มารยาทของอารยชน

มารยาทของอารยชน

ในทางชีววิทยา มนุษย์คือสัตว์ชนิดหนึ่ง ซึ่งสามารถอธิบายพฤติกรรมจากความคล้ายคลึงกับสัตว์ได้ แต่การอธิบายมนุษย์จากพฤติกรรมของสัตว์นั้น ไม่เป็นที่ยอมรับจากนักมานุษยวิทยา นักสังคมวิทยา เพราะมนุษย์ได้วิวัฒนาการพ้นจากความเป็นสัตว์ ก้าวเข้าสู่ความเป็นอารยชนมากขึ้น ตามระยะเวลาของการวิวัฒนาการ มาตรฐานในการวัดความเป็นอารยชนอย่างนึง คือ มารยาทในการปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ด้วยกันไม่
ว่าจะเป็น พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนฝูง มิตร หรือศัตรู ฯลฯ

ในประเทศที่ประชาชนเป็นอารยชนสูง นักการเมืองของเค้าจะรังเกียจการเอาเปรียบคู่แข่งทางการเมือง และความสุขที่สุดของผู้แพ้การเลือกตั้ง คือการที่เค้าแสดงความยินดีกับผู้ชนะ อย่างจริงใจ เค้ายืนหยัดในกฏเกณฑ์ และกติกาที่ตกลงกันไว้ และมารยาทที่สวยงามของเค้าคือ เค้าจะไม่พูดคำหยาบใส่กัน ในทำนองเดียวกันประชาชนในอารยประเทศเหล่านั้นจะรับไม่ได้เมื่อมีการใช้คำหยาบ ไม่ว่าจะฝ่ายไหนก็ตาม

การเลือกใช้คำในการตอบโต้ฝ่ายตรงกันข้ามในทางการเมือง สะท้อนถึงวุฒิภาวะทางอารมณ์ หรือความสมดุลระหว่างอารมณ์กับการใช้ปัญญา การด่าโดยการใช้คำหยาบ มีผลยั่งยืนมากในเชิงลบ เพราะคนที่ถูกด่าหรือถูกใช้คำหยาบ จะจำไปจนตาย ในทางตรงกันข้ามการด่าโดยใช้คำสุภาพ จะมีผลยั่งยืนมากในเชิงบวก เพราะผู้ถูกด่ายังรู้สึกว่า ทั้งผู้ด่า และผู้ถูกด่า ต่างมีเกียรติและไม่ใช้อารมณ์ในการเผชิญหน้าใส่กัน เป็นการให้เกียรติในความเป็นมนุษย์ซึ่งกันและกัน


คนที่เป็นอารยชน เค้าจะให้เกียรติในความเป็นมนุษย์กับศัตรูของเค้าเสมอ และยังตระหนักอีกว่า ไม่มีมนุษย์คนไหนที่ชั่วอย่างสมบูรณ์ หรือดีอย่างสมบูรณ์ แต่มนุษย์ทุกคนก็เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีความเท่าเทียมกัน มนุษย์ต่างจากสัตว์ ที่ถ้าวันนี้อีกตัวหนึ่งเป็นศัตรู มันก็จะเป็นศัตรูกันไปตลอดชีวิต แต่มนุษย์วันนี้เป็นศัตรูพรุ่งนี้เป็นมิตรได้ เพราะมนุษย์มี mode ในการขับเคลื่อนนอกเหนือจากอารมณ์ความรู้สึก นั่้นคือสติปัญญาและตรรกะ และนี่แหละที่ทำให้พฤติกรรมของมนุษย์แตกต่างจากสัตว์

ลักษณะที่สำคัญของอารยชนคือ ต้องให้ความเคารพในความเป็นมนุษย์ของทุกๆ คน เอาสติปัญญาและตรรกะเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนในการดำเนินชีวิต

เมื่อหันกลับมาดูการเมืองไทย โดยเฉพาะในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทั้งนักการเมืองและประชาชน ผลิตและบริโภคคำหยาบ จนกระทั่งเป็นเหมือนกับยาเสพติด ทำให้วันนี้คนส่วนใหญ่มีความรู้สึกว่า การเมืองของไทยเป็นเรื่องของการใช้คำหยาบ สาดใส่คู่ต่อสู้ให้มองเห็นสกปรกที่สุด เท่าที่จะทำได้ และดูเหมือนว่ามันจะค่อยๆ ถดถอยไปในทิศทางนั้นอย่างต่อเนื่อง มันเกิดอะไรขึ้นกับประชาชนคนไทย? ประชาชนมีความพร้
อมมากขึ้นจริงหรือ? เข้าใจประชาธิปไตยมากขึ้นจริงหรือ? ส่วนนักการเมืองนั้น ไม่ต้องพูดถึงเพราะพวกเค้าได้ถูกตราหน้าไปเรียบร้อยแล้วว่า หมดสภาพ ด้อยคุณภาพ ไม่สามารถเป็นตัวแทนของอารยชนของประเทศไทยได้ ซึ่งเป็นผลให้ประชาชนต้องออกมาปฏิรูปอย่างที่เห็น

จึงขอตั้งคำถามว่าในประเทศไทยเราจะหาอารยชนที่ไหน? เมื่อต่างฝ่ายต่างก็ใช้อารมณ์ขับเคลื่อนอย่างไม่ลืมหูลืมตา ใช้คำพูดที่เพิ่มพูนความเกลียดจชังใส่กัน เราคิดกันบ้างไหมว่าสิ่งทีี่มันเกิดขึ้นในประเทศไทยขณะนี้ มันไม่ใช่แค่วิกฤตการณ์ทางการเมืองเท่านั้น แต่เรากำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ที่ใหญ่กว่า นั่นคือเรากำลังเจอวิกฤตการณ์ของการขาดความเป็นมนุษย์ จนกระทั่งเราไม่สามารถเข้าใจได้ว่าอารยชนเค้าเป็นกันอย่างไร หรือไม่ก็ เราไม่แคร์เลยว่า เราจะมีฐานะเทียบเท่ากับสัตว์ หรือ อนารยชน

และดังนั้น สิ่งที่เราต้องรีบปฏิรูป มันไม่ใช่แค่การเมือง หรือนักการเมือง แต่ต้องรีบปฏิรูปตัวเองให้พ้นจากความเป็นอนารยชน (มนุษย์ที่มีพฤติกรรมใกล้เคียงกับสัตว์) อย่างเร่งด่วนที่สุดด้วย

ปล. นี่คือกำลังด่าอยู่นะคะ เห็นไหมคะว่า คนๆ หนึ่งก็สามารถด่าสิ่งที่ไม่ถูกต้องได้ โดยไม่ต้องใช้คำหยาบเลย

นี่แหละคือการด่าของอารยชน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน มุมมองการเมืองไทย



ความเห็น (0)