จากวัฒนธรรม + ความคิดดั้งเดิมของคนไทย จะถูกบอก

ถูกสอนให้คิดได้ภายในกรอบหรือขอบเขตที่ผู้ใหญ่ได้สั่งสอนว่า

เด็ก ๆ ต้องเดินตามหรือทำตามสิ่งนี้เท่านั้น...ถ้าเด็กคนไหนทำ

หรือปฏิบัติ ประพฤตินอกกรอบ ก็จะถูกตำหนิ อาจถึงขั้นถูกลงโทษ

ก็ว่าได้...

       ฉันก็อีกคนหนึ่งที่ถูกสอนให้อยู่ภายในกรอบ...แต่สำหรับ

เรื่อง "ความคิด" พ่อ - แม่ ไม่ได้ว่าตัวของฉันว่า "ห้ามคิด" เรื่อง

"นอกกรอบ"...การกระทำสิ่งที่อยู่ภายในกรอบ นั่นคือ ขนบธรรมเนียม

ประเพณี กิริยามารยาท ความอ่อนโยน ความอ่อนน้อมถ่อมตน

การมีสัมมาคารวะต่อผู้อาวุโสกว่า ความซื่อสัตย์ การมีคุณธรรมประจำใจ

การมีจิตเมตตา เอื้ออารีต่อผู้ที่ด้อยกว่า การให้เกียรติผู้อื่น...

การรู้จักที่จะทำอย่างไรให้อยู่ได้ในสังคม ฯลฯ มากกว่า ที่ฉันถูก

พ่อ - แม่ ของฉันสั่งสอน...

        แต่ในเรื่องของความคิดนอกกรอบ พ่อ - แม่ ของฉันไม่เคยห้าม

เพียงแต่เคยบอกว่า...ทำสิ่งใดที่ดีงาม เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมต่อตนเอง

ก็ควรทำ...นี่คือ ความคิดของพ่อ - แม่ ของฉัน...ตัของฉันจึงมีอิสระ

ในด้านความคิด...และฉันก็คิดว่า ตัวของฉันมีการพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ

มาจนปัจจุบัน...ฉันทำงานในตำแหน่งผู้อำนวยการกองบริหารงานบุคคล

เป็นเวลาเกือบ ๓๐ ปีเต็มที่ฉันคลุกอยู่กับสภาพพฤติกรรมของคนในช่วงที่

ฉันทำงาน "รับราชการ" ฉันได้รู้ ได้เห็นพฤติกรรมของคน...

        ณ ปัจจุบัน ฉันคิดว่า...การที่มี IT เข้ามามีบทบาทกับการทำงาน

ของคนในองค์กรนั้น ทุกคนต้องเก่งและคุ้นเคยกับ IT เพื่อช่วยในการทำงาน

แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันทำงานฝ่ายบุคคลทำให้ฉันมองเห็นว่า...การได้รับคนเข้ามา

ทำงานด้วย นั้นเป็นเพียงแค่การวัดความรู้ ความสามารถในระดับเบื้องต้น

แต่เราจะทราบได้อย่างไรเล่าว่า...คน ๆ นั้นเก่งจริง ๆ มีความรู้ความสามารถ

จริง...เพราะเท่าที่ผ่านมา เราไม่สามารถวัดได้อย่างการเป็นรูปธรรม

        การคิดนอกกรอบของฉัน...ฉันคิดว่า...การที่ทุกคนมี blog เป็นของ

ตัวเองและได้ถ่ายทอดความรู้ ความสามารถ + ประสบการณ์ต่าง ๆ ลงบน blog

ของแต่ละคนจะเสมือนหนึ่งเป็นการสร้าง "Brand" ของตัวเองว่าตนเอง

มีความรู้ ความสามารถอะไร? โดยเฉพาะประสบการณ์ก็จะเป็นตัวการันต์

บอกถึงความเก่งที่ตนเองได้เขียนหรือบอกลงบน blog...เพราะความรู้ที่มีอยู่

ในตัวคนไม่สามารถบอกได้เลยว่า...ใครเก่งกว่าใคร...การที่จะดูความโดดเด่น

ของความรู้ สามารถดูได้จากหลายช่องทาง...ซึ่ง blog ก็เป็นช่องทางหนึ่ง

ที่สามารถบอกถึง "Brand" ของตัวเองได้ในอนาคต...

       ซึ่งถ้าหมายถึง "ผลิตภัณฑ์"...สินค้า...เราสามารถบอก Brand หรือ

ยี่ห้อได้ แต่สำหรับคนละ...เราก็น่าจะบ่งบอกได้ว่า...Brand ของคน ๆ นี้

มีลักษณะเป็นเช่นไร?...เหมือนกับคนสมัยก่อนเคยพูดว่า...ถ้าเอ่ยถึงชื่อของ

คน ๆ นี้แล้ว...เราจะทราบหรือรู้ได้ทันทีว่า...คน ๆ นี้เก่งหรือมีความรู้ ความสามารถ

ในเรื่องใด...นี่คือ "Brand" ของคนที่น่าจะสามารถถ่ายทอดออกมาจากตัวคน

สู่โลกภายนอกได้อย่างเป็นรูปธรรมมากกว่านามธรรม...สมัยก่อนจะเป็นเรื่องของ

การยอมรับกันในตัวบุคคลมากกว่า...แต่สมัยนี้ เมื่อนำเรื่องวุฒิการศึกษาเข้ามาวัดว่า

เมื่อจบการศึกษาระดับสูง ๆ แล้ว ต้องมีความรู้มากกว่าคนที่ไม่ได้จบการศึกษาระดับสูง

ซึ่งฉันคิดว่า..."ไม่น่าใช่" เสียทีเดียว เพราะมีอะไรลึก ๆ ที่แฝงอยู่ในตัวของคนที่มี

การศึกษาและไม่มีการศึกษา...ไม่สามารถวัดความเก่งของคน ๆ นั้นได้เสียเลยทีเดียว

       Brand สำหรับคนฉันคิดว่าคงได้เกิดได้กับเด็กรุ่น Generation Z สำหรับยุคนี้

คนสำหรับฉัน Generation Baby Boommer ก็อยากเห็นเช่นกันว่า...

เด็กยุค Gen Z จะมี Brand ของตัวเองเป็นเช่นไร? เพราะถ้าอีก ๒๐ ปีข้างหน้า

เทคโนโลยีต่าง ๆ คงพร้อมที่จะให้เด็กยุคนี้ได้แสดงอะไรต่อมิอะไรออกมาด้วย

ตัวของเขาเองได้อย่างเป็นรูปธรรม...นี่คือ "ความคิดนอกกรอบ" ของฉันที่คิด

และมองถึง "คุณลักษณะของคน ๆ หนึ่ง" ที่มีความรู้ ความสามารถ ความเก่ง

โดยอยู่ในตัวคนค่อนข้างชัดเจนยิ่งขึ้น...สำหรับตัวฉัน ๆ หมายถึง Brand ของคน

ไม่ใช่ Brand ของสินค้า...

 

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้

บุษยมาศ  แสงเงิน

๑๐ มีนาคม ๒๕๕๗