาให้ชนะคดีแล้ว ต้องให้กรมบังคับคดีเป็นผู้บังคับทรัพย์สินของจำเลย โดยโจทก์ต้องเป็นผู้สืบหาเอง หากก่อหนี้กันเรียบร้อยแล้ว จะได้เงินครบถ้วนเป็นเรื่องยาก หนี้ทางแพ่ง รวมถึงการฟ้องหย่า ฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู การบังคับคดีของกรมบังคับคดี มี 3 อย่าง คือ การยึดหรืออายัด การฟ้องขับไล่ และการรื้อถอน การหย่านั้นหากฟ้องหย่าแล้วจะบังคับให้คู่สมรสออกจากบ้านไม่ได้ เมื่อศาลมีคำพิพากษาแล้ว เอกชนไม่สามารถยึดหรืออายัดทรัพย์เองได้ จะโดนข้อหา ลักทรัพย์ ต้องให้สำนักงานบังคับคดีเป็นผู้ดำเนินการ การขับไล่ การรื้อถอน ก็ต้องทำตามขั้นตอนทางกฎหมาย จะทำเองโดยพลการไม่ได้เด็ดขาด หนี้สินข้าราชการที่เกิดจากการฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู ไม่สามารถอายัดได้ เว้นแต่ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความไว้จึงจะถูกอายัดได้"