เรามีชีวิตอยู่โดยอาศัยกายนี้
เราต่างก็ตอบสนองกายนี้ตามความต้องการ
แต่หากการตอบสนองที่เกินขอบเขต
เราก็เตรียมตัวรับกับบทเรียนเพิ่มเติม
ซึ่งเป็นของแถมที่ติดตัวของเราอยู่ตลอดเวลา
เราต่างก็ตอบสนองกายนี้ตามความต้องการ
แต่หากการตอบสนองที่เกินขอบเขต
เราก็เตรียมตัวรับกับบทเรียนเพิ่มเติม
ซึ่งเป็นของแถมที่ติดตัวของเราอยู่ตลอดเวลา
หากภูมิต้านทานทางใจของเราอ่อนไหว
สุขก็ไม่ปกติ ทุกข์ก็ไม่ปกติ จะกำกับดูแล
เราอย่างไม่เป็นระบบ เพราะชีวิตเราขาด
ความเป็นระเบียบ ภัยที่รอโอกาสที่เป็นไวรัส
ก็จะเข้ามาทำความทุกข์ร้อนแก่เราในที่สุด
ก็จะเข้ามาทำความทุกข์ร้อนแก่เราในที่สุด
อย่างไรก็ตามมีทัศนะของท่านอาจารย์วศิน อินทสระ
ได้แสดงไว้ว่า...
เครื่องจองจำภายใน
คือบุตร ภรรยาและทรัพย์สมบัติ
เป็นเครื่องจองจำที่มั่นคง
ผูกหย่อนๆ แต่แก้ได้ยาก
โซ่ตรวนแม้ทำด้วยทอง...
ก็นับว่าเครื่องผูกมัดฉันใด
ลาภสักการะ เกียรติยศชื่อเสียง
อันนับเป็นอิฏฐผล
ที่มนุษย์ต้องการก็เป็นบ่วงคล้องใจฉันนั้น
คือบุตร ภรรยาและทรัพย์สมบัติ
เป็นเครื่องจองจำที่มั่นคง
ผูกหย่อนๆ แต่แก้ได้ยาก
โซ่ตรวนแม้ทำด้วยทอง...
ก็นับว่าเครื่องผูกมัดฉันใด
ลาภสักการะ เกียรติยศชื่อเสียง
อันนับเป็นอิฏฐผล
ที่มนุษย์ต้องการก็เป็นบ่วงคล้องใจฉันนั้น
ดังนั้นหากต้องการความเป็นตัวตน
ที่ไร้ตัวตน ก็ควรงดเว้นการผูกมัดที่มากไปด้วย
ข้อแม้ต่างๆนานา เพื่อความอิสระตามธรรมชาติ
อย่างที่กายเขาต้องเป็น สุขและทุกข์เราก็จะเห็นชัด
มากขึ้น และรู้ละรู้วางในขั้นตอนสุดท้าย

ถ้ายึดติดกับเครื่องจองจำไว้แน่น และคิดว่าเป็นของเราคนเดียว เราก็จะพบแต่ความทุกข์ไปตลอด
ชอบมากครับ...เข้าใจหาภาพมาประกอบด้วย...ห่วงบุตร ภรรยา ทรัพย์ ยังไม่เท่าห่วงลาภสักการะ เกียรติยศ ชื่อเสียง และการสรรเสริญเยินยอ ใช่ไหมครับ
เช่นดังว่า...ขอบพระคุณ ความเห็นของPorn
เห็นเป็นเช่นนั้นล่ะครับพี่หนาน แต่การที่จะห่วงอะไรนั้นมันต้องไม่ขี้นกับข้อแม้ เพราะเวลาวางลงจะได้ไม่เป็นปัญหากับตนและคนข้างเคียงครับ