คนในวงการพระเครื่องที่ยังไม่แยก หรือแยกไม่ออกระหว่าง
ดินดิบ กับ ดินเผา 

ก็แสดงว่ายังไม่ได้ศึกษา เนื้อ มวลสาร วิธีการ และหลักการสร้างพระเนื้อดิน

ดินเผา.......
จะปั้นแล้วนำไปผ่านการเผาด้วยความร้อนสูง จนเนื้อดินเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมี แตกสลาย เกาะกันใหม่ และแข็งแกร่งทนทานกว่าดินธรรมดา (ที่ไม่เผา) แบบเดียวกับอิฐที่คงทนใช้เป็นวัสดุก่อสร้างได้ ทำหลังคาบ้านได้ แต่ระยะยาวจะผุพังได้แบบอิฐผุ อายุการใช้งานระดับร้อยถึงพันปี

ดินดิบ.....
จะคลุกด้วยน้ำมันที่เคี่ยวมาจากพืชสมุนไพร ที่เรียกกันว่า "น้ำว่าน" หรือในระยะหลังๆใช้น้ำมันชักเงาไม้ที่เรียก "ตังอิ้ว" ที่จะมีความเหนียวเกาะกันได้ดี หลังจากปั้นอาจจะผ่านการเคลือบด้วยยางไม้ และอบด้วยความร้อนให้เนื้อแกร่งขึ้น แต่ไม่ถึงกับเผา
มีความทนทานต่อการแทรกซืมของน้ำ มีชั้นยางไม้และน้ำว่านในเนื้อดิน 
เป็นการรักษาเนื้อดินให้ยังคงอยู่ จึงไม่ผุพังง่ายๆ มีความทนทานต่อการผุพัง แต่ไม่มีความแข็งแกร่ง

ถ้าน้ำว่านมากพออาจอยู่คงรูปอยู่ได้เป็นหมื่นๆปี

เท่าที่ผมพยายามสืบค้นดูนั้น
พระ "ดินเผา" มีเพียงกรุเดียว คือ กรุพระธาตุนาดูน มหาสารคาม
พระ "ดินดิบ" คือพระที่เหลือทั้งหมด

แต่ในตำรารุ่นเก่าอาจจะถือว่าการผ่านความร้อนแม้เพียงเล็กน้อยก็นับว่าเป็น "ดินเผา"

จึงเรียกรวมกันว่าดินเผาทั้งหมด

แตในความคิดของผม ผมคิดว่าน่าจะแยกกัน เพื่อการศึกษา และแยกแยะที่ง่ายขึ้นครับ

อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ